"ชื่อนั้น... เจ้าได้มันมาจากที่ใด"
น้ำเสียงของหลินฟานไม่ได้สั่นเครือ ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากร่างของเขากลับทำให้บรรยากาศภายในถ้ำลับแลอุณหภูมิลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผนังหิน นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังแผ่นป้ายวิญญาณเก่าคร่ำคร่าในมือของผู้อาวุโสสำนักกระบี่เมฆา ผู้ซึ่งบัดนี้ทรุดกายพิงผนังด้วยสภาพสะบักสะบอม ลมหายใจรวยรินใกล้ขาดใจ
เสี่ยวตู้ พยัคฆ์มังกรบรรพกาลขนปุยสีขาวที่ปกติมักจะส่งเสียงร้องออดอแอดยามหิวโหย บัดนี้มันกลับหูตั้งตรง ขนทั่วร่างลุกชัน ดวงตากลมโตสีฟ้าครามเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามดุจสัตว์ป่าล่าเหยื่อ ร่างอ้วนกลมที่ดูน่ารักน่ากอดแผ่ไอสังหารระดับทำลายล้างที่กดทับจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว มันส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอราวกับแผ่นดินกำลังจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ
"ฮ... แค่กๆ... ข้าไม่อาจปิดบังคุณชายหลินได้อีกแล้ว" ผู้อาวุโสเฒ่ากระอักเลือดสีดำออกมาคำโต ดวงตาฝ้าฟางมองหน้าเด็กหนุ่มผู้เป็นความหวังสุดท้ายของยุทธภพด้วยความรู้สึกผิดและหวาดกลัวระคนกัน "ในคืนที่ตระกูลหลินถูกเพลิงอสูรเผาผลาญจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี... ข้าซึ่งเป็นเพียงผู้อาวุโสฝ่ายนอก ทำได้เพียงแอบซ่อนตัวและเก็บสิ่งนี้ไว้"
ชิ้นส่วนหยกโบราณสลักลวดลาย "กิเลนเหยียบเมฆา" ถูกยื่นมาตรงหน้า หลินฟานรับมันมาด้วยมือที่มั่นคง แม้ภายในอกจะรู้สึกราวกับมีคลื่นพายุหมุนวนซัดสาดความแค้นนับร้อยปีให้ปะทุขึ้นมาพร้อมกัน
สัญลักษณ์นี้... เขาจำมันได้ดี มันคือตราประทับประจำตัวของ "มัน" ผู้ที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของบิดาและมารดาของเขาในคืนวันอันหนาวเหน็บ
"ราชครูหลงเหยียน..." หลินฟานพึมพำชื่อนี้ออกมาแผ่วเบา ทว่าทุกพยางค์กลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนทั่งตีเหล็ก "เป็นมันสินะ ที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของตระกูลหลินทั้งหมด"
"ไม่ใช่แค่ราชครูหลงเหยียนคนเดียวหรอกครับ คุณชาย..." เสียงแหบพร่าเอ่ยแทรกขึ้น พร้อมกับร่างของเงาดำสายหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากเพดานถ้ำ เบื้องหน้าของทั้งสองคือมือสังหารรับจ้างที่หลินฟานจับกุมไว้เมื่อยามวิกาล บัดนี้ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลจากการรีดเค้นความจริง "เบื้องบน... มีเงาของสำนักใหญ่ระดับฟ้าครามหนุนหลังอยู่ ไม่อย่างนั้น ต่อให้ตระกูลหลินจะเก่งกาจเพียงใด ก็ไม่มีทางถูกกวาดล้างจนสิ้นซากภายในคืนเดียวได้หรอก"
หลินฟานหลับตาลงช้าๆ สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดที่เคยสงสัย ปริศนาคัมภีร์อสูรบรรพกาล รอยแผลเป็นบนแผ่นหลังของบิดา และคำสาปที่ตกทอดมาถึงสายเลือดของเขา ทุกอย่างถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ศัตรูของเขาไม่ได้เป็นเพียงขุนนางกังฉินในราชสำนัก แต่เป็นขั้วอำนาจมืดที่ค้ำจุนรากฐานของยุทธภพมาอย่างยาวนาน
"ดี... ดีมากจริงๆ" หลินฟานลืมตาขึ้น รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่แม้แต่สัตว์อสูรบรรพกาลอย่างเสี่ยวตู้ยังต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ในเมื่อพวกมันอยากให้ตระกูลหลินสูญพันธุ์นัก ข้าก็จะทำให้พวกมันได้รู้ว่า... นรกบนดินที่แท้จริง หน้าตาเป็นอย่างไร"
ทว่า ก่อนที่หลินฟานจะได้ซักถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่กู้ซ่อนตัวที่แท้จังของเป้าหมาย ผู้อาวุโสสำนักกระบี่เมฆากลับเบิกตากว้าง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เลือดสีดำทะลักออกจากทวารทั้งห้า สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ดับวูบลงในพริบตา
"พิษกู่สลายวิญญาณ!" หลินฟานพุ่งเข้าไปตรวจสอบชีพจรอย่างรวดเร็ว แต่สายเกินไปแล้ว ผู้อาวุโสเฒ่าสิ้นใจตายในอ้อมแขนของความลับที่ยังพูดไม่จบ
"นายท่าน ระวังตัวด้วยครับ!" เสี่ยวตู้ส่งเสียงร้องเตือนพร้อมกับกระโจนเข้าขวางหน้าหลินฟานทันที ขณะเดียวกัน ผนังถ้ำด้านนอกก็ระเบิดออกเป็นจุล เศษหินนับร้อยชิ้นพุ่งแหวกอากาศเข้ามาดุจห่าฝน
*ตูมมม!*
ควันสีม่วงเข้มพวยพุ่งปกคลุมไปทั่วบริเวณ พร้อมกับแรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ที่กดทับลงมาจนพื้นดินสั่นสะเทือน เงาร่างสามร่างในชุดคลุมสีทองปักลายพยัคฆ์เหินฟ้าปรากฏกายขึ้นท่ามกลางกลุ่มควัน ดวงตาสีเพลิงภายใต้หน้ากากโลหะจ้องมองมาที่หลินฟานด้วยจิตสังหารเข้มข้น
"เจ้าเด็กสารเลว หลินฟาน..." เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากขุมนรกดังขึ้นจากชายผู้ยืนอยู่ตรงกลาง "คิดไม่ถึงเลยว่า เจ้าจะตามสืบเรื่องนี้จนเจอตัวหนอนบ่อนไส้เร็วกว่าที่คาดไว้... แต่น่าเสียดายนัก ที่ความอยากรู้อยากเห็นของเจ้า จะต้องแลกมาด้วยชีวิตในค่ำคืนนี้!"
หลินฟานค่อยๆ ยืนขึ้น ปัดฝุ่นตามอาภรณ์อย่างไม่สะทกสะท้าน แม้เบื้องหน้าจะเป็นยอดฝีมือถึงสามคนที่มีพลังสูงกว่าตนเองถึงสองขอบเขต แต่แววตาของเขากลับปรากฏประกายความตื่นเต้นระคนความสนุกสนานเสียยิ่งกว่าความหวาดกลัว
เขาลูบหัวเสี่ยวตู้ที่ส่งเสียงขู่คำรามในลำคอเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดังก้องกังวานไปทั่วถ้ำที่พังทลาย
"พวกเจ้ามาช้าไปหน่อยนะ... ข้ากำลังเบื่อๆ อยู่พอดีเลย ว่าแต่... หัวของพวกเจ้าทั้งสามคน จะพอเอาไปสังเวยสุราหน้าหลุมศพของคนตระกูลหลินได้สักกี่จอกกันเชียว?"
หลินฟานสะบัดมือขวาเบาๆ ดาบอสูรโลหิตปรากฏขึ้นในมือ พลังปราณอสูรสีเลือดพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า บรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อม ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะพุ่งทะยานออกไปจู่โจมนั้นเอง เสียงฝีเท้าปริศนาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง... เป็นเสียงฝีเท้าที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้ยิน ณ ที่แห่งนี้
"คุณชายหลิน... เกรงว่าท่านคงไม่มีโอกาสได้ใช้หัวของพวกมันไปสังเวยหรอกครับ..." เสียงทุ้มหวานอันคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับปลายกระบี่เล่มหนึ่งที่จ่อเข้าที่ต้นคอของหลินฟานจากด้านหลังอย่างไร้ซุ่มเสียง!
ด้วยความเคารพและมิตรภาพแห่งยุทธภพ
— ลั่วอสูรหมื่นภูผา —
เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 51
ความจริงเรื่องการล่มสลายของตระกูล
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!