กลิ่นอับชื้นของไม้สักเก่าและฝุ่นผงที่ลอยวนอยู่ในอากาศราวกับละอองดาวสีหม่น ไม่ได้ทำให้ ‘รสา’ รู้สึกระคายเคืองเท่ากับความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในคฤหาสน์สไตล์วิคตอเรียปลายศตวรรษที่สิบเก้าแห่งนี้
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตากันแดดสีชาปรายมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู เรือนร่างโปร่งระหงในชุดสูทกางเกงสีดำสนิทไร้รอยยับยืนนิ่งสงอยู่กลางโถงรับแขก กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูกไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศน่ารื่นรมย์ขึ้นเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งขับเน้นความรู้สึกเหมือนเธอกำลังก้าวเข้าสู่กรงขังที่ถูกถักทอขึ้นด้วยความคาดหวังและทุนสร้างนับร้อยล้าน
"ผู้กำกับรสาคะ ทีมไฟพร้อมแล้วค่ะ แต่..." เสียงกระซิบกระซาบของผู้ช่วยผู้กำกับสาวหยุดชะงักลง พร้อมกับอาการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รสาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลดแว่นกันแดดเหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อเบลเซอร์ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่นิ่งสนิทและยากจะหยั่งถึง
"แต่... อะไรอีกละคะ มีน? หรือว่าคุณชายพิมพิศาเธอเปลี่ยนใจไม่อยากเล่นบทคนบ้าในคฤหาสน์ผีสิงนี่แล้ว?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันเล็กน้อยหลุดจากริมฝีปากบางเฉียบที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ รสายังไม่ทันได้รับคำตอบ ร่างระหงที่ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อโค้ทแคשมียีร์สีเบจตัวยาวก็ก้าวฉับๆ เข้ามาในโถงใหญ่ด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและส้นสูงที่กระทบพื้นไม้จนเกิดเสียงดัง *ก๊อกๆ* สะท้อนก้องกังวาน
พิมพ์พิศา... ซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย ปรากฏตัวต่อหน้าผู้กำกับอินดี้สาวด้วยใบหน้าเชิดรั้น เส้นผมสีน้ำตาลเข้มดัดลอนคลื่นธรรมชาติสะท้อนกับแสงไฟนีออนสลัว แว่นตากันแดดทรงโตถูกถอดออกเผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่กำลังฉายแววความหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง
"ฉันไม่ได้เปลี่ยนใจค่ะผู้กำกับรวินันท์..." พิมพ์พิศาย้ำชื่อจริงของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงลากยาว ราวกับจงใจหยิบเอาความห่างเหินมาเป็นเกราะกำบัง "แต่ฉันแค่สงสัยว่า... สมองส่วนไหนของคุณที่คิดว่าการเอาฉันมาตากฝุ่นตากยุงในคฤหาสน์ร้างกลางป่าลึกนี่ จะช่วยกู้ชื่อเสียงให้หนังอินดี้ทุนต่ำของคุณได้"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ทีมงานรอบด้านต่างพากันกลั้นหายใจ รสาหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับซูเปอร์สตาร์สาว ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างสมส่วนนั้นตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่เรียบเฉยแต่เฉียบคม ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าชิ้นหนึ่งในตลาดประมูล
"สมองส่วนที่ยังมีการทำงานดีกว่าของคุณค่ะ... คุณพิมพ์พิศา" รสาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความโกรธเคือง ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบน้ำผึ้ง "หนังเรื่องนี้ไม่ได้ง้อซูเปอร์สตาร์อย่างคุณหรอกนะคะ ถ้าคุณคิดว่าศักดิ์ศรีของคุณมันแพงเกินกว่าจะมาเหยียบย่ำโคลนตมเพื่อศิลปะ ประตูทางออกอยู่ข้างหลังค่ะ เชิญ!"
พิมพ์พิศาชะงักไปชั่วขณะ ริมฝีปากสีพีชอิ่มเอิบเผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ไม่เคยมีใครกล้าพูดจากับเธอด้วยน้ำเสียงเยพันและสายตาดูแคลนเช่นนี้มาก่อนในรอบสิบปีที่เธออยู่บนจุดสูงสุดของวงการบันเทิง ความโกรธวาบแล่นริ้วขึ้นมาถึงพวงแก้มเนียนนุ่ม แต่แทนที่จะกรีดร้องเหมือนนางเอกละครหลังข่าว เธอกลับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่แฝงไว้ด้วยความพยศ
"ปากเก่งเสียจริงนะคะ..." พิมพ์พิศาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวรสา ระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือเพียงคืบเดียว จนรสาได้กลิ่นหอมหวานละมุนของวานิลลาและดอกมะลิที่อบอวลอยู่รอบตัวซูเปอร์สตาร์สาว "ระวังเถอะค่ะ... คนที่ปากเก่งมากๆ มักจะตกม้าตายคาอกฉันทุกราย"
รสาไม่ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว เธอกลับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังไหวระริกอย่างท้าทาย
"งั้นก็ลองดูค่ะว่าระหว่างปากกับฝีมือ... อะไรจะพังก่อนกันในกองถ่ายนี้"
ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างผู้กำกับสาวสายดาร์กกับนักแสดงสาวตัวแม่กำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงปรารถนาอันตรายและสงครามประสาทที่พร้อมจะปะทุ เสียงตบมือเบาๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นจากความมืดตรงบันไดวนโบราณ
"โอ้โห... เคมีพุ่งกระฉูดตั้งแต่ยังไม่ทันสั่งแอคชั่นเลยนะครับเนี่ย ผมชักจะตื่นเต้นกับงบประมาณสามสิบล้านนี่ซะแล้วสิ"
คณิน... โปรดิวเซอร์หนุ่มเจ้าเล่ห์ก้าวลงมาจากบันได พลางส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ทั้งคู่ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย รสาและพิมพ์พิศาผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต แต่ใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความฮึดฮัดนั้นไม่ได้เลือนหายไปไหน
รสาเม้มปากแน่น เธอปรายตามองคณินด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันกลับมาสบตาพิมพ์พิศาที่กำลังเชิดหน้าใส่เธออีกครั้งด้วยความถือดี
และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากต่อปากคำใด ประตูไม้บานใหญ่ทางด้านหลังคฤหาสน์ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาในความสลัว พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในโถงห้องหยุดชะงักลงทันที
"ขอโทษที่มาสายค่ะ... พอดีฉันได้ข่าวว่า... เจ้าของคฤหาสน์ตัวจริงเขากลับมาแล้วนะคะ"
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาเปิดประตูสู่ความดาร์กและความฟินไปด้วยกันนะคะ!
ผู้กำกับสาวสายดาร์กกับนักแสดงสาวตัวแม่•ตอนที่ 1
เงาหมอกในคฤหาสน์ร้าง
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับสาวสายดาร์กกับนักแสดงสาวตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
