"ถ้าคุณเลือกเซ็นชื่อในเอกสารฉบับนี้ ชีวิตที่คุณเคยสร้างมาในเมืองหลวงจะกลับคืนมาทันที พร้อมกับตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่าเดิม... รินรดา คุณจะทิ้งอนาคตที่มั่นคงเพื่อมาคลุกกับกลิ่นกะปิและควันไฟที่นี่ไปตลอดชีวิตจริงหรือคะ?"
เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท แม้เขาจะเดินออกจากร้านไปนานแล้ว ทิ้งไว้เพียงซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำราวกับระเบิดเวลาที่รอวันทำงาน
รินรดาจ้องมองมันนิ่ง มือเรียวที่เคยจับจวักอย่างมั่นคงกลับสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำพริกมะขามที่เธอเพิ่งโขลกเสร็จใหม่ๆ อบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับทำให้ใจของเธอไหวเอนราวกับต้นไม้ใหญ่ที่ถูกพายุโหมกระหน่ำในค่ำคืนที่ไร้แสงดาว
"การทำอาหารไม่ใช่แค่การผสมวัตถุดิบ แต่มันคือการตัดสินใจเลือกจิตวิญญาณให้ตัวเองค่ะ"
เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของระเบียง นายเมฆก้าวออกมาจากเงามืดของต้นมะม่วงในมือเขามีกะละมังใบเล็กที่เต็มไปด้วยดอกขจรสดใหม่ที่เพิ่งเก็บจากสวน ดวงตาของเขาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่รินรดาไม่อาจหยั่งถึง
รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับเมฆ สายตาของเขามีความอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้มันกลับทำให้เธอรู้สึกถึงความกดดันที่ซ่อนอยู่ "เมฆคะ... ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่างทางที่คุณสร้างมาด้วยความเหนื่อยยาก กับทางที่เพิ่งเริ่มต้นแต่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน"
เมฆวางกะละมังลงบนโต๊ะข้างๆ เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่กลับหยิบดอกขจรขึ้นมาดอกหนึ่งแล้วคลี่มันออกอย่างเบามือ "รินจำได้ไหมคะตอนที่ยายสอนทำแกงส้มดอกขจรใหม่ๆ ยายบอกว่าอะไร"
รินรดานิ่งไปครู่หนึ่ง ภาพความทรงจำที่เลือนรางค่อยๆ ชัดเจนขึ้น "ยายบอกว่า... ดอกขจรจะไม่อร่อยเลยถ้าเราใส่มันลงไปตอนน้ำยังไม่เดือดจัด หรือถ้าเราเคี่ยวจนมันสุกเกินไป ทุกอย่างต้องมีจังหวะของมัน เหมือนกับชีวิตคน"
"ใช่ค่ะ" เมฆขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นดินและกลิ่นเขียวสดของพืชพรรณจากตัวเขาทำให้รินรดารู้สึกสงบลงอย่างประหลาด "รินอาจจะกำลังกลัวความเดือดพล่านของทางเลือกนี้ แต่บางที... ความมั่นคงที่เขาเสนอให้ อาจเป็นแค่น้ำที่เย็นชืดจนทำให้ชีวิตของรินเสียรสชาติไปก็ได้นะ"
รินรดานิ่งงัน คำพูดนั้นเปรียบเสมือนมีดที่กรีดลงบนความลังเลใจของเธอ เธอเดินเข้าไปหาเตาถ่านที่ไฟกำลังมอด ความร้อนที่แผ่ออกมาทำให้แก้มของเธอขึ้นสีระเรื่อ เธอหยิบสากขึ้นมาอีกครั้ง มือที่สั่นเทาเริ่มนิ่งลง เธอไม่ได้กำลังโขลกเครื่องแกง แต่เธอกำลังโขลกความสับสนทิ้งไปทีละนิด
"แต่ถ้าฉันล้มเหลวที่นี่ล่ะเมฆ? ถ้าสูตรลับของยายไม่สามารถประคองร้านนี้ไว้ได้..."
"ถ้ารินล้ม" เมฆพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงยิ่งกว่าศิลา "รินจะไม่ล้มคนเดียวค่ะ ฉันจะรอรับรินอยู่ข้างล่างนั่นเสมอ เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่มันคือที่ที่รินเป็นตัวเองที่สุด"
คำพูดนั้นทำเอารินรดาชะงัก เธอหมุนตัวกลับไปมองชายหนุ่มที่เฝ้ามองเธอมาตลอดในยามยาก แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำใด เสียงรถยนต์หรูคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าร้าน เสียงประตูรถปิดลงอย่างหนักแน่นเรียกให้ทั้งคู่ต้องหันไปมอง
ร่างสูงของหญิงวัยกลางคนที่สวมชุดผ้าไหมดูมีสง่าราศีก้าวลงมาจากรถ เธอไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'คุณหญิงรำไพ' หุ้นส่วนรายใหญ่ที่เคยเป็นคู่ปรับเก่าของยาย ซึ่งรินรดาไม่เคยคิดว่าจะปรากฏตัวที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้
คุณหญิงรำไพกวาดสายตามองไปรอบร้านด้วยแววตาเหยียดหยามก่อนจะหยุดที่ซองเอกสารบนโต๊ะ "ฉันหวังว่าเธอคงไม่ได้โง่พอที่จะเลือกต้มแกงในรูหนูนี่แทนที่จะไปนั่งเก้าอี้ผู้บริหารในเมืองนะรินรดา"
หญิงสูงวัยเดินตรงเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ตัดกับกลิ่นสมุนไพรในครัวอย่างสิ้นเชิง คุณหญิงหยิบซองเอกสารขึ้นมาแล้วชูตรงหน้าเธอ "เซ็นซะ เดี๋ยวนี้ เพราะถ้ายายของเธอรู้ว่าเธอเอาสมบัติชิ้นสุดท้ายมาละลายทิ้งแบบนี้ วิญญาณแกคงไม่สงบแน่"
รินรดาตัวแข็งทื่อ คำพูดนั้นเสียดแทงลงไปถึงขั้วหัวใจ ความมั่นใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอหันไปมองเมฆ แต่เขากลับนิ่งเงียบ แววตาของเขามีประกายบางอย่างที่เธอยังแปลไม่ออก
"รินรดา... เซ็นสิคะ" คุณหญิงยื่นปากกาหมึกซึมด้ามทองให้
รินรดายื่นมือออกไป ปลายนิ้วแตะที่ด้ามปากกาเย็นเฉียบ เธอหันมองภาพถ่ายของยายที่แขวนอยู่บนฝาผนังไม้เก่าๆ ก่อนจะตัดสินใจคว้าซองเอกสารนั้นมาไว้ในมือแน่น แล้วหันไปจ้องตากับคุณหญิงรำไพตรงๆ
"ถ้าวิญญาณของยายจะโกรธ..." รินรดาเริ่มเสียงสั่นแต่แววตามุ่งมั่น "ก็คงไม่ใช่เพราะหนูรักษาที่นี่ไว้ไม่ได้ แต่เพราะหนูยอมทิ้งหัวใจตัวเองไปเพียงเพราะกลัวความยากลำบากค่ะ!"
ว่าแล้ว รินรดาก็ฉีกเอกสารในมือออกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าต่อตาคุณหญิงรำไพ ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วทั้งร้าน ก่อนที่เสียงโทรศัพท์มือถือของคุณหญิงจะดังขึ้นทำลายบรรยากาศนั้น และเมื่อรับสาย สีหน้าของคุณหญิงรำไพก็เปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
"ว่ายังไงนะ?... หมายความว่ายังไงที่ว่าหุ้นของฉันถูกเทขายจนหมดเกลี้ยง! ใครเป็นคนทำ!"
ครัวคุณยายขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางค้นหาความลับไปพร้อมกับรินรดานะคะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 19
ทางเลือกสองแพร่ง
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!