กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางลอยปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์สไตล์วิคตอเรีย ความเงียบงันยามวิกาลไม่ได้แปลว่าความสงบ หากแต่มันคือความอัดอั้นของความตายที่ยังระบายออกไม่หมด
"คุณตำรวจสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุจากการลื่นล้มกระแทกขอบโต๊ะทำงาน... ช่างเป็นข้อสันนิษฐานที่มักง่ายและดูถูกสติปัญญาของผู้ตายเสียเหลือเกินนะคะ"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้นท่ามกลางเงาสลัวของแสงไฟจากสนามหญ้าด้านนอก พริมโรส ในชุดเสื้อกาวน์สีขาวทับด้วยชุดสูทเข้ารูปสีเข้ม ปลายรองเท้าคัตชูหนังแท้หยุดนิ่งห่างจากร่างไร้วิญญาณของนักธุรกิจชื่อดังไม่ถึงคืบ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบกำลังกวาดมองทุกรายละเอียดบนร่างนั้นอย่างไม่กะพริบ บาดแผลฉีกขาดที่ท้ายทอยทับซ้อนด้วยรอยช้ำวงรี—มันชัดเจนเสียจนคนจบแพทย์นิติเวชเกียรตินิยมอย่างเธออยากจะหัวเราะใส่หน้าเจ้าหน้าที่ร้อยเวรที่รีบปิดคดี
"ความมักง่ายมักมาพร้อมกับความสะดวกสบายเสมอครับ คุณหมอ... โดยเฉพาะเมื่อผู้ตายมีผลประโยชน์มหาศาลผูกพันกับตระกูลใหญ่ การทำให้มันเป็นอุบัติเหตุย่อมง่ายกว่าการเปิดกล่องดังกอร่าที่ชื่อว่าฆาตกรรม"
เสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์เอ่ยแทรกขึ้นจากมุมมืดของชั้นหนังสือไม้มะฮอกกานีโบราณ ร่างสูงโปร่งในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษก้าวออกมาอย่างช้าๆ แสงไฟสะท้อนกระทบกับสันกรามคมคายและนัยน์ตาสีดำสนิทที่ยากจะหยั่งถึง ศิลา ทนายความมือทองผู้ขึ้นชื่อเรื่องการพลิกคดีชนะในวินาทีสุดท้าย ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
พริมโรสชะงักไปเล็กน้อย เธอมองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันชัดเจนเสียจนสัญชาตญาณดิบในตัวส่งเสียงร้องเตือน
"คุณคือ... ศิลา วงศ์สุริยันต์?" พริมโรสทวนชื่อนั้น น้ำเสียงของเธอไม่ได้ซ่อนความรังเกียจเอาไว้เลยแม้แต่น้อย "ทนายผู้เคยใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายช่วยให้ฆาตกรลอยนวลมานักต่อนัก ปรากฏตัวในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรม... หรือว่านี่คือลูกความรายใหม่ของคุณ แต่เสียดายหน่อยนะคะที่เขากลายเป็นศพไปเสียก่อน"
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มแต่น่าขนลุก เขาก้าวเข้ามาประชิดจนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นยะเยือกของค่ำคืนนี้ปะปนเข้ากับกลิ่นอายเฉพาะตัวของนิติเวชสาว
"ปากคอเราะร้ายสมคำร่ำลือจริงๆ นะครับ คุณพริมโรส... แต่ระวังหน่อยเถอะ คนที่ชอบหาว่าคนอื่นเป็นฆาตกร บางทีอาจจะมองไม่เห็นว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถูกจัดฉากไว้เสียเอง"
ศิลาก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ แววตาของทนายหนุ่มไม่ได้มองศพบนพื้น แต่มันกลับจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดีของแพทย์นิติเวชสาว พริมโรสขยับถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว แต่ศิลากลับล้ำเส้นเข้ามาอีกขั้นอย่างจงใจ ความกดดันทางจิตวิทยาระหว่างคนทั้งสองประจันหน้ากันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมลดละสายตา
"ถอยไปค่ะ ทนายศิลา คุณกำลังทำลายพื้นที่เกิดเหตุ" พริมโรสเอ่ยเตือน เสียงของเธอสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่กำลังคุกคามสมาธิอันแน่วแน่ของเธอ
"ผมไม่ได้ทำลาย... ผมแค่กำลังตรวจสอบ 'คดี' ที่คุณกำลังจะสรุปผลผิดๆ ต่างหากล่ะ" ศิลาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจงใจเป่ารดผิวเนื้ออ่อนจนขนอ่อนลุกชัน "รอยฟกช้ำที่ท้ายทอยนั่น... คุณหมอคิดว่ามันเกิดจากขอบโต๊ะจริงๆ งั้นเหรอครับ? ลองมองที่ซอกเล็บของผู้ตายดูสิ... มีเศษเส้นใยสีน้ำเงินเข้มติดอยู่... สีเดียวกับสูทของคนที่กำลังยืนคุยกับคุณอยู่ตอนนี้หรือเปล่าล่ะ?"
พริมโรสเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอรีบหันกลับไปมองศพตามคำทักทายของเขา มือเรียวภายใต้ถุงมือยางพลาสติกหยิบแว่นขยายขึ้นส่องอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม—จริงอย่างที่เขาว่า มีเส้นใยผ้าสีน้ำเงินเข้มติดอยู่ใต้เล็บที่ฉีกขาดของผู้ตายจริงๆ!
แต่วินาทีที่เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อจะซักถามชายหนุ่ม ศิลาก็กลับก้าวถอยหลังไปยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือด้วยท่าทางสบายๆ เสียแล้ว รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้นอีกครั้ง
"เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเองครับ คุณหมอนิติเวช" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "เรามาดูกกันว่า ระหว่างกฎหมายที่ผมถือครอง กับวิทยาศาสตร์ที่คุณศรัทธา... สิ่งไหนจะกระชากหน้ากากฆาตกรตัวจริงออกมาได้ก่อนกัน"
พริมโรสเม้มปากแน่น ความโกรธผสมผสานกับความท้าทายพุ่งพล่านขึ้นมาในอก เธอเกลียดรอยยิ้มนั้น เกลียดความมั่นใจที่ดูเหนือกว่าของเขา แต่สิ่งที่ทำให้เธอกลัวยิ่งกว่าคือ... สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่า การเข้ามาพัวพันกับศิลาในคดีนี้ จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลและไม่มีทางหวนกลับ
ทว่า ก่อนที่แพทย์สาวจะได้โต้ตอบอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นก้องโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่
"เฮ้ย! พวกคุณเป็นใคร เข้ามาในบ้านหลังนี้ได้ยังไง!" เสียงตะโกนของนายตำรวจยศใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับการพังประตูเข้ามาของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่นำกำลังเสริมเข้ามาตรวจค้นรอบสอง
พริมโรสรีบหันไปมองหน้าศิลาเพื่อหาแนวทางรับมือ แต่สิ่งที่เธอพบกลับทำให้ลมหายใจสะดุด—ทนายหนุ่มไม่ได้มีทีท่าตกใจเลยแม้แต่น้อย เขากลับยื่นนามบัตรสีดำสนิทแผ่นหนึ่งมา1แผ่น นิ้วเรียวยาวคีบมันไว้แล้วยัดใสล่องกระเป๋าเสื้อกาวน์ของเธออย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนไหนสังเกตเห็นเนื่องจากมุมอับของเงาไม้ฮอกกานี
สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเขาที่เฉียดโดนหน้าอกด้านซ้ายทำเอาพริมโรสสะท้านเฮือก เธอกัดริมฝีปากแน่นขณะที่ศิลาขยับริมฝีปากกระซิบคำพูดสุดท้ายก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปในเงาดำด้านหลังคฤหาสน์ราวกับภูตผี
*"แล้วเจอกันบนศาล... ที่รัก"*
พริมโรสยืนแข็งค้าง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอก มือเรียวสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์แล้วกำนามบัตรสีดำสนิทนั้นไว้แน่นจนยับยู่ยี่ และในวินาทีที่แสงไฟฉายสาดส่องมาปะทะใบหน้าของเธอเต็มตา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พุ่งเข้ามาล็อกตัวเธอไว้พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นห้องว่า
"คุณหมอ! คุณมาทำอะไรกับศพ... หรือว่าคุณคือฆาตกร!"
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ มิดไนท์คิสขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความระทึกขวัญและห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ
ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช•ตอนที่ 1
ศพปริศนาในคฤหาสน์หรู
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!