เสียงประตูปิดลงพร้อมกับเสียงกลอนที่ถูกหมุนล็อกด้วยความมั่นคงจากด้านนอก คือสัญญานเตือนภัยที่ดังชัดเจนที่สุดในโสตประสาทของมินตรา ร่างบางสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวรากับกลองเพลิงที่ถูกตีด้วยความบ้าคลั่ง กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายอันตรายอย่างนายหัวครามยังคงลอยอบอวลอยู่รอบกาย ราวกับกรงข่องร่องรอยที่เขาสลักเอาไว้บนเรือนร่างและจิตวิญญาณของเธอ
"เกมของเรายังไม่จบแค่นี้... มินตรา"
คำพูดนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในหู ทว่าเจ้าของเสียงกลับไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว เขาก้าวเข้าประชิดตัวเธอด้วยฝีเท้าที่เงียบเชียบดั่งเสือร้ายที่ย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อในยามวิกาล
มินตรารีบถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง ทว่าหนทางรอดกลับถูกปิดตาย เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อกำยำและเส้นเลือดปูดโปนตามสัญชาตญาณความดิบเถื่อนก้าวเข้ามาบล็อกพื้นที่เอาไว้ทั้งหมด ร่างกายของเขาแผ่ไอความร้อนระอุออกมาจนเธียรสัมผัสได้ แม้จะยังมีระยะห่างอีกเพียงคืบเดียวก็ตาม
"จะหนีไปไหนล่ะครับ คนสวย... หนี้ที่พี่ชายคุณก่อเอาไว้ มันยังไม่เท่ากับดอกเบี้ยที่คุณต้องชดใช้ให้ผมด้วยซ้ำ"
เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบอยู่ริมใบหู ลมหายใจอุ่นจัดที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง มินตราพยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เชิดหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาและอำนาจมืด
"ฉันไม่ใช่สิ่งของของคณนะ นายหัวคราม! ปล่อยฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้!" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ทว่ายังคงพยายามรักษาความแข็งกร้าวเอาไว้ไม่ยอมแพ้
"ไม่ใช่สิ่งของงั้นหรือ..." มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะอย่างน่าหมั่นไส้ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างอรชรตั้งแต่ปลายเส้นผมสลวยลงมาจนถึงเรียวขาเนียนที่สั่นระริก "แต่คุณอยู่ในกำมือผม และต่อให้คุณจะพยศมากแค่ไหน... มินตรา จำใส่สมองเอาไว้ว่า สัตว์ป่าอย่างผมชอบนักเวลาที่เหยื่อดิ้นรน ยิ่งคุณพยศ รสชาติของการปราบให้คุณหมอบลงกับอกผม มันก็ยิ่งหอมหวานมากขึ้นเท่านั้น"
สิ้นคำพูดดุดันนั้น มือหนาที่เต็มไปด้วยแคลเซียมจากการทำงานหนักก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียวอย่างรวดเร็วราวกับคีมเหล็ก พละกำลังมหาศาลของอัลฟ่าหนุ่มผู้กุมอำนาจเกาะรังนกทำให้มินตราไม่มีโอกาสแม้แต่จะขัดขืน แรงบีบกระชับแน่นจนข้อมือเล็กขึ้นรอยแดงระเรื่อ ก่อนที่เขาจะกระชากร่างบางให้พุ่งเข้ามาปะทะกับแผ่นอกแกร่งที่แน่นขนัดไปด้วยกล้ามเนื้อราวกับกำแพงเหล็ก
"ปล่อยนะ! เจ็บ..." มินตรานิหน้าด้วยความเจ็บปวด พยายามบิดข้อมือหนีแต่ก็ไร้ผล ยิ่งเธอออกแรงดิ้น ตัวเธอก็ยิ่งถูกกดแนบชิดติดกับแผ่นอกของเขามากขึ้นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกันในความเงียบงันของห้องพักส่วนตัว
ครามาวินก้มมองหญิงสาวที่กำลังพยายามใช้ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง รimฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เม้มเข้าหากันด้วยความโกรธแค้นนั้นช่างยั่วยวนสายตาเขาเสียเหลือเกิน สัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวถูกปลุกเร้าจนยากที่จะควบคุม มือนอกจากจะตรึงข้อมือเธอไว้แน่นแล้ว มืออีกข้างยังเอื้อมขึ้นมาเชยคางมนให้เงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา
"ดื้อด้านนักนะ... รั้นแบบนี้เห็นทีต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบเสียให้เข็ด"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้..." น้ำเสียงของมินตราขาดห้วง เมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้อย่างจาบจ้วงไปตามโครงหน้าเรียว ไล่เรื่อยลงมาที่ลำคอระหงที่กำลังเต้นตุบตามจังหวะชีพจรที่ตื่นตระหนก
"ไม่มีสิทธิ์? คุณจำไม่ได้หรือไงว่าสัญญาฉบับนั้นระบุไว้อย่างไร... ชีวิตของคุณ ร่างกายของคุณ และทุกๆ อย่างที่เป็นของคุณในตอนนี้ มันอยู่ภายใต้กรรม ิทธิ์ของผมคนเดียวเท่านั้น มินตรา!"
คำประกาศิตที่เยືือกเย็นและเปี่ยมด้วยอำนาจดุดันนั้นทำให้มินตรารู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่จิตใจจนเธอรู้สึกชาไปทั้งตัว น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตาด้วยความคับแค้นใจ แต่ทว่าเธอกลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องไห้ฟูมฟายออกมาให้เขาเห็นความอ่อนแอ
ครามาวินเห็นประกายความไหววูบในดวงตาคู่สวยนั้น หัวใจของเขาเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมาวูบหนึ่ง มันไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นความกระหายอยากที่จะครอบครอง ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งสติ ร่างสูงก้มลงประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากอิ่มของเธอทันทีโดยไม่ฟังเสียงททททททานใดๆ ทั้งสิ้น
"อื้ม..."
เสียงประท้วงอู้อี้อยู่ในลำคอ มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รสจูบครั้งนี้ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่ แต่มันดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อน ราวกับพายุหมุนที่พร้อมจะพัดพาเอาสติสัมปชัญญะของเธอให้ปลิวหายไป ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาที่ตรึงข้อมือเธอไว้ค่อยๆ คลายแรงลงเล็กน้อย เปลี่ยนเป็นโอบกระชับเอวคิ้วคอดกิ่วให้แนบแน่นเข้าหาตัว จนแผ่นหลังของเธอแอ่นรับสัมผัสร้อนระอุจากร่างกายของเขา
ความตึงเครียดทางเพศระหว่างทั้งสองพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในชั่วพริบตา กลิ่นอายความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ มินตราพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่ครามาวินกลับใช้มือหนาประכולท้ายทอยบังคับองศาให้เธอต้องรองรับจูบอันแสนวาบหวามนี้อย่างจำยอม ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนปวกเปียก ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านเมื่อปลายนิ้วแข็งแรงของเขาเริ่มลูบไล้ต่ำลงมาสัมผัสส่วนโค้งเว้าผ่านเนื้อผ้าบางเบา
สัมผัสที่จาบจ้วงแต่นุ่มนวลอย่างร้ายกาจทำให้ลมหายใจของหญิงสาวขาดห่วน ร่างกายตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างน่าละอาย หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความกลัว บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นเสียงกู่ร้องแห่งความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เกราะป้องกันอันเปราะบาง
ในขณะที่บทเพลงแห่งความเร่าร้อนกำลังบรรเลงไปถึงจุดที่เข้มข้นที่สุด จนลมหายใจของทั้งคู่เริ่มหอบกระชั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันสามครั้งติดต่อกัน ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนแทรกเข้ามาจากด้านนอก
"นายหัวครับ... มีเรื่องด่วน! คนของเราที่ส่งไปตามตัวไอ้ภาคภูมิที่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ ส่งสัญญาณฉุกเฉินกลับมาแล้วครับ!"
ครามาวินชะงักกึก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียนที่แดงก่ำ ดวงตาคมกริบละจากริมฝีปากบวมเจ่อของหญิงสาวด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง ขณะที่มินตราบิดตัวหนีด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานซบลงกับอกแกร่งเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาและร่องรอยความวาบหวามเมื่อครู่
นายหัวหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ เขาก้มลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชิดใบหูของหญิงสาวที่ตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอด
"เกมของเรายังไม่จบแค่นี้... รอให้ผมจัดการธุระข้างนอกเสร็จเสียก่อน แล้วผมจะกลับมา *'ชำระสะง*' กับคุณต่อให้สาสม!"
พูดจบ ครามาวินก็ผละกายออกจากร่างบางอย่างจำใจ ทิ้งให้มินตราร่างกายร้อนรุ่มและหัวใจที่เต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ทว่าก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินไปเปิดประตูห้องเพื่อรับรายงานด่วน ลูกน้องคนสนิทกลับผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด พร้อมกับข่าวสารที่ทำให้ครามาวินต้องชะงักกึกและหันกลับมามองหน้ามินตราด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"นายหัวครับ... ไอ้ภาคภูมิไม่ได้หนีลำพัง แต่มันแอบขโมย 'กุญแจเซฟลับ' ของตระกูลเราหนีหายไป... และตอนนี้ มันกำลังมุ่งหน้ากลับมาที่เกาะแห่งนี้พร้อมกับใครบางคนที่คุณคาดไม่ถึง!"
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนความเร่าร้อนดาร์กโรมานซ์เรื่องนี้ด้วยดีเสมอมานะครับ
กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 4
พยศนักต้องปราบให้หมอบ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!