"เกมจบลงแล้วล่ะครับ... คุณศิลา และคุณหมอพริมโรส"
ประโยคที่ดังก้องผ่านลำโพงของโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นไม่ได้ทำให้ศิลาสะดุ้ง เขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ในห้องทำงานที่เงียบสงัด แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องเพียงเสี้ยวหน้าคมคายของเขาให้ดูดุดันราวกับรูปปั้นเทพบุตรผู้ร่วงหล่น ทว่ามือที่ถือแก้ววิสกี้กลับกระชับแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน
ตรงข้ามกับเขา พริมโรสยืนกอดอกอยู่ข้างหน้าต่างบานสูงที่สะท้อนเงาของเธอท่ามกลางแสงสีของเมืองหลวงในยามวิกาล ดวงตาคู่สวยของแพทย์นิติเวชไม่ได้จ้องมองออกไปข้างนอก แต่เธอกำลังจ้องมองภาพถ่ายหลักฐานบนโต๊ะทำงานของศิลา—ภาพถ่ายรอยแผลที่ถูกเย็บอย่างประณีตเกินกว่าจะเป็นฝีมือของคนทั่วไป
"คนพูดประโยคนั้น... คือ 'รวินท์' ใช่ไหมคะ" พริมโรสถามขึ้น เสียงของเธอเรียบสนิท แต่มันแฝงไปด้วยความสั่นไหวที่พยายามกดทับไว้ ศิลาไม่ได้ตอบทันที เขาวางแก้วลงบนโต๊ะ เสียงแก้วกระทบเนื้อไม้ดังสนั่นเหมือนเสียงค้อนตอกโลงศพ
"เลขานุการที่ผมไว้ใจที่สุด คนที่จัดการทุกอย่างให้ผมแม้กระทั่งเรื่องที่ไม่ควรจะรู้" ศิลาแค่นยิ้ม "เขารู้จุดอ่อนของผมดีพอๆ กับที่เขารู้ว่าหลักฐานชิ้นไหนในคดีนี้ที่ถูกสลับไป"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก พริมโรสเดินเข้าหาเขา กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อที่ติดตัวเธอมาผสมผสานกับกลิ่นมอลต์เข้มข้นจากตัวเขา มันเป็นส่วนผสมที่อันตรายและเร้าอารมณ์ เธอหยุดยืนตรงหน้าเขา ร่างบางโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เย็นชาของทนายหนุ่ม
"ถ้าเขารู้เรื่องหลักฐาน แปลว่าเขาเป็นคนส่งข้อมูลให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่วันแรก" พริมโรสเอ่ยด้วยเสียงที่ต่ำลง แววตาของเธอเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นความมุ่งมั่น "ศิลา... คุณไม่ได้สู้กับคู่ความในศาลแล้ว แต่คุณกำลังถูกงูพิษที่เลี้ยงไว้ฉกเอา"
ศิลาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า ความรู้สึกโหยหาที่ซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกที่เย็นชาพุ่งพล่าน เขาคว้าข้อมือของพริมโรสแล้วดึงเธอลุกขึ้น จนร่างกายของเธอกระแทกเข้ากับอกแกร่ง กลิ่นกายของเธอทำให้เขารู้สึกเหมือนคนกำลังขาดอากาศหายใจ
"ห่วงผมหรือห่วงคดีกันแน่?" เขาถามพลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างของเธออย่างถือวิสาสะ
"ทั้งสองอย่างค่ะ" เธอตอบอย่างไม่ลังเล ก่อนจะขยับเข้าใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน "ในฐานะทนาย คุณแพ้ไม่ได้... และในฐานะหมอ ฉันจะไม่ยอมให้ใครตายเพราะเกมสกปรกนี้อีก"
สัมผัสจากมือของศิลาที่ลูบไล้ผ่านต้นคอของเธอทำให้อารมณ์ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานพังทลายลง พริมโรสไม่ได้ถอยหนี เธอสวนกลับด้วยการสอดนิ้วเข้าไปในเส้นผมสีเข้มของเขา ดึงรั้งให้ใบหน้าของเขาก้มลงมาประทับจูบ
จูบของทั้งคู่ไม่ใช่ความอ่อนหวาน แต่มันคือการปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรงและเร่าร้อน ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดราวกับต้องการดูดกลืนความกังวลทั้งหมดทิ้งไป ศิลาอุ้มร่างบางขึ้นมาวางบนโต๊ะทำงานอย่างง่ายดาย โกยเอาเอกสารสำคัญบนนั้นให้ร่วงหล่นลงพื้นอย่างไร้ความหมาย เขาแทรกตัวเข้าไประหว่างเรียวขาของเธอ บดเบียดความต้องการให้แนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน
ทุกสัมผัสของศิลาหนักแน่นและแสดงความเป็นเจ้าของ ในขณะที่พริมโรสก็ตอบสนองอย่างเร่าร้อน มือของเธอจิกลงบนไหล่กว้างของเขา ความเจ็บปวดที่เกิดจากการถูกทรยศโดยคนใกล้ตัวถูกระบายออกผ่านความสัมพันธ์ที่ซ่านสยิว พวกเขาต่างก็เป็นเหยื่อของเกมนี้ แต่ในยามนี้ พวกเขาคือผู้คุมเกมเพียงหนึ่งเดียว
ท่ามกลางความมืดมิดที่โอบล้อม มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและความเสียดสีของผิวเนื้อที่จุดไฟอารมณ์ให้ลุกโชน ราวกับต้องการตอกย้ำว่าภายใต้ความเลวร้ายของโลกใบนี้ ความจริงและความรู้สึกของพวกเขาคือสิ่งเดียวที่เป็นของจริง
...
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนความร้อนแรงเริ่มจางหาย เหลือเพียงร่องรอยของความกระจัดกระจายบนโต๊ะทำงาน ศิลานั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า พริมโรสนั่งอยู่ข้างๆ จัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยด้วยท่าทางที่ดูสงบขึ้น แต่ดวงตาของเธอยังคงทอประกายความสงสัย
"รวินท์หายตัวไปตั้งแต่เมื่อกี้" ศิลาพูดขึ้นขณะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู "ผมเช็กระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว กล้องวงจรปิดในห้องเก็บหลักฐานถูกตัดสัญญาณเมื่อสิบนาทีก่อน... ตอนที่เรา..."
เขาสบถออกมาเบาๆ พริมโรสขมวดคิ้ว "ห้องเก็บหลักฐาน? แต่หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดคือผลชันสูตรศพของลูกความคุณ... มันถูกล็อคไว้ในตู้นิรภัยที่ต้องใช้รหัสผ่านสองชั้น"
"รหัสชั้นที่สองคือลายนิ้วมือของผม" ศิลาลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณทนายความชั้นครูสั่งให้เขารีบไปที่นั่น
ทั้งคู่รีบวิ่งไปที่ห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของชั้นใต้ดินทำให้พริมโรสใจคอไม่ดี เธอหยิบไฟฉายจากข้างเอวออกมาส่องนำทาง เมื่อประตูเหล็กกล้าเปิดออก ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจของทั้งคู่แทบหยุดเต้น
ตู้นิรภัยถูกเปิดออกด้วยวิธีการที่เหนือชั้น ไม่มีการทุบทำลาย แต่มีร่องรอยของการขโมยข้อมูลดิจิทัลไปจนหมดสิ้น บนพื้นมีเศษกระดาษที่ถูกเขียนด้วยลายมือคุ้นตาของรวินท์วางทิ้งไว้เพียงแผ่นเดียว
ศิลาหยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน มือของเขาเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะขยำมันทิ้ง
"ศิลา เกิดอะไรขึ้น?" พริมโรสถามพลางส่องไฟไปที่มุมมืดของห้อง
ศิลาเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว "รวินท์ไม่ได้แค่ขโมยหลักฐาน... เขาเอาแฟ้มคดีฆาตกรรมพ่อของผมไปด้วย... และในนั้น เขาทิ้งข้อความไว้ว่า 'ความจริงที่เขารออยู่ ไม่ใช่สิ่งที่ศิลาอยากรู้ที่สุด'"
ในขณะที่พริมโรสกำลังจะก้าวเข้าไปหาเขา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง แสงไฟจากกระบอกปืนนับสิบจ่อเข้ามาในห้องพร้อมกับร่างของชายในชุดดำที่คุ้นตา เขาไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นตำรวจที่ศิลาเคยว่าความให้เมื่อปีก่อน
"ทนายศิลา... คุณถูกจับในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการทำลายหลักฐานคดีฆาตกรรม" เสียงนั้นเย็นชาและไร้ความปรานี
รวินท์ก้าวออกมาจากเงามืดด้านหลังตำรวจคนนั้น รอยยิ้มที่มุมปากของเลขานุการหนุ่มดูเยือกเย็นและร้ายกาจเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ศัตรูในคราบมิตร แต่นี่คือกับดักที่เขาวางไว้ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของศิลา
ฝากติดตามตอนต่อไปนะคะ มิดไนท์คิสจะกลับมาพร้อมความระทึกที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมค่ะ
ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช•ตอนที่ 21
ศัตรูในคราบมิตร
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!