กลิ่นอายเกลือทะเลและคราบน้ำมันเครื่องจากเรือสปีดโบ๊ทไม่ได้ทำให้มินตราบEกความรู้สึกคลื่นไส้ได้เท่ากับสายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนที่จดจ้องมาจากปลายท่าเรือ
แผ่นหลังเรียวบางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวชื้นเหงื่อ สลัดความอ่อนล้าจากการเดินทางข้ามทะเลอันดามันตลอดสองชั่วโมงทิ้งไปจนหมดสิ้น เมื่อปลายเท้าวางลงบนไม้กระดานผุพังของเกาะเดดแอร์ เกาะส่วนตัวที่ไร้ซึ่งกฎหมายใดๆ นอกจากกฎของ "ครามาวิน"
“ยินดีต้อนรับสู่ขุมนรกของพี่ชายเธอครับ คุณมินตรา”
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์นักล่าดังขึ้นจากเบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อทรงพลังและรอยสักสไตล์ชนเผ่าที่เลื้อยขึ้นมาจากต้นแขนจนถึงลำคอ นายหัวครามก้าวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มไม่ได้รีบร้อนจะใช้กำลัง แต่แรงกดดันจากอำนาจมืดรอบตัวเขากลับทำให้หญิงสาวรู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กับเสาเข็ม
มินตราเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาภายใต้กางเกงยีนส์จะสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว “ฉันมาที่นี่เพื่อเคลียร์หนี้สิบล้านแทนพี่ภาคภูมิ... ปล่อยเขาไป แล้วเอาฉันไว้ตามข้อตกลง”
นายหัวครามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก ดวงตาสสีนิลคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างอ้อนแอ้นของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับประเมินราคาสินค้าชิ้นหนึ่งที่ถูกส่งมาประมูลบนความฉิบหายของคนในครอบครัว
“ข้อตกลงงั้นเหรอ?” ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัว จนกลิ่นกายหอมกรุ่นปนกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาโชยปะทะนาสิก มินตราผงะถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับเสาปูนคานท่าเรืออย่างจัง ครามใช้แขนข้างหนึ่งยันเสากั้นทางหนีของเธอไว้ ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ “พี่ชายเธอเอาเงินบริษัทฉันไปละลายเล่นในบ่อนการพนันจนหมดตัว หนี้สิบล้านคิดว่าใช้แค่ร่างกายสะบินๆ ของเธอชดใช้ แล้วมันจะคุ้มกับความเสียหายที่ฉันเสียไปหรือไง”
“คุณคราม! คุณบอกเองว่าจะยอมรับตัวฉันเป็นเครื่อง ระกันหนี้...”
“ใช่ ฉันรับ...” ครามโน้มใบหน้าคมคายลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มสั่นระริกของเธอ “แต่ฉันไม่ได้บอกนี่ว่าจะปฏิบัติต่อเธอเหมือนแขกผู้มีเกียรติ มินตรา... เธอเป็นแค่ 'เชลย' และเชลยบนเกาะนี้ ไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น!”
ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนมินตราลืมความกลัวชั่วขณะ มือเรียวเล็กกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ “คุณมันเลือดเย็นที่สุด! รังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิงไม่มีทางสู้”
“ปากเก่งดีนี่ หวังว่าเวลาอยู่ใต้ร่างฉัน เธอยังจะอวดดีแบบนี้ได้อยู่นะ”
นายหัวครามไม่รอให้เธอได้ตอบโต้อะไรอีก มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วกระชากลากถูให้เดินตามแรงดึงอันมหาศาล มินตราร้องประท้วงด้วยความเจ็บปวด พยายามยื้อยุดฉุดกระชากแต่ก็ไร้ผล แรงของเธอน้อยนิดราวกับมดปลวกเมื่อเทียบกับอดีตนักเลงคุมท่าเรือที่ผันตัวมาเป็นเจ้าพ่อรังนกรายใหญ่
ตลอดทางเดินผ่านบ้านพักตากอากาศสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางแนวป่าทึบ ลูกน้องของนายหัวครามต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะมองความอัปยศที่หญิงสาวกำลังเผชิญ ครามเหวี่ยงร่างบางเข้าไปในห้องนอนกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีดำดาร์กสไตล์แบดบอย เสียงประตูปิดล็อกดังสนั่นปัง! สะท้อนก้องความสิ้นหวังในหัวใจของมินตรา
ร่างบางเซถลาล้มลงบนเตียงนอนขนาดใหญ่หนานุ่ม แต่มันกลับให้ความรู้สึกไม่ต่างจากกรงขังมรณะ มินตราเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและลอนกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยพละกำลัง แววตาของเขาในยามนี้ไม่ได้มีแม้แต่ความปรานี มีเพียงไฟปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
“จะ... จะทำอะไร ออกไปนะ!” มินตราถดกายหนีจนหลังชิดหัวเตียง หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก
ครามก้าวขึ้นมาบนเตียง คุกเข่าครอบครองพื้นที่ตรงกลางราวกับราชสีห์กำลังต้อนเหงื่อเข้ามุมอับ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก “ทำหน้าที่ของเธอไง... ดอกเบี้ยก้อนแรกที่เธอต้องจ่ายให้ฉัน เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า”
“ไม่! ปล่อยฉันนะ!”
มือหนากระชากเสื้อเชิ้ตสีขาวของมินตราจนกระดุมหลุดกระเด็น เสียงเนื้อผ้าฉีกขาดดังแคว่ก ท่ามกลางความตื่นตระหนกและหวาดกลัว สัมผัสหยาบโลนแต่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์อันเร่าร้อนของชายหนุ่มทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกึก แม้ปากจะปฏิเสธ แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายกลับทรยศเมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงกรีดร้องทั้งหมดของเธอ รสจูบดุดัน ดิบเถื่อน และรุกรานอย่างไร้ความปรานี ทำให้มินตราบดเบียดริมฝีปากแน่นในตอนแรก ก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับความวาบหวามที่ซึมซับเข้ามาในกระแสเลือดอย่างรวดเร็ว
ครามบดขยี้เรียวปากอิ่มเอิบอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างตะกละตะกลาม มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือหัวตรึงไว้ด้วยมือเดียว ขณะที่อีกข้างลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย ความตึงเครียดทางเพศพุ่งทะยานถึงขีดสุด ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันท่ามกลางความมืดสลัวในห้องนอน
“หวานชะมัด...” ครามผงศีรษะขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนาอย่างรุนแรงจนน่ากลัว ปลายนิ้วหยาบกร้านลากไล้ผ่านลำคอระหงลงมาถึงเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบ “ถือว่าร่างกายของเธอ... พอจะทดแทนเงินสิบล้านได้คุ้มค่าหน่อย มินตรา”
“คุณ... ไอ้คนบ้า...” เสียงหวานขาดห้วงเมื่อมือใหญ่วางทาบทับลงบนผิวเนื้อนุ่มโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง ความรู้สึกวาบหวามสายหนึ่งพุ่งวาบจนเธอต้องแอ่นอกรับโดยสัญชาตญาณ ร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความปั่นป่วนในท้องน้อยอย่างน่าละอาย
ในวินาทีที่มินตรากำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนและสูญเสียการควบคุม ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูดังรัวเร็วด้านนอกก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลง
“นายหัวครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับที่โกดังสินค้าทางเหนือ มีคนบุกรุก!”
เสียงลูกน้องตะโกนรายงานด้วยความร้อนรนผ่านบานประตูเข้ามา ครามชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมดุดันในเสี้ยววินาที เขาก้มมองหญิงสาวที่นอนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหวอยู่ใต้ร่างด้วยแววตากร้าว
“รอดตัวไปนะ... หญิงสาว” ครามกระซิบเสียงต่ำชิดใบหูแดงก่ำของเธอ “แต่อย่าเพิ่งดีใจไป คืนนี้... เรายังเคลียร์กันไม่จบ”
พูดจบทายาทเจ้าพ่อเกาะเดดแอร์ก็ผุดลุกขึ้นจากเตียง คว้าเสื้อคลุมมาสวมอย่างรวดเร็วแล้วสาวเท้าก้าวออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ปล่อยให้มินตราร่างกายสั่นเทาอยู่บนเตียงด้วยความหวาดผวา
ทว่า... ก่อนที่ประตูห้องจะปิดสนิท เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนกลับก้าวสวนเข้ามา พร้อมกับเงาสูงโปร่งที่ยืนบังแสงไฟจากด้านนอก และคำพูดที่ทำให้หัวใจของมินตราหยุดเต้นไปชั่วขณะ
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามผลงานของภาคินทร์เที่ยงคืนเสมอนะครับ
กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 1
หนี้เลือดแลกด้วยเรือนร่าง
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!