กลิ่นอายจางๆ ของชาเขียวมะลิในแก้วกระดาษบนโต๊ะไม้สักราคาแพงดูจะไร้ความหมายไปถนัดตา เมื่อความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองทำหน้าที่กดทับบรรยากาศในห้องรับรองวีไอพีให้หนักอึ้งราวกับมีมวลอากาศนับตันถ่วงอยู่
กระดาษแผ่นบางที่เพิ่งถูกดึงออกจากซองสีน้ำตาลเปื่อยยุ่ย สั่นไหวเล็กน้อยตามแรงปลายนิ้วของคิรากร นายแบบหนุ่มผู้เคยถูกขนานนามว่าเป็น ‘พระเจ้าแห่งรันเวย์’ บัดนี้สีหน้าของเขากลับซีดเผือด ไร้ซึ่งร่องรอยความหยิ่งผยองที่เคยประดับอยู่บนกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองตัวอักษรและตัวเลขแถวสุดท้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง
"คุณ... เอาสิ่งนี้มาจากไหน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและทรงพลัง บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือจนน่าสมเพชในความรู้สึกของเขาเอง
เรย์รินยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น เธอวางแก้วชาลงบนจานรองอย่างเชื่องช้า ปล่อยให้เสียงกระทบกันเบาๆ ทำหน้าที่กรีดแทงประสาทสัมผัสของชายตรงหน้า รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอมันช่างคมกริบดุจใบมีดอาบน้ำผึ้ง—หวานหยดย้อย แต่นำพามาซึ่งความตายอย่างช้าๆ
"ความจริงมักมีวิธีเปิดเผยตัวมันเองเสมอค่ะ คุณคิรากร..." เรย์รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าการกรีดร้อง "และฉันคิดว่า... ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องชำระหนี้ที่ติดค้างไว้เสียที"
คิรากรเงยหน้าขึ้นจากกระดาษแผ่นนั้น ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อกอบกู้สติที่กระเจิงหายไป ผลตรวจดีเอ็นเอระบุความสัมพันธ์ทางสายเลือดไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ และมันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงเขากับบางสิ่งที่เขาเคยพยายามผลักไสและลืมเลือนไปจากชีวิตเมื่อหลายปีก่อน
"คุณต้องการอะไรกันแน่ เรย์ริน" เขาเค้นเสียงถาม ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงโซฟาหนัง แต่แผ่นหลังกลับชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ "เงินเท่าไหร่ที่เธอต้องการ เพื่อแลกกับการทำลายสิ่งนี้ทิ้ง"
"เงินเหรอคะ?" เรย์รินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คุณคิดว่าผู้หญิงคนที่คุณเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี จะยังเห็นเงินเป็นสิ่งมีค่ามากกว่าความยุติธรรมอีกอย่างนั้นหรือคะ คุณคิรากร... คุณประเมินฉันต่ำเกินไปแล้ว"
เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมปลาบจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตคนที่เคยผูกพัน เรย์รินค่อยๆ เลื่อนนามบัตรสีดำสนิทแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะกระจก นามบัตรที่เรียบหรูไร้ลวดลาย มีเพียงชื่อแบรนด์เสื้อผ้าเปิดตัวใหม่เอี่ยมอ่องที่กำลังจะสั่นสะเทือนวงการแฟชั่น
*‘L’Ombre et la Lumière’*
"ฉันไม่ได้มาเพื่อต่อรองเรื่องเงินค่ะ..." เรย์รินกล่าวต่อ น้ำเสียงจริงจังและเฉียบขาด "แต่ฉันมาเพื่อยื่นข้อเสนอที่คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปฏิเสธ"
คิรากรก้มมองนามบัตรบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของหญิงสาว เขารู้จักชื่อแบรนด์นี้ดี มันคือแบรนด์น้องใหม่มาแรงที่กำลังเป็นที่จับ
"ข้อเสนออะไร?"
"มาเป็นนายแบบหลักให้แบรนด์เปิดตัวของฉันค่ะ" เรย์รินยื่นข้อเสนอด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ "คุณจะต้องสวมชุดคอลเลกชันใหม่ล่าสุดของฉัน ขึ้นเดินบนรันเวย์ในฐานะ ‘ใบหน้า’ ของแบรนด์ และที่สำคัญที่สุด... คุณต้องทำตามทุกอย่างที่ฉันต้องการ โดยไม่มีข้อแม้"
คิรากรขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความไม่เข้าใจ "บ้าไปแล้วหรือไง! ตอนนี้ฉันเซ็นสัญญากับค่ายของอคินอยู่ ฉันเป็นนายแบบเบอร์หนึ่งของเขา จะให้ฉันมาร่วมงานกับแบรนด์เปิดตัวใหม่ของเธอได้ยังไง แถมเธอก็รู้ว่าอคินกับเธอมันเหมือนน้ำกับไฟ!"
"นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมคุณถึง ‘ต้อง’ ตกลงค่ะ" เรย์รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอทรงพลังจนคิรากรถึงกับชะงัก "คุณคิดว่าอคินจะทำอย่างไร ถ้าเขารู้ความลับเรื่องผลตรวจดีเอ็นเอในมือคุณตอนนี้? คุณคิดว่าชื่อเสียงและบัลลังก์นายแบบอันดับหนึ่งที่คุณภาคภูมิใจนักหนา จะเหลือซากอะไรไหม ถ้ารูปนี้... และผลตรวจนี่... หลุดไปถึงมือสื่อมวลชน"
หัวใจของคิรากรกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ภาพความสำเร็จ ชื่อเสียง และเกียรติยศที่เขาสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อและกลโกงกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขารู้ดีว่าอคินไม่ใช่คนที่จะปรานีใคร หากใครหมดประโยชน์หรือสร้างความเสื่อมเสีย คนผู้นั้นก็จะถูกเขี่ยทิ้งราวกับเศษขยะ และยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอดีตอันดำมืดของเรย์รินด้วยแล้ว... อคินย่อมไม่มีวันยอมให้เขารอดไปแน่
"เธอรวบรวมหลักพวกนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่..." คิรากรเค้นถามด้วยความเจ็บใจ ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นผู้กุมเกมมาตลอดชีวิต แต่ในวันนี้ เขากลับกลายเป็นเพียงหมากตัวกระจิ๋วหลิวบนกระดานแก้แค้นของผู้หญิงที่เขาเคยทอดทิ้ง
"มันไม่สำคัญหว่าฉันเริ่มทำมันตั้งแต่เมื่อไหร่ค่ะ สิ่งสำคัญในตอนนี้คือ... คุณเหลือเวลาคิดแค่สามวินาทีเท่านั้น" เรย์รินยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาเรือนหรู เธอนับถอยหลังด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและไร้ความปรานี "สาม... สอง..."
ความอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วห้อง คิรากรกำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืดมน หากปฏิเสธ ชีวิตและอาชีพของเขาพังทลายในชั่วข้ามคืน แต่หากตอบรับ เขาก็จะต้องตกเป็นทาสรับใช้ความแค้นของเรย์ริน ตกอยู่ในกำมือของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความริษยาและบาดแผลฉกรรจ์ที่เขาเป็นคนฝากไว้
"หนึ่งค่ะ..." เรย์รินเอ่ยคำสุดท้าย พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตานั้นไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
"ตกลง..." คิรากรหลับตาลงอย่างจำยอม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความขมขื่นและร้าวราน "ฉันตกลงจะทำตามที่คุณต้องการทุกอย่าง เรย์ริน... พอใจหรือยัง"
รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยวของเรย์ริน แต่มันช่างเย็นชาและว่างเปล่าเหลือเกิน เธอยื่นมือไปเก็บซองเอกสารกลับมาถือไว้ในมือ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้ารูปอย่างสง่างาม
"ยินดีต้อนรับสู่เกมนรกของฉันนะคะ... อดีตสามี"
เธอกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงกระซิบแผ่วเบา แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคิรากรราวกับเสียงคำราม เรย์รินหันหลังให้เขาและก้าวเดินออกไปจากห้องรับรองอย่างมั่นคง ทิ้งให้คิรากรจมอยู่กับความสิ้นหวังและความผิดบาปที่ตนเองเป็นคนก่อขึ้นด้วยมือ
ทว่า... ในวินาทีที่เรย์รินก้าวพ้นประตูห้องรับรองออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเธอก็สั่นครืดขึ้นมา
เธอหยิบมันขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นข้อความจากพี่เลี้ยงเด็กที่เธอจ้างไว้ดูแลลูกชายตัวน้อย พร้อมกับรูปภาพแนบไฟล์ล่าสุด เรย์รินกดเปิดดูด้วยความคุ้นชิน แต่แล้ว... ฝีเท้าของเธอกลับต้องชะงักกึก ร่างเพรียวบางแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ในภาพถ่ายนั้น ไม่ได้มีแค่ลูกชายวัยสามขวบของเธอกำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่บนพรมในห้องนั่งเล่นเท่านั้น แต่ข้างกายเด็กน้อย กลับมีร่างสูงโปร่งของใครบางคนกำลังนั่งยองๆ และยื่นมือไปลูบหัวเด็กคนนั้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น—รอยยิ้มที่เรย์รินไม่มีวันลืมเลือนตลอดกาล
*เพราะนั่นคือใบหน้าของ... อคิน!*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความดราม่าครั้งนี้นะคะ
ดีไซเนอร์ไร้เงากับนายแบบผู้ถูกสาป•ตอนที่ 2
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้เงากับนายแบบผู้ถูกสาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!