เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 1

ศิษย์นอกรีตผู้ไร้เส้นชีพจร

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
# ศิษย์นอกรีตผู้ไร้เส้นชีพจร "เจ้ามันก็แค่ขยะไร้ค่าที่หลงเหลือจากซากปรักหักพังของตระกูลที่สาบสูญ จงจำใส่กะโหลกไว้ว่า ต่อให้เจ้าถูพื้นสำนักจนเงาวับไปอีกสิบปี เส้นชีพจรที่ตีบตันของเจ้าก็ไม่มีวันรองรับปราณระดับต่ำสุดได้หรอก" เสียงถ่มน้ำลายลงบนพื้นไม้กระดาน ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันของโถงฝึกยุทธ์ ศิษย์พี่ใหญ่จางห่าวใช้ปลายเท้ากดลงบนหลังมือของหลี่เฟยที่กำลังก้มลงเช็ดคราบโคลนบนรองเท้าของเขาอย่างเย็นชา แรงกดนั้นหนักหน่วงจนกระดูกข้อมือของเด็กหนุ่มส่งเสียงลั่น ทว่าใบหน้าของหลี่เฟยกลับเรียบเฉยราวกับรูปสลักหิน เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแววตาสมเพชเวทนาของผู้ที่ยืนอยู่เหนือกว่า "ศิษย์พี่จางสั่งสอนได้ถูกต้องยิ่งนัก ข้าจะจดจำใส่ใจไว้" หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทอดจังหวะเว้นวรรคได้อย่างประหลาด เขาค่อยๆ ดึงมือออกอย่างแช่มช้าโดยไม่แสดงความเจ็บปวดแม้แต่น้อย "ไปให้พ้นหน้าข้าเสีย ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน" จางห่าวสะบัดชายเสื้อแล้วเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของศิษย์ร่วมสำนักที่รายล้อมอยู่ หลี่เฟยยืนขึ้นช้าๆ ปัดเศษฝุ่นบนชุดศิษย์ชั้นต่ำสีซีดจางของตนออก แววตาของเขาที่เคยราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก บัดนี้กลับวูบไหวด้วยประกายที่คนทั่วไปมิอาจอ่านออก หากใครสังเกตเห็นนิ้วมือของเขาในยามนี้ จะพบว่าปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางของเขามีรอยบาดลึกเป็นเส้นอักขระประหลาดที่ค่อยๆ เลือนหายไปในผิวหนัง เขามิได้เดินกลับไปที่เรือนพักรวมที่แออัดและเน่าเฟะ แต่กลับมุ่งหน้าสู่เขาส่วนลึกอันเป็นเขตหวงห้าม ที่ซึ่งความหนาแน่นของปราณต่ำจนถึงขั้นเป็นพิษต่อผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไป ที่นั่นมีถ้ำเก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายศตวรรษ ซึ่งสำหรับคนอื่นมันคือที่ที่ไร้ค่า แต่สำหรับหลี่เฟย... มันคือฐานทัพที่สมบูรณ์แบบที่สุด ภายในถ้ำมืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากหินเรืองแสงก้อนเล็กๆ บนผนัง ผิวผนังถ้ำเต็มไปด้วยลวดลายอักขระนับพันที่ถูกสลักไว้อย่างซับซ้อนและงดงามราวกับงานศิลปะชั้นสูง หลี่เฟยหยิบพู่กันที่ทำจากขนหางอสูรทิพย์ออกมา จุ่มลงในหมึกที่ผสมจากเลือดมังกรวารีและผงเหล็กไหลที่เขาแอบสะสมมาแรมปี เขาไม่ได้บำเพ็ญปราณในระดับเส้นชีพจรเหมือนคนอื่น เพราะตระกูลหลี่ของเขาถูก "จักรพรรดิเทพเทียนหยาง" ทำลายเส้นชีพจรหลักตั้งแต่วันที่ล้างบางตระกูล แต่นั่นมิใช่จุดจบ... มันคือจุดเริ่มต้นของการสร้างเส้นทางใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด "ปราณงั้นหรือ? ช่างเป็นพลังที่เปราะบางนัก" หลี่เฟยพึมพำขณะตวัดพู่กันวาดวงแหวนค่ายกลกลางอากาศ ลายเส้นอักขระส่องแสงสีทองจางๆ ก่อนจะจมหายเข้าไปในชั้นหิน "พลังที่แท้จริงหาใช่การยืมฟ้าดินมาใช้ แต่คือการทำให้ฟ้าดินต้องก้มหัวให้กฎเกณฑ์ที่เราขีดเขียนขึ้นต่างหาก" ค่ายกล "ดาราไร้ลักษณ์" ที่เขาวางไว้เริ่มทำงาน มันดูดซับไอพิษจากรอบข้างเปลี่ยนให้เป็นพลังงานบริสุทธิ์และส่งตรงเข้าสู่แกนกลางอักขระในร่างของเขา หลี่เฟยนั่งขัดสมาธิ สัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของพลังที่ไม่ได้ไหลผ่านชีพจร แต่ไหลผ่าน "โครงข่ายอักขระ" ที่เขาฝังไว้ในกระดูกและเลือดเนื้อ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่พยายามเก็บซ่อนอย่างแนบเนียนก็ดังขึ้นที่หน้าปากถ้ำ หลี่เฟยหยุดการเดินลมปราณทันที ดวงตาคมกริบดุจใบมีดตวัดมองไปที่เงาดำที่กำลังก้าวเข้ามา "เจ้าซ่อนความลับไว้ในที่ที่คนโง่ที่สุดเท่านั้นที่จะมองข้ามสินะ หลี่เฟย" เสียงสตรีที่ฟังดูคุ้นหูเอ่ยขึ้น เหมยซือเดินออกมาจากความมืด นางสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่ดูขัดกับสภาพถ้ำสกปรก ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองค่ายกลที่ยังคงเรืองแสงอยู่บนพื้นด้วยความตื่นตะลึง "เจ้ามาทำอะไรที่นี่ เหมยซือ หากเจ้าสำนักรู้ว่าเจ้าลักลอบมาพบศิษย์ชั้นต่ำอย่างข้า ข้าเกรงว่าตำแหน่งบุตรสาวเจ้าสำนักของเจ้าคงสั่นคลอนไม่น้อย" หลี่เฟยไม่ได้ขยับตัว แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีคุกคาม เหมยซือเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไอหมึกจางๆ จากตัวเขา นางยื่นห่อผ้าไหมปักดิ้นทองส่งให้เขา "ข้าเอาสิ่งที่เจ้าต้องการมาให้... เลือดของสัตว์อสูรเก้าดารา และตำราค่ายกลโบราณที่เจ้าเคยสั่ง" หลี่เฟยรับห่อผ้านั้นมาพลางขมวดคิ้ว "ทำไม?" "เพราะข้าเบื่อที่ต้องมองดูอาณาจักรนี้ถูกปกครองโดยพวกหน้าซื่อใจคดภายใต้เงื้อมมือของจักรพรรดิเทพ" นางโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเขา เสียงของนางสั่นพร่าด้วยความแค้นที่ซ่อนเร้น "และอีกเหตุผลหนึ่ง... เพราะเมื่อครู่ที่เจ้าสำนักประกาศในห้องโถงใหญ่ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะส่งตัวเจ้าให้เป็น 'เครื่องสังเวย' ในพิธีบูชาเทพเทียนหยางวันพรุ่งนี้" หลี่เฟยนิ่งไป มือที่ถือห่อผ้ากำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาเงยหน้าขึ้นสบตานาง แววตาของเขาไม่ได้มีความกลัวแม้แต่น้อย แต่กลับมีความเย็นเยียบที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า "เครื่องสังเวยหรือ? ดูท่าจักรพรรดิเทพคงจะลืมไปแล้วว่า... ตระกูลหลี่ไม่ได้มีแค่เพียงนักรบ แต่พวกเราคือผู้ควบคุมกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์" เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ค่ายกลทั่วทั้งถ้ำพลันสว่างวาบขึ้นพร้อมกันจนแสบตา และในวินาทีนั้นเอง เสียงระฆังเตือนภัยของสำนักก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งขุนเขา ประตูถ้ำที่เคยปิดตายกลับถูกระเบิดออกด้วยแรงมหาศาลจากภายนอก พร้อมกับกองทหารสำนักนับร้อยที่พุ่งเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองคน! หมึกทองคำข้ามภพขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางในเส้นทางสายอักขระไปพร้อมกับหลี่เฟยนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%