เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาหนักที่ถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวที่เคยเงียบสงบ ความตึงเครียดในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของนายหัวครามกวาดมองเอกสารทางการเงินที่กระจัดกระจายอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเงยขึ้นจ้องมองลูกน้องคนสนิทด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยประกายไฟแห่งความเกรี้ยวกราดที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งงัน
"แกแน่ใจนะว่าสิ่งที่อยู่ในมือตอนนี้ คือหลักฐานทั้งหมด ไม่ใช่แค่เศษกระดาษที่ใครบางคนจงใจทิ้งไว้ล่อเสือออกจากถ้ำ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ช้าๆ ทว่าเฉียบคมบาดลึกราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ
"แน่ใจที่สุดครับนายหัว..." ลูกน้องหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "คนที่บุกรุกเข้าไปไม่ใช่โจรทั่วไป... แต่เป็นคนของ "ภาคภูมิ" พี่ชายของคุณมินตราครับ และเอกสารพวกนั้น... มันคือหลักฐานการทุจริตยักยอกเงินกองทุนรังนก รวมถึงเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงว่ามันแอบขายข้อมูลลับของบริษัทเราให้กับคู่แข่งทางธุรกิจมานานหลายเดือนแล้วครับ!"
เพล้ง!
แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงที่ครามถือไว้ในมือถูกบีบจนแตกละเอียด คาามือหนาเต็มไปด้วยคราบกาแฟผสมเศษแก้วสีใส แต่เจ้าตัวกลับไม่แสดงอาการเจ็บปวดแม้แต่น้อย มีเพียงรอยเส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอแกร่ง บรรยากาศรอบตัวของอัลฟ่าหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแผ่รังสีความดุดันและอำนาจมืดออกมาจนแทบหายใจไม่ออก
ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต ร่างเพรียวบางระหงของมินตราก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด แววตาคู่สวยที่เคยดื้อรั้นและเต็มไปด้วยความพยศ บัดนี้กลับสั่นไหวระริกราวกับคนใกล้จะแตกสลาย มือเรียวบางทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา
เธอยืนอยู่ตรงนั้น ได้ยินทุกถ้อยคำที่ลูกน้องของครามรายงานเมื่อครู่... ทุกตัวอักษร ทุกหลักฐาน และทุกความจริงที่สزตซ่านเข้ามาในโสตประสาท มันกำลังบดขยี้โลกทั้งใบของเธอให้พังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา
"พี่ภูมิ..." เสียงหวานสั่นเครือหลุดลอดริมฝีปากบางที่ซีดเซียวออกมาแผ่วเบา "ไม่จริง... มันต้องไม่ใช่เรื่องจริง พี่ชายฉันไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้น... นายหัวคะ! คุณกำลังใส่ร้ายพี่ของฉันใช่มั้ย!"
มินตราพุ่งเข้าประชิดโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจคลอหน่วงอยู่ที่หน่วยตาคู่สวย แต่มันกลับไม่สามารถกลบเกลื่อนความจริงอันโหดร้ายที่เธอเพิ่งรับรู้ได้เลย
ครามค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก้าวเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับมัจจุราชที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม กลิ่นกายอายบุรุษเพศที่คุ้นเคยผสมผสานกับความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านจนมินตราต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูห้องที่ปิดสนิท
"ใส่ร้ายงั้นเหรอ มินตรา..." ครามเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ชิดริมหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอขาวผ่อง "เธอยังหลับหูหลับตาปกป้องไอ้พี่ชายสันดานเสียของเธออยู่อีกงั้นเหรอ ทั้งที่หลักฐานทุกอย่างมันฟ้องคาตาว่ามันเป็นไอ้ขี้ขลาดตาขาว ที่เอาทั้งเงินและอนาคตของครอบครัวมาแลกกับความโลภของตัวเอง!"
"ปล่อยฉันนะ!" มินตราพยายามผลักแผงอกกว้างออกด้วยเรี่ยวแรงที่มีทั้งหมด แต่มันกลับไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับพละกำลังอันมหาศาลของอัลฟ่าหนุ่ม มือหนาข้างหนึ่งคว้าข้อมือเรียวทั้งสองข้างรวบไว้ด้วยกันเหนือศีรษะได้อย่างง่ายดาย ตรึงเธอไว้กับบานประตูด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด
"ฉันจะไม่มีวันปล่อย... จนกว่าเธอจะตาสว่างและยอมรับความจริงเสียที ว่าผู้ชายคนเดียวที่เธอปกป้องนักหนา แท้จริงแล้วมันก็แค่สวะตัวหนึ่งที่ขายแม้กระทั่งน้องสาวตัวเองให้ฉัน เพื่อแลกกับเศษเงินชดใช้หนี้การพนัน!"
คำพูดราวดาบคมที่กรีดแทงลงกลางใจ ทำให้มินตรารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก โลกหมุนเคว้งคว้าง ความจริงที่กระจ่างชัดขึ้นทีละน้อยทำให้หัวใจดวงน้อยเจ็บปวดจนแทบปริแตก หยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนระทวยลงด้วยความสิ้นหวัง
แววตาของครามที่มองลงมาไม่ได้มีความสะใจหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดัน ปรารถนาอันร้อนแรง และความโกรธขึงที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก ร่างสูงใหญ่ก้มลงประกบจุมพิตริมฝีปากบางที่สั่นเทานั้นอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดลงบนกลีบปากนุ่มที่พยายามเม้มแน่นในคราแรก
รสจูบในครานี้ไม่ได้อ่อนโยนหรือนุ่มนวล หากแต่ดุดัน ร้อนเร่า และลึกล้ำราวกับต้องการแผดเผาทั้งสองให้มอดไหม้ไปพร้อมกับความจริงอันเจ็บปวด ลิ้นร้อนชุกชนล้ำลึกกอบกุมลมหายใจของเธอจนสมองขาวโพลน มินตราส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ ร่างกายที่ต่อต้านในตอนแรกกลับเริ่มตอบสนองต่อสัมผัสอันทรงพลังของเขาอย่างน่าละอาย แรงดึงดูดทางเพศและพันธะแห่งอารมณ์ที่ผูกมัดทั้งคู่ไว้ด้วยกันทำงานอย่างรุนแรงจนแยกไม่ออกว่าสิ่งใดคือความแค้น หรือสิ่งใดคือความเสน่หา
มือหนาเลื่อนจากข้อมือบาง ลูบไล้ไปตามเรียวแขนเนียน ก่อนจะสอดเข้าไปใต้สาบเสื้อเนื้อนุ่มสัมผัสผิวเนื้ออุ่นร้อนที่สั่นสะท้านภายใต้ฝ่ามือหยาบกร้าน ครามกดสะโพกสอบแนบชิดเข้ากับเรือนร่างอรชร บดเบียดความแนบแน่นจนมินตรารู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มที่ตื่นตัวและพร้อมจะแผดเผาเธอให้เป็นจุล
"นายหัว... อื๊อ..." เสียงหวานครางกระเส่าหลุดลอดออกมาเมื่อริมฝีปากหนาผละลงมาซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มสร้างรอยกุหลาบสีเข้มแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเอาแต่ใจ ร่างกายของเธอยอมจำนนต่อสัมผัสอันวาบหวามนี้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ในใจจะรู้ดีว่าความจริงเบื้องหน้ามันน่ารังเกียจเพียงใด
บรรยากาศในห้องทำงานมืดสลัวลงเมื่อแสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มลับขอบฟ้า ทว่าไฟปรารถนากลับลุกโชนขึ้นอย่างไร้การควบคุม ครามช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมให้ริมฝีปากเป็นอิสระ มินตราต้องเกี่ยวแขนโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณและการตระหนักรู้ถึงสถานะเชลยสาวผู้ไร้ทางเลือกทำให้เธอทำได้เพียงปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งสัมผัสอันเร่าร้อนที่ชายหนุ่มหยิบยื่นให้
ทว่า... ในขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะผสานเข้าหากันอีกครั้งท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด เสียงเคาะประตูดังรัวเร็วและเสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องคนสนิทก็ดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะความเร่าร้อนนั้นอย่างกะทันหัน
"นายหัวครับ! แย่แล้วครับ... ตอนนี้คนของฝั่งคู่แข่งกำลังส่งคนมาล้อมเรือนพักใหญ่ และที่สำคัญ... มีคนพบศพของภาคภูมิพี่ชายคุณมินตรา นอนเสียชีวิตอยู่ริมชายหาดหลังเกาะแล้วครับ!"
สิ้นคำรายงานนั้น ร่างของครามและมินตราก็แข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินในทันที ดวงตาของมินตราเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายที่เคยอ่อนระทวยด้วยแรงปรารถนา กลับเย็นเฉียบราวน้ำแข็งในชั่วพริบตา
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ภาคินทร์เที่ยงคืน" เสมอมานะครับ
กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 33
ความจริงที่เริ่มกระจ่าง
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!