โอสถบุปผาซ่อนเงา•ตอนที่ 1

ฟื้นตื่นในเรือนร้าง

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
รสชาติของความตาย... แท้จริงแล้วไม่ได้ขมปร่าดังเช่นสมุนไพรต้มเคี่ยว หากแต่เผาไหม้ราวกับกลืนกินถ่านไฟแดงฉานลงไปทั้งก้อน ไป๋จูหลานสำลักเฮือกใหญ่ ร่างกายที่เคยไร้เรี่ยวแรงกระตุกเกร็ง สัญชาตญาณการเป็นแพทย์หญิงมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดกรีดร้องลั่นในโสตประสาท นางมิได้อยู่ในห้องฉุกเฉินที่มีเสียงเครื่องมือแพทย์ระงม หากแต่กลิ่นอับชื้นของเรือนไม้ผุพังและกลิ่นคาวสนิมเลือดกลับอัดแน่นจนเต็มปอด "ฟื้นขึ้นมาแล้วอย่างไร? ต่อให้เจ้ามีเก้าชีวิต ก็ไม่มีทางรอดพ้นความอัปยศที่ก่อไว้ได้หรอก!" น้ำเสียงแหลมสูงเจือความสะใจดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับแรงกระชากเส้นผมจนหนังศีรษะแทบหลุดร่วง ไป๋จูหลานนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ดวงตาที่เคยพร่ามัวค่อยๆ กวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว นี่คือนรกภูมิอันใดกัน? ภาพเบื้องหน้าคือห้องหับคับแคบที่ตกแต่งอย่างยากจน ผ้าม่านเก่าคร่ำคร่าสีซีดจาง และหญิงวัยกลางคนในชุดผ้าต่วนปักลายดอกไม้หยาบๆ นางกำลังยืนค้ำหัวด้วยแววตาดุจงูพิษ ข้างกายยังมีสาวใช้หน้าตาตื่นตระหนกถือถาดไม้ ซึ่งบนนั้นมีถ้วยกระเบื้องเคลือบลายครามบรรจุของเหลวสีดำสนิทส่งกลิ่นฉุนกานพลูและรากอัคคีระอุ สมองอันปราดเปรื่องของไป๋จูหลานประมวลผลอย่างบ้าคลั่งในเสี้ยววินาที ความทรงจำแปลกปลอมหลั่งไหลเข้ามาในหัวดั่งกระแสน้ำวน นางไม่ใช่แพทย์หญิงผู้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว แต่นางคือ ‘ไป๋จูหลาน’ บุตรีผู้เกิดจากอนุภรรยาต่ำต้อยแห่งจวนเสนาบดีไป๋ ผู้ถูกยัดเยียดข้อหาคบชู้สู่ชาย ทั้งที่ความจริงแล้วนางเป็นเพียงเหยื่อในเกมอำนาจของแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างฮูหยินใหญ่ เพื่อปกปิดความเน่าเฟะของบุตรสาวแท้ๆ ของตนเอง! "ฮูหยินรอง... หรือที่ข้าควรเรียกว่าท่านแม่ผู้ใจบุญดีเล่าเจ้าคะ" ไป๋จูหลานเค้นเสียงหัวอกแหบพร่า ริมฝีปากที่แตกแห้งยกยิ้มหยันขึ้นอย่างเยือกเย็น สายตาคู่คมกริบตวัดมองสตรีตรงหน้าจนอีกฝ่ายชะงักไปวูบหนึ่ง ฮูหยินใหญ่หลี่ซื่อขมวดคิ้วมุ่น นางไม่คาดคิดว่าเด็กสาวที่เพิ่งถูกซ้อมจนปางตายและกำลังจะถูกกรอกยาพิษปลิดชีพ จะยังมีแววตาดุดันและวาจาเชือดเฉือนใจถึงเพียงนี้ "ปากกล้าจริงนะนังตัวดี!" หลี่ซื่อแค่นเสียงลอดไรฟัน ยื่นมือเรียวยาวบีบคางของไป๋จูหลานแน่นจนกรามแทบร้าว "ดื่มมันเข้าไปซะ! อย่าให้ชื่อเสียงของตระกูลไป๋ต้องแปดเปื้อนเพราะเศษสวะอย่างเจ้า การตายของเจ้าจะทำให้ทุกคนพ้นเคราะห์กรรม เจ้าควรสำนึกบุญคุณที่ข้ายอมหาความตายที่สงบสุขเช่นนี้ให้" "ความตายที่สงบสุข?" ไป๋จูหลานทวนคำ น้ำเสียงของนางเจือความเย้ยหยันระคนสมเพช ลมหายใจที่พ่นออกมาแฝงกลิ่นอายอันตรายที่ทำให้ฮูหยินใหญ่รู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "ท่านกำลังกลัว... กลัวว่าความจริงเรื่องที่บุตรสาวของท่านลักลอบได้เสียกับองค์ชายรองจะแดงออกมาต่างหากเล่า" "บังอาจ!" หลี่ซื่อตบโต๊ะเสียงดังสนั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเครื่องเรือนสั่นสะเทือน "จัดการนาง! จับอ้าปากแล้วกรอกยาลงไปเดี๋ยวนี้! อย่าให้นางเพ้อเจ้ออีก!" สาวใช้ร่างท้วมสองคนพุ่งเข้ามาทันทีตามคำสั่ง พวกนางกดร่างระหงของไป๋จูหลานลงกับพื้นไม้เย็นเฉียบ คนหนึ่งตรึงแขนเรียวทั้งสองข้างไว้แน่น อีกคนบีบกรามของนางให้อ้าออกด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี ถ้วยกระเบื้องบรรจุยาพิษสีดำถูกยกจ่อริมฝีปาก ไอร้อนคุกรุ่นและกลิ่นอลวนของยาพิษแผ่ซ่าน ชะตากรรมของไป๋จูหลานแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตายในอีกไม่ถึงลมหายใจ ทว่า... ในวินาทีที่หยดน้ำยาพิษสีดำกำลังจะแตะริมฝีปาก ร่างของไป๋จูหลานก็พลันสงบนิ่งอย่างไร้เหตุผล ดวงตาดอกท้อคู่สวยมิได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทอประกายคมปลาบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝักอันเงียบงัน "หากพวกเจ้ากล้ากรอกยานี้ลงมา..." ไป๋จูหลานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานก้องบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "จดจำคำพูดของข้าไว้ให้ดี... ศพของตระกูลไป๋ทุกศพในจวนนี้ จะไม่ได้ตายดีแม้แต่คนเดียว!" "วะ... ว่าอย่างไรนะ..." หลี่ซื่อผถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นอย่างไม่ทราบสาเหตุ นางมองเด็กสาวเบื้องหน้าที่เนื้อตัวมอมแมมและเต็มไปด้วยคราบเลือด แต่กลับแผ่รังสีอำมหิตออกมาราวกับพญายมผู้ลงทัณฑ์ ไป๋จูหลานไม่รอให้ฮูหยินใหญ่ได้ตั้งสติ ในจังหวะที่สาวใช้กำลังออกแรงง้างปาก นางใช้ปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวกดจุดฝังเข็มลับบนข้อมือของตนเอง กระตุ้นพลังลมปราณเฮือกสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในร่าง บิดตัวหลุดจากการพันธนาการอย่างงดงามราวกับปลาหลุดจากเบ็ด! *เพล้ง!* ถ้วยกระเบื้องเคลือบลายครามร่วงหล่นแตกกระจายบนพื้น ของเหลวสีดำสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนชายผ้าต่วนราคาแพงของฮูหยินใหญ่ กลิ่นฉุนของพิษตลบอบอวลไปทั่วห้องอับทึบ ไป๋จูหลานยืนหยัดขึ้นเต็มความสูง แม้เรียวขาจะสั่นเทาเล็กน้อยแต่นางก็ยืนหยัดอย่างสง่างาม ดั่งต้นสนทนทานท่ามกลางพายุหิมะ ดวงตาดำขลับจดจ้องฮูหยินใหญ่ราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังพิจารณาเหยื่อ "ฮูหยินใหญ่... ท่านรีบร้อนส่งข้าไปปรโลกเกินไปกระมัง?" ไป๋จูหลานแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกดูลึกล้ำและเย้ายวนใจอย่างน่าประหลาด "เกมการแย่งชิงอำนาจในจวนหลังนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากเล่า" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ทว่าก่อนที่ฮูหยินใหญ่จะทันได้กรีดร้องเรียกคนมาลากตัวนางไปลงโทษ ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังสนั่นก้องมาจากนอกเรือน ราวกับกองทัพมรกตที่กำลังเคลื่อนพลบุกจู่โจม *ปัง!* ประตูกลอนไม้เก่าคร่ำคร่าถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานด้วยพลังลมปราณอันรุนแรงอย่างไร้ความปรานี ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายมังกรเงินทมิฬก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในห้อง ออร่าความเยือกเย็น ดุร้าย และทรงอำนาจแผ่ซ่ายกดทับจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ ไป๋จูหลานหันขวับไปมองผู้มาใหม่ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวของบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า—เฟิงอวี้เฉิน ท่านอ๋องผู้กุมอำนาจทหารทั่วแผ่นดินและหน่วยเงาหลวง ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไม่เคยไว้หน้าผู้ใด สายตาคมดุของท่านอ๋องกวาดมองสภาพห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของไป๋จูหลานที่มีคราบเลือดเปรอะเปื้อน และเศษถ้วยยาพิษบนพื้น บรรยากาศรอบตัวเขาพลันดิ่งฮวบลงจนติดลบ รังสีฆ่าฟันแผ่กระจายออกมาราวกับคลื่นพายุคลั่ง "บังอาจนัก..." สุรเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเย็นเยียบ ดวงเนตรคมกริบจดจ้องไปยังฮูหยินใหญ่ที่ตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น "กล้าดียังไง... ถึงมารังแก 'ชายา' ในอนาคตของเปิ่นหวางถึงในเรือนกักขังแห่งนี้!" คำว่า *'ชายาในอนาคต'* หลุดออกมาจากพระโอษฐ์ของท่านอ๋องผู้เย็นชา ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว แม้แต่ไป๋จูหลานเองยังต้องชะงักงัน หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความคาดไม่ถึง จดหมายจากเงาจันทราลี้ลับ: หวังว่าตอนนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอสถบุปผาซ่อนเงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%