"ถ้าตระกูลลู่ของพวกเราอบรมสั่งสอนเจ้าไม่ได้ งั้นวันนี้ฉันผู้เป็นแม่สามีจะใช้กฎของบ้านฟาดกบาลสั่งสอนให้แกสำนึกเสียบ้าง!"
เสียงแหลมสูงของเฝิงซื่อดังแผดก้องจนผนังดินเหนียวของห้องโถงแทบสั่นสะเทือน ในมือเหี่ยวแห้งของนางเงื้อมไม้เรียวเนื้อแข็งขึ้นสูง หวาดเสียวว่าจะฟาดลงมาบนร่างบางของหลินชิงหว่านที่ยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อม ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประกายตาของแพทย์หญิงจากศตวรรษที่ 21 ก็วาวโรจน์ขึ้นอย่างเย็นเยียบ
หลินชิงหว่านไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว รอยแดงช้ำบนแก้มซ้ายที่เกิดจากฝ่ามือของแม่สามีตัวแสบเมื่อครู่ยังคงปวดแปลบ แต่มันกลับเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า ยุคเจ็ดศูนย์แห่งนี้ ไม่มีพื้นที่ให้คนอ่อนแอถูกเหยียบย่ำ!
ก่อนที่ไม้เรียวในมือของเฝิงซื่อจะทันได้กระทบผิวเนื้อ ร่างสูงใหญ่ของลู่ถิงเฟิงก็ก้าวพรวดเข้ามาคว้าข้อมือของมารดาไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงบีบที่มั่นคงและแววตาดุดันราวกับพยัคฆ์หนุ่มทำเอาเฝิงซื่อสะดุ้งสุดตัว นางอ้าปากค้าง หันไปมองบุตรชายคนรองด้วยความไม่อยากเชื่อ
"ท่านแม่... จะทำอะไรภรรยาผม" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนองแต่เย็นเยียบจนคนฟังขนหัวลุก
"ไอ้ลูกอกตัญญู! แกกล้าจับมือแม่ตัวเองเพื่อปกป้องอีผู้หญิงสารเลวคนนี้งั้นหรือ!" เฝิงซื่อกรีดร้องโวยวายทันที นางใช้มืออีกข้างทุบอกชกตัวราวกับเด็กเอาแต่ใจ "นังนี่มันผลาญเงิน ผลาญข้าวสารในบ้าน แถมยังกล้าเถียงฉันฉอดๆ แกดูรอยบนหน้าฉันสิ! มันตบหน้าฉันนะ!"
หลินชิงหว่านแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือความเย้ยหยันนี้บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเฝิงซื่อราวกับใบมีด นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้แม่สามีอีกนิด ใช้นิ้วเรียวสวยปัดปอยผมที่ระใบหน้าอย่างใจเย็น ท่วงท่าสง่างามราวนางพญาผู้สูงศักดิ์ตัดกับสภาพห้องครัวเก่าๆ อย่างสิ้นเชิง
"คุณแม่คะ... พูดความจริงต้องไม่บิดเบือนสิคะ" ชิงหว่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำชัดถ้อยชัดคำ "รอยบนหน้าฉันนี่ชัดเจนเสียยิ่งกว่าลายแทงสมบัติ ฝ่ามืออรหันต์เมื่อครู่ฝีมือใครกันแน่ ทุกคนแถวนี้เขามีตา เขาเห็นกันหมดค่ะ หรือจะให้ฉันถลกแขนเสื้อให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านมาตรวจสอบรอยนิ้วมือดีล่ะคะว่าขนาดมันพอดีกับมือใคร?"
"น... นัง... นังตัวดี! แกกล้าใส่ร้ายฉันต่อหน้าลูกชายฉันเรอะ!" เฝิงซื่อหน้าดำคร่ำเครียด ปากสั่นระริกด้วยความโกรธจัดจนพูดแทบไม่เป็นคำ
"ใส่ร้ายหรือคะ?" ชิงหว่านเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นอย่างท้าทาย แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง "เงินค่าแรงจากการทำงานในแปลงนาคอมมูนสามเดือนที่ผ่านมาของลู่ถิงเฟิง ท่านแม่เอาไปซ่อนไว้ที่ก้นหีบใต้เตียงห้องใหญ่หมด... จริงไหมคะ? แล้วข้าวสารหยาบถุงสุดท้ายที่ควรเอาไว้ให้ลูกๆ ได้กินประทังชีวิต ท่านแม่ก็แอบเอาไปขายแลกกับน้ำตาลทรายแดงเพื่อเอาใจพี่สะใภ้ใหญ่ ปล่อยให้เด็กๆ ในบ้านท้องกิ่วร้องไห้ระงม... แบบนี้เรียกว่าผลาญทรัพย์สมบัติของใครกันแน่คะ? ระหว่างฉัน 'สะใภ้ผู้ไม่เคยได้กินอิ่ม' กับคุณแม่ 'ผู้สูบเลือดสูบเนื้อคนในบ้าน' ใครกันแน่ที่ทำลายตระกูลลู่?"
ความจริงอันเจ็บแสบถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางวงล้อม สมาชิกในครอบครัวที่ยืนหลบมุมอยู่ต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เพราะทุกคำที่หลินชิงหว่านพูดนั้นคือความจริงที่ไม่มีใครกล้าปริปากปฏิเสธ
เฝิงซื่อหน้าซีดเผือดสลับกับเขียวคล้ำ นางไม่เคยคิดเลยว่าสะใภ้คนรองที่เคยหัวอ่อนและยอมให้รังแกมาตลอด จะลุกขึ้นมาตบหน้าingนางด้วยวาจาเชือดเฉือนที่หาทางแก้ตัวไม่ได้เช่นนี้!
ลู่ถิงเฟิงที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ สายตาคมกلاسอบมองภรรยาตัวน้อยด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ประกายความประทับใจวับวามขึ้นในดวงตาคู่นคมืด เขาไม่เคยรู้เลยว่าภรรยาของตนมีด้านที่เด็ดเดี่ยวและฉลาดเป็นกรดถึงเพียงนี้
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบระเบิด ทว่าในวินาทีที่เฝิงซื่อเตรียมจะทิ้งตัวลงดิ้นพรากๆ เพื่อเรียกร้องความสงสาร ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จังวะหนักหน่วงดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"ถิงเฟิง! ชิงหว่าน!แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่ลานตากเมล็ดพันธุ์ข้าวสารแล้ว!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้อวี้ซินหมอยายุค 70 เสมอนะคะ
ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 2
ตบหน้าแม่สามีด้วยความจริง
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!