โลหะสีเงินวาวของลูกบิดประตูหมุนวนจนสุดระยะของมัน พร้อมกับที่บานกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งเสียงเตือน
เงาร่างโปร่งบางที่ทาบทับอยู่บนกรอบประตูไม่ได้สร้างความตกใจให้แก่ศิลาเท่ากับโครงหน้าและแววตาที่สะท้อนผ่านเงาสลัวของโคมไฟตั้งพื้น ทนายความหนุ่มชะงักค้าง แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงอย่างสง่างามแข็งเกร็งขึ้นมาทันที ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ไขสันหลัง ขณะที่พริมโรสซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างกันถึงกับกลั้นหายใจ มือเรียวที่กำลังถือแฟ้มเอกสารคดีนิติเวชเมื่อครู่ร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมเสียงดังทึบ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานในยามวิกาลราวกับอากาศถูกสูบออกจนหมดสิ้น สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ภาพหลอนจากฤทธิ์ความเหนื่อยล้า หรือภาพสะท้อนจากกระจกเงา แต่มันคือตัวตนจริงแท้ของมนุษย์ผู้ควรจะนอนเน่าเปื่อยอยู่ใต้แผ่นดินมานานนับสิบห้าปี
"ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าทนายศิลาผู้ไร้พ่าย จะมีสีหน้าตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเป็นกับเขาด้วย"
เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยขึ้นนั้นเจือด้วยรอยยิ้มหยันบางเบา เป็นน้ำเสียงที่ศิลาจำได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงหัวใจตัวเอง ใบหน้าของผู้มาใหม่คมคายและมีริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่วับวาวด้วยประกายตาแห่งความเจ้าเล่ห์ที่ไม่มีวันเปลี่ยน แปลกประหลาดเหลือเกิน... คนที่ควรตายในเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่ออดีตกลับมายืนอยู่ตรงนี้ พร้อมกับแฟ้มเอกสารลับในมือที่อาจพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ทั้งกระบวนการยุติธรรม
ศิลาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติอันกระเจิดกระเจิงให้กลับเข้ารูปเข้ารอย แววตาเย็นชาที่เคยใช้พิฆาตคู่ความในศาลกลับไหววูบชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและระแวดระวังขั้นสูงสุด
"คุณรอดมาได้อย่างไร... หรือควรจะถามว่า คุณซ่อนตัวอยู่ที่ไหนมาตลอดสิบห้าปีนี้กันแน่ครับ-- อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันติดนิสัยพูดคำว่าค่ะมากกว่านะ" ศิลาปรับน้ำเสียงให้กลับมานิ่งสนิท ทว่าริมฝีปากกลับกระตุกเกร็งเล็กน้อยยามเอ่ยประชดประชัน
ผู้มาใหม่หัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าพ้นกรอบประตูเข้ามาในแสงไฟสลัว เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ลากยาวตั้งแต่กกหูลงมาถึงคอ ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันตัวตนที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือพยานปากเอกคนสำคัญที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับของคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ
"ความตายเป็นเพียงฉากละครที่จัดฉากขึ้นเพื่อให้พวกมันตายใจหรอกค่ะ ทนายศิลา" ชายวัยกลางคนผู้ลุกขึ้นมาจากความตายกล่าวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "และตอนนี้ ก็ถึงเวลาที่ฉากสุดท้ายของละครโรงนี้จะต้องเล่นให้จบเสียที... โดยมีชีวิตของพวกคุณทุกคนบนเดิมพัน"
พริมโรสขยับตัวเข้ามาใกล้ศิลาโดยสัญชาตญาณ สัญชาตญาณความเป็นแพทย์นิติเวชบอกเธอว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่พยานธรรมดา แต่คือตัวอันตรายระดับหัวกะทิที่รู้จุดอ่อนของกฎหมายทุกมาตรา และรู้ว่าต้องงัดหลักฐานชิ้นไหนมาทำลายล้างศัตรูให้จมดิน เธอกวาดสายตาสำรวจร่องรอยบนร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว—ผิวหนังที่เหี่ยวย่นตามวัย รอยแผลไฟไหม้ที่ผ่านการศัลยกรรมตกแต่งมาอย่างดี และกลิ่นอายของกระดาษเก่าๆ ที่ติดตัวมา
"ถ้าคุณมีหลักฐานจริง ทำไมถึงเพิ่งโผล่หัวออกมาตอนนี้?" พริมโรสเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและมั่นคง สมกับเป็นแพทย์ผู้คุ้นเคยกับการเผชิญหน้ากับความตาย "รู้ไหมคะว่าการหายตัวไปของคุณทำให้คนบริสุทธิ์ต้องรับกรรมแทนคุณมานานแค่ไหน ครอบครัวของฉัน... และอีกหลายชีวิตต้องพังทลายลงเพราะความขี้ขลาดของคุณ"
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ศิลาหันไปมองแพทย์สาวชั่วขณะ เขารู้ดีว่าแผลในใจของเธอเกี่ยวกับคดีนี้ลึกซึ้งเพียงใด และการเผชิญหน้ากับต้นเหตุแห่งความหายนะโดยตรงกำลังทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นคลอน แม้เธอจะพยายามควบคุมมันไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเยือกเย็นก็ตาม
ชายผู้ฟื้นจากความตายหันมาสบตาพริมโรส รอยยิ้มบนริมฝีปากจางหายไป เหลือเพียงแววตานิ่งสนิทที่สะท้อนความเห็นอกเห็นใจอย่างจอมปลอม
"คุณหมอพริมโรส... ทายาทคนเดียวของแพทย์นิติเวชผู้ล่วงลับ ฉันเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของคุณนะคะ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าฉันไม่หนีในวันนั้น ป่านนี้ฉันคงกลายเป็นศพไร้ญาติไปนานแล้ว และความจริงทั้งหมดก็จะถูกฝังกลบไปพร้อมกับเถ้าถ่าน" เขาเว้นจังหวะ กวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยแววตาเหนือกว่า "แต่ตอนนี้ เกมเปลี่ยนแล้วค่ะ ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่ฉันมาเพื่อยื่นข้อเสนอที่พวกคุณไม่มีทางปฏิเสธ"
ศิลาหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด สมองอันชาญฉลาดของทนายความมือทองเริ่มคำนวณความเสี่ยงและผลประโยชน์ ท่ามกลางความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวหนัง แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณระหว่างเขากับพริมโรสยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไหล่ของเธอที่แนบชิดกับเขาทำให้รับรู้ได้ถึงไออุ่นและความสั่นเทาเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าว ศิลาจึงตัดสินใจขยับตัวบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง เป็นการแสดงออกโดยสัญชาตญาณว่าเขาพร้อมจะปกป้องเธอจากอันตรายทุกรูปแบบ แม้ว่าศัตรูเบื้องหน้าจะเป็นผีดิบที่พวกเขากำลังตามหาก็ตาม
"ข้อเสนออะไร?" ศิลาเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันเต็มไปด้วยความกดดัน
ผู้มาใหม่หยิบแฟ้มซองสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าออกจากเสื้อสูท วางมันลงบนโต๊ะทำงานกระจกเสียงดังทึบ *ปุ!*
"หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดของคดีนี้... บัญชีลับที่บันทึกเส้นทางการเงินของผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด รวมถึงชื่อของผู้พิพากษาและอัยการที่รับสินบนในคืนที่พ่อของคุณถูกใส่ร้ายจนต้องฆ่าตัวตาย ทนายศิลา" ชายคนนั้นเอ่ยชื่อปมชีวิตที่เจ็บปวดที่สุดของชายหนุ่มออกมาตรงๆ ทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าของศิมากระตุกวูบ
ดวงตาคมกริบของศิลาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นี่คือสิ่งที่เขาตามหามาตลอดชีวิต เป็นเป้าหมายเดียวที่ผลักดันให้เขาไต่เต้าขึ้นมาเป็นทนายความผู้ไร้ความปรานี เพื่อรอวันล้างแค้นให้บิดาผู้ล่วงลับ ทว่าการได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการในตอนนี้ กลับมาพร้อมกับความเคลือบแคลงสงสัยอย่างรุนแรง
"แล้วคุณต้องการอะไรแลกเปลี่ยน?" พริมโรสถามสวนขึ้นทันที น้ำเสียงเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัด "คนอย่างคุณไม่มีทางใจดีเอาหลักฐานระดับนี้มาให้ฟรีๆ แน่"
ผู้หัวเราะเบาๆ อย่างถูกอกถูกใจในความฉลาดปราดเปรื่องของแพทย์สาว "สมแล้วที่เป็นลูกสาวของหมอใหญ่ ฉันชอบคนฉลาดค่ะ... สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่เงินทอง แต่คือ 'ความคุ้มครอง' จากคุณทนายศิลา และที่สำคัญที่สุด..." เขาเว้นวรรค สายตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสองด้วยนัยยะลึกล้ำ "...ฉันต้องการให้พวกคุณช่วยเปิดโปง 'องค์กร' ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดในศาลเปิด ไม่ใช่แค่สู้กันลับหลัง"
ศิลานิ่งงัดกับคำพูดนั้น ความเงียบงันกลับมาครอบงำอีกครั้ง แสงไฟสลัวจากภายนอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาทาบทับร่างของพวกเขาทั้งสาม ราวกับภาพวาดสีน้ำมันยุคเรเนซองส์ที่เต็มไปด้วยความลับและการทรยศหักหลัง ศิลาก้มมองซองเอกสารบนโต๊ะ สลับกับใบหน้าของพริมโรสที่หันมาสบตาเขาพอดี แววตาสีเทาของทั้งคู่สื่อสารกันโดยไม่ต้องเอื้อnคำพูดใดๆ พวกเขารู้ดีว่าก้าวต่อไปนี้หมายถึงความเป็นความตาย และอาจดึงพวกเขาดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งอันตรายที่ไม่อาจหวนกลับ
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากตอบรับหรือปฏิเสธข้อเสนอนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ราวกับเสียงกลองศึกที่กำลังเร่งจังหวะใกล้เข้ามาทุกที
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เงาร่างหลายสายทาบทับลงบนกระจกฝ้าของประตูหน้าห้อง พร้อมกับเสียงกระชากกลอนประตูดังลั่นในความมืด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะคะ
ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช•ตอนที่ 17
พยานปากเอก
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!