"เจ้าพลาดแล้ว หลี่เฟย... อักขระกักขังวิญญาณระดับแปดนี้ ต่อให้เป็นเซียนกระบี่ผู้บรรลุวิถีแห่งฟ้าก็มิอาจทำลายได้ด้วยกำลังกาย"
เสียงทุ้มต่ำและเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกของ 'จ้าวสำนักมารโลหิต' ดังสะท้อนอยู่ในโถงมืดมิด กลิ่นอายของความตายคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ โซ่ตรวนสีดำทมิฬที่สลักลวดลายอักขระแปลกประหลาดรัดแน่นอยู่รอบข้อมือและข้อเท้าของชายหนุ่มร่างโปร่งที่กำลังคุกเข่าอยู่กลางห้อง
หลี่เฟยเงยหน้าขึ้นช้าๆ เส้นผมสีดำสนิทปรกใบหน้าที่เรียบเฉย แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกหรือความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาส่งยิ้มบางๆ ให้กับเงาร่างในความมืดที่ก้าวออกมาเบื้องหน้า
"ท่านจ้าวสำนัก การที่ท่านมั่นใจในโซ่ตรวนอักขระของท่านขนาดนี้ นับว่าเป็นการตัดสินใจที่... น่าสนใจมากครับ" หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศในยามบ่าย "ทว่า ท่านไม่เคยสงสัยบ้างหรือว่า เหตุใดผู้ที่เคยทำลายค่ายกลกักขังดาราสวรรค์มาแล้วอย่างผม ถึงได้ยอมเดินเข้ามาให้ท่านจับถึงในถ้ำมังกรเช่นนี้?"
จ้าวสำนักมารโลหิตหยุดเดินกะทันหัน ความมืดที่ห่อหุ้มกายเขาเริ่มสั่นไหวด้วยความไม่ไว้วางใจ "เจ้าต้องการจะข่มขู่ข้าหรือ? ต่อให้เจ้าจะเก่งกาจเพียงใด แต่ในสถานะเชลยที่ลมปราณถูกผนึกเช่นนี้ เจ้าก็ไม่ต่างจากมดปลวกตัวหนึ่ง"
"มดปลวกก็อาจล้มยักษ์ได้ หากมันรู้ว่าจุดอ่อนของยักษ์นั้นอยู่ตรงหัวใจ" หลี่เฟยขยับตัวเล็กน้อย โซ่ตรวนที่รัดแน่นกลับไม่ส่งเสียงกระทบกันแม้แต่น้อย มันเงียบงันราวกับกำลัง 'รอคอย' อะไรบางอย่าง
ภายในใจของหลี่เฟย เขากำลังคำนวณตำแหน่งของอักขระที่ถูกสลักไว้บนผนังถ้ำแห่งนี้ นี่ไม่ใช่คุกธรรมดา แต่มันคือส่วนหนึ่งของ 'ค่ายกลดูดกลืนโลหิต' ที่จะค่อยๆ รีดเค้นลมปราณของผู้ถูกขังเพื่อไปหล่อเลี้ยงพลังของจ้าวสำนักมารโลหิต แผนการนี้เขาตระหนักดีตั้งแต่อยู่ในแผนผังค่ายกลโบราณที่เหมยซูแอบส่งมาให้
'การยอมติดกับ คือการได้เข้าใกล้ศูนย์กลางของค่ายกลศัตรู' หลี่เฟยคิดในใจ พลางใช้นิ้วมือที่ถูกล่ามไว้แตะสัมผัสเบาๆ ลงบนโซ่ที่พันธนาการข้อมือ
เขาไม่ได้พยายามทำลายมัน แต่เขากำลัง 'แทรกซึม' เข้าไปในโครงสร้างของมันต่างหาก
"ท่านจ้าวสำนัก..." หลี่เฟยกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ท่านรู้หรือไม่ว่า ข้อผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุดของค่ายกลอักขระโบราณคืออะไร?"
จ้าวสำนักมารโลหิตขมวดคิ้ว "ไร้สาระ! ค่ายกลนี้สืบทอดมาแต่บรรพกาล ไม่มีทางมีจุดอ่อน!"
"มีครับ... ทุกสรรพสิ่งในใต้หล้าล้วนมีจุดสมดุล หากเราเติมเต็มจุดสมดุลนั้นด้วยอักขระที่ตรงข้าม ค่ายกลที่แข็งแกร่งที่สุด ก็จะกลายเป็นคุกที่ขังตัวผู้สร้างเอง"
หลี่เฟยดีดนิ้วมือเบาๆ ทันใดนั้น อักขระสีทองที่ถูกเขาวาดไว้ที่ฝ่ามือตั้งแต่อยู่ด้านนอก ก็เริ่มส่องแสงสว่างวาบขึ้นมา มันไม่ได้พุ่งออกไปปะทะโซ่ตรวน แต่กลับไหลซึมเข้าไปในรอยต่อของอักขระสีดำที่รัดตัวเขาอยู่ ราวกับน้ำที่ซึมผ่านรอยแยกของหินผา
บรรยากาศในถ้ำเริ่มแปรปรวน พลังงานที่ควรจะถูกดูดออกจากร่างหลี่เฟย กลับไหลย้อนกลับด้วยความเร็วสูง!
"เจ้าทำอะไรลงไป!?" จ้าวสำนักมารโลหิตหน้าเปลี่ยนสี เขาพยายามจะดีดนิ้วเพื่อสั่งปิดค่ายกล แต่ทว่าร่างกายของเขากลับขยับไม่ได้ ราวกับถูกแรงกดดันมหาศาลกดทับเอาไว้
"ผมก็แค่เปลี่ยนทางเดินของพลังงานนิดหน่อยครับ" หลี่เฟยยันตัวลุกขึ้นยืน โซ่ตรวนที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้กลายเป็นเพียงเหล็กไร้ค่าที่หลุดร่วงกองลงบนพื้น "ขอบคุณท่านมากที่สละเวลาอธิบายถึงวิธีการทำงานของค่ายกลนี้ให้ผมฟังผ่านการเคลื่อนไหวของลมปราณที่ท่านส่งมาตรวจสอบผมตั้งแต่ต้น... มันทำให้ผมรู้ว่า 'หัวใจ' ของค่ายกลไม่ได้อยู่ที่ผนังถ้ำ แต่มันอยู่ที่... ร่างกายของท่านเอง"
จ้าวสำนักมารโลหิตเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินจิตใจเมื่อเห็นอักขระสีทองของหลี่เฟยกำลังลามไปบนผนังถ้ำตามความต้องการของเขา แต่ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น กลับมีเสียงปรบมือดังแว่วมาจากมุมมืดของห้องโถง
"ยอดเยี่ยม... สมกับที่เป็นทายาทตระกูลหลี่ที่ข้าเฝ้าตามล่ามาตลอดทศวรรษ"
ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดอย่างช้าๆ รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้ห้วงอากาศโดยรอบถึงกับบิดเบี้ยว มันคือชายวัยกลางคนที่สวมอาภรณ์สีทองประดับลายเมฆา ดวงตาของเขามีแสงสีขาวโพลนราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกสิ่ง
หลี่เฟยชะงักฝีเท้าลงทันที หัวใจเต้นรัวด้วยความเคียดแค้นที่พยายามกดทับไว้ "จักรพรรดิเทพเทียนหยาง... ท่านก็มาที่นี่ด้วยตัวเองเชียวหรือครับ?"
"ข้าไม่ได้มาจับเจ้า" จักรพรรดิเทพเทียนหยางยิ้มเย็น "ข้ามาเพื่อดูว่าอักขระที่เจ้ากำลังจะเขียนขึ้น... มันจะทรงพลังพอที่จะเปิด 'ประตูมิติแห่งหายนะ' ให้ข้าได้หรือไม่"
หลี่เฟยรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ทันใดนั้น เงาร่างของเหมยซูที่ควรจะคอยระวังภัยอยู่ด้านนอก กลับเดินเข้ามาข้างกายจักรพรรดิเทพเทียนหยางด้วยสีหน้าว่างเปล่า ดวงตาของนางไร้ซึ่งประกายชีวิต เหมือนตกอยู่ใต้มนตราสะกดขั้นสูง
"นางไม่ใช่พวกเดียวกับท่านแล้ว หลี่เฟย" จักรพรรดิเทพเทียนหยางเอ่ยเบาๆ "และตอนนี้... ข้ามีคำถามสุดท้ายที่จะถามเจ้า ก่อนที่ข้าจะลบเจ้าไปจากประวัติศาสตร์"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมรสุมชีวิตของปราชญ์อักขระมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ
หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 32
กับดักภายในกับดัก
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!