กลิ่นอายจางๆ ของเกลือทะเลและน้ำหอมบุรุษราคาแพงผสมผสานกันจนกลายเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่รุกรานพื้นที่ส่วน
ประตูไม้สักบานหนาปิดล็อกลงด้วยเสียงทึบหนักหน่วง คล้ายดั่งเสียงกุญแจมือเหล็กที่สลักตรึงร่างของเธอไว้กับความเป็นจริงอันโหดร้าย มินตราสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำจนแทบจะกระกระสนหลุดออกมานอกอกยามที่เงาสูงใหญ่ของนายหัวครามทาบทับลงมาจนมิดร่าง
เธอถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับบานประตูเย็นเฉียบ ไร้ทางหนีทีไล่โดยสิ้นเชิง แววตาที่มองตรงไปยังบุรุษเบื้องหน้าเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและระอุไปด้วยเพลิงโทสะที่ถูกกดทับไว้
"คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้... ปล่อยฉันออกไป!" น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อย แต่พยายามเค้นความแข็งกร้าวออกมาสู้รบกับความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ
นายหัวครามไม่ตอบคำชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคงและคุกคามราวกับเสือดาวกำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมมืด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงของเธอตั้งแต่ปลายเท้าจรดเส้นผมยาวสลวยที่คลอเคลียอยู่บนลาดไหล่มน แววตาของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่ามันกลับลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาอันดิบเถื่อนและอำนาจที่เหนือกว่าทุกประตู
"สิทธิ์งั้นหรือครับ... คุณมินตรา" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามในลำคอเอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบแต่กลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลง ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าคมคายลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียน
"พี่ชายคุณเอาเงินห้าล้านไปละลายเล่นกับบ่อนการพนัน และเอาโฉนดที่ดินผืนสุดท้ายของตระกูลคุณมาจำนำไว้กับผม... ในฐานะเจ้าหนี้ ผมมีสิทธิ์ทุกอย่างเหนือชีวิตและร่างกายของคุณ แม้กระทั่งการกำหนดว่าคุณจะต้องนอนตรงไหน และ... เป็นของใคร"
"คนสารเลว!" มินตราตบะแตก เผลอยกมือขึ้นผลักอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มนั้นเต็มแรง แต่ร่างของนายหัวครามกลับไม่ไหวติ่งแม้แต่น้อย เขากลับคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว รวบมันขึ้นเหนือศีรษะตรึงติดกับบานประตูด้วยแรงมหาศาล
ความเจ็บแปล๊บแล่นริ้วขึ้นมาจากข้อมือ แต่มินตรากลับเจ็บใจมากกว่าที่ตนเองไร้หนทางต่อสู้ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันสนิทจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่แตกต่าง นายหัวครามก้มลงมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความดื้อรั้น รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก
"ดื้อนักนะ... เด็กน้อย"
เขาไม่รอให้เธอได้เอื้อนเอยคำด่าทอใดๆ ออกมาอีก ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปราณี แรงจูบที่เริ่มต้นด้วยการลงทัณฑ์และความดุดัน ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนแรงที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามเบือนหน้าหนีและเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของอัลฟ่าหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งท้องทะเลนี้ได้
ปลายนิ้วแกร่งบีบเข้าที่กรามมนบังคับให้เธอเผยริมฝีปากออกรับรสจูบอันวาบหวามที่เขาเป็นผู้ชี้นำ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความพ่ายแพ้ ความโกรธแค้น และความเร่าร้อนผสมปนเปกันจนมินต้ารู้สึกวิงเวียนศีรษะ สมองขาวโพลนราวกับถูกสูบสิ้นวิญญาณ
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เขาบดขยี้ริมฝีปากเธออย่างเอาเป็นเอาตาย จนกระทั่งลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดและเรียวขาเริ่มอ่อนแรง นายหัวครามจึงยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวซบอยู่กับอกแกร่ง ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำใสแห่งความคับแค้นใจ
"จำเอาไว้ให้ขึ้นใจนะครับ..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดใบหู ขณะที่มืออีกข้างที่ว่างเริ่มลูบไล้ไปตามแนวสันหลังเรียวระחงผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างจงใจคุกคาม "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คุณไม่ใช่แขกผู้มีเกียรติอีกต่อไปแล้ว... แต่คุณคือ 'เชลยสวาท' ของนายหัวครามผู้นี้"
สิ้นคำประกาศิตนั้น เขาก็ช้อนร่างบางขึ้นมาในวงแขนอย่างง่ายดายราวกับเธอมีน้ำหนักเบาหวิว มินตราร้องอุทานด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น นายหัวครามก้าวเดินยาวๆ ไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้องที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีเข้ม กลิ่นกายชายหนุ่มและไอแดดทะเลโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง
เขาวางร่างของเธอลงบนฟูกหนานุ่มอย่างทะนุถนอมในแบบที่ขัดกับแววตาดุร้ายคู่นั้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะตามทาบทบลงมาคร่อมกักขังเธอไว้ใต้ร่าง ทั้งไหล่กว้างและแผงอกหนาทำให้ห้องนอนกว้างขวางดูคับแคบลงถนัดตา
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความกลัวผสมผสานกับความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธ มันคือแรงดึงดูดอันตรายที่สั่นคลอนหัวใจเธออย่างรุนแรง
"คุณจะทำอะไร..." เธอกัดฟันถาม เสียงสั่นพร่า
นายหัวครามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ปั่นป่วน เขายกยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ
"ทำหน้าที่ของสามีในนาม... ที่จะทำให้คุณจำไปจนวันตายว่าอย่าลองดีกับผมอีก"
คำพูดนั้นขาดหายไปเมื่อริมฝีปากของเขากลับมาครอบครองเรียวปากเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่มีการขัดขืนใดๆ หหลงเหลืออยู่เมื่อร่างกายของเธอเริ่มทรยศต่อจิตใต้สำนึก ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าจุดประกายไฟสวาทให้ลุกโชนขึ้นอย่างยากจะควบคุม คืนนี้... ทะเลข้างนอกอาจจะมีพายุโหมกระหน่ำ แต่พายุอารมณ์ภายในห้องนอนนี้กลับร้อนแรงยิ่งกว่าไฟบรรลัยกัลป์เสียอีก
ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันและสติของมินตรากำลังจะหลุดลอยไปกับสัมผัสอันวาบหวามนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ขัดจังหวะขึ้นสามครั้งติดต่อกัน ตามด้วยเสียงตะโกนร้อนรนจากลูกน้องคนสนิทหน้าห้องที่ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
"นายหัวครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... เรือขนส่งสินค้าล็อตใหญ่ที่สุดของเราที่กำลังเทียบท่าถูกลอบวางเพลิง!"
นายหัวครามชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที เขาผละออกจากร่างบางช้าๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับแผ่รังสีอำมหิตออกมารอบตัวจนมินตรารู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง
เขาก้มมองเธอนอนหอบหายใจอยู่บนเตียงด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความดุดัน
"รอดตัวไปนะ... เชลยของผม เกมของเราเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ภาคินทร์เที่ยงคืน" เสมอมานะครับ
กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 2
กรงขังกลางทะเล
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!