กระบี่วิปลาสสยบมาร กับนางเซียนน้ำแข็งผู้เย็นชาจนกระดูกสั่น•ตอนที่ 1

กลิ่นอายมรณะที่พัดผ่าน

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กลิ่นอายความตายไม่ได้มาพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้อง มันมักย่างกรายเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ดั่งเงาพายัพที่ทาบทับลงบนผืนแผ่นดินโดยไร้ซึ่งสุ้มเสียง "เจ้ากล้าดียังไง... ถึงเหยียบย่างเข้ามาถึงเขตหวงหลับชั้นในของตำหนักเหมันต์" น้ำเสียงนั้นเยียบเย็นยิ่งกว่าธารน้ำแข็งหมื่นปี มันเสียดแทงเข้าไปถึงกระดูกดำและบีบคั้นจิตวิญญาณของผู้ฟังให้แหลกสลาย แต่มันกลับทำให้มุมปากของบุรุษผู้หนึ่งกระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน บนยอดผาสูงชันที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะโปรยปราย ท่ามกลางค่ายกลกระบี่นับหมื่นเล่มที่ปักสลับซับซ้อนราวกับป่าเหล็กไหล ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทสะบัดพลิ้วตามแรงลม เย่เฉิน ยืนไขว่ห้าวมือข้างหนึ่งถือฝักกระบี่ไม้เก่าคร่ำคร่าไร้ลวดลาย ส่วนมืออีกข้างกำลังแคะหูอย่างเกียจคร้าน สายตาของเขาเหลือบมองสตรีผู้สูงศักดิ์เบื้องหน้าด้วยแววตาระรื่น "ฮ่าๆๆ แม่นางจินหลิง อย่าเพิ่งใช้น้ำเสียงดุดันเช่นนั้นสิครับ ข้าแค่วานลมหนาวพามาเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์... ใครจะรู้เล่าว่าเขตหวงหลับที่พวกท่านหวงแหนนักหนา จะมีกลิ่นอายสตรีหอมกรุ่นชวนให้หลงใหลเช่นนี้" เย่เฉินเอ่ยด้วยน้ำพักน้ำแรงที่กวนประสาทถึงขีดสุด ดวงตาคู่คมพราวระยับแฝงความเจ้าเล่ห์ เซียนจินหลิงยืนตระหง่านอยู่บนยอดศิลาหิมะ ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพเซียนจำศีล เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายตามแรงลม ดาบกระบี่ในมือของนางแผ่ไอเย็นสีฟ้าครามออกมาจนอากาศรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่น นัยน์ตาคู่คมดุจกระบี่หยกจ้องมองเขาด้วยความรังเกียจแกแกมโทสะ นางไม่เคยพบผู้ใดที่ไร้ยางอายและกล้าหาญถึงเพียงนี้มาก่อน "สามห่าว! บังอาจล่วงล้ำเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ โทษทัศน์คือความตาย!" สิ้นเสียงตวาด ไอเย็นยะเยือกพลุ่งพล่านขึ้นฟ้าทันที! ค่ายกลกระบี่นับหมื่นเล่มสั่นสะเทือนพร้อมเพรียงกัน ส่งเสียงกังวานเสียดแก้วหู แสงกระบี่สีครามพวยพุ่งขึ้นสู่นภากาศรวมตัวกันเป็นมังกรน้ำแข็งขนาดยักษ์ อ้าปากคำรามหมายจะกลืนกินร่างของเย่เฉินให้หายไปในพริบตา บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ซ่านกดทับลงมาดั่งภูเขาทับถม แต่วิถีเซียนและการบำเพ็ญเพียรฝืนลิขิตฟ้าดินของเย่เฉินหาใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะจินตนาการได้ "เฮ้ๆ เจ้าตัวเล็ก ตื่นได้แล้ว ดูเหมือนว่าแม่นางน้ำแข็งผู้นี้จะต้อนรับพวกเราด้วยการแสดงชุดใหญ่เสียแล้วนะ" เย่เฉินเอ่ยพึมพำเบาๆ *“Fvck! เจ้ามนุษย์สารเลว ปลุกข้าทำไมแต่เช้าตรู่ฟะ! หนาวจะตายอยู่แล้ว!”* เสียงแหลมเล็กตะโกนโวยวายดังขึ้นจากอกเสื้อของเย่เฉิน พริบตานั้นเอง อสูรบรรพกาลเสี่ยวไป๋—สัตว์อสูรตัวจิ๋วขนปุกปุยสีขาวราวหิมะแต่มีดวงตาสองสีประหลาด ก็โผล่หัวออกมา มันอ้าปากพ่นลูกไฟสีทองแดงขนาดเท่ากำปั้นออกไปปะทะกับไอเย็นทันที ทำให้เกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ไอหมอกสีขาวพวยพุ่งบดบังทัศนียภาพจนมองไม่เห็นสิ่งใด เซียนจินหลิงขมวดคิ้วมุ่น นางสัมผัสได้ถึงพลังปราณอันแปลกประหลาดและดุร้ายจากสัตว์อสูรตัวจิ๋วนั้น แต่วินาทีต่อมา ร่างของเย่เฉินก็หายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย! "วิชาตัวเบาไร้ลักษณ์..." แววตาของเซียนจินหลิงไหววูบเป็นครั้งแรก "ยุทธภพนี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก แม่นางจินหลิง... แต่ดูเหมือนว่าระยะห่างระหว่างหัวใจของเจ้ากับข้าในตอนนี้ จะใกล้ชิดเสียจนข้าได้ยินเสียงชีพจรของเจ้าเต้นรัวแล้วล่ะครับ" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นที่ข้างใบหูอันหนาวยะเยือกของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวผ่อง ท่ามกลางค่ายกลกระบี่ที่หมุนวนบ้าคลั่ง เซียนจินหลิงสะดุ้งสุดตัว หัวใจที่ด้านชามานับร้อยปีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง นางตวัดกระบี่กลับหลังฟาดฟันออกไปทันทีด้วยสัญชาตญาณ *ฉับ!* อาภรณ์สีดำที่หัวไหล่ของเย่เฉินขาดวิ่นเล็กน้อย แต่เขากลับถอยหลังไปสามก้าวพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบมองสำรวจเรือนร่างงดงามที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธ "ฝีมือไม่เลว สมกับที่เป็นศิษย์เอกตำหนักเหมันต์..." เย่เฉินเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นคมกล้าดั่งคมกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝัก "แต่ทว่า... วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อต่อสู้กับเจ้า" เซียนจินหลิงกระชับกระบี่ในมือแน่น ไอเย็นรอบตัวแผ่ขยายปกคลุมผืนป่า "ถ้าเช่นนั้น เจ้ามาทำไมที่นี่? หรือคิดว่าข้าไม่กล้าสังหารเจ้า?" เย่เฉินไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ค่อยๆ เอื้อมมือไปกุมด้ามกระบี่วิปลาสที่เหน็บอยู่ข้างเอว ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เมฆทมิฬม้วนตัวคำรามด้วยสายฟ้าสีเลือด กลิ่นอายมรณะที่แท้จริงแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งแปดทิศ สรรพสิ่งหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง กระบี่วิปลาสยังไม่ทันชักออกจากฝัก... แต่แรงกดดันที่สะท้อนออกมาจากตัวเย่เฉิน กลับทำให้ค่ายกลกระบี่นับหมื่นเล่มของตำหนักเหมันต์ส่งเสียงกรีดร้องและแตกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา! ดวงตาของเซียนจินหลิงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด นางพบว่าสัจธรรมวิถีกระบี่ที่นางภาคภูมิใจมาตลอดชีวิต กำลังสั่นสะท้านต่อหน้าบุรุษผู้นี้ เย่เฉินก้มลงกระซิบผ่านสายลมที่หยุดนิ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดั่งประกาศิตจากสวรรค์เอמהขึ้นว่า "ข้ามาเพื่อทวงคืน... สิ่งที่พวกมันพรากไปจากตระกูลเย่เมื่อสิบปีก่อน และเลือดศิษยานุศิษย์ของตำหนักเหมันต์... ก็คือเครื่องสังเวยชิ้นแรก" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ — ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสยบมาร กับนางเซียนน้ำแข็งผู้เย็นชาจนกระดูกสั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%