"น้ำพริกถ้วยนี้... รสชาติมันเปลี่ยนไปหรือเปล่านะคะ?"
เสียงของรินรดาดังแผ่วเบาแทบจะกลืนไปกับเสียงควันกระทบกระทะในครัวที่เงียบเหงาลงถนัดตา เธอวางสากไม้ลงในครกหินหนักๆ ส่งเสียงดังกังวานบาดหู เธอนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น มือที่ยังเปื้อนคราบกะปิสั่นเทาเล็กน้อย สายตาจดจ้องมองไปยังรอยหยักของพริกขี้หนูที่เธอเพิ่งตำเสร็จ
ความเงียบในร้านช่วงบ่ายคล้อยดูจะขยายตัวกว้างขึ้น เหมือนกับความกังวลที่กำลังกัดกินหัวใจเธออยู่เงียบๆ รินรดาหยิบช้อนคันเล็กขึ้นมาตักน้ำพริกขึ้นชิมอีกครั้ง กลิ่นหอมของกระเทียมเผาและมะนาวสดแท้จากสวนของเมฆยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับไม่ทำให้หัวใจเธอพองโตเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
"ไม่เหมือน... มันไม่ใช่รสมือยาย" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นสั่นพร่ากว่าเดิม
"คิดมากไปหรือเปล่าริน?"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากทางประตูหลังร้าน เมฆก้าวเข้ามาพร้อมตะกร้าผักสดในมือ เขาวางมันลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดยืนข้างๆ หญิงสาวที่ดูเหมือนจะลอยละล่องอยู่ในภวังค์ความทุกข์ เขาเหลือบมองสีหน้าของรินที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
"ฉันพยายามตำตามสูตรเป๊ะๆ แล้วนะเมฆ ทุกอย่างเหมือนที่ยายจดไว้ในสมุดเล่มนั้นไม่มีผิดเพี้ยน แต่ทำไม... ทำไมคนกินถึงยังไม่ยิ้มเหมือนตอนยายอยู่ล่ะ?" รินเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยมีประกายแห่งความมุ่งมั่นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่คลออยู่
เมฆไม่ได้รีบตอบ เขาหยิบช้อนอีกคันขึ้นมาชิมน้ำพริกในครก รสชาติมันจัดจ้าน กลมกล่อม และถึงเครื่องอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันขาด 'บางอย่าง' ไปจริงๆ อย่างที่รินรู้สึก
"ริน... อาหารมันไม่ได้มีแค่สูตรในกระดาษนะ" เมฆกล่าวช้าๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ "ที่ยายทำอร่อย ไม่ใช่เพราะยายใช้เครื่องปรุงยี่ห้อไหน หรือใส่ปริมาณเท่าไหร่ แต่เพราะยายใส่ 'ความผูกพัน' ลงไปด้วย รินกำลังกดดันตัวเองมากเกินไป จนลืมสนุกกับการทำอาหารหรือเปล่า?"
"ถ้าวันหนึ่งรินทำไม่ได้อย่างยาย... ถ้าลูกค้าเริ่มรู้ว่ารอยยิ้มในจานอาหารหายไปแล้ว ร้านนี้จะยังมีความหมายอะไรอีกล่ะคะ?"
เธอหันมาจ้องหน้าเขา แววตาของเธอไม่ใช่แววตาของแม่ค้าที่มั่นใจ แต่เป็นแววตาของเด็กสาวที่กำลังสูญเสียที่พึ่งสุดท้ายไป เมฆนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาเอื้อมมือไปจับไหล่ของหญิงสาวไว้อย่างแผ่วเบา เพื่อส่งผ่านกำลังใจที่มากกว่าคำพูดใดๆ
"รินไม่ได้ทำเพื่อเลียนแบบยาย แต่รินกำลังทำเพื่อสร้างเส้นทางของตัวเอง ลูกค้าไม่ได้อยากกินอาหารของยายในอดีต แต่อยากกินอาหารของรินที่เต็มไปด้วยความรักแบบที่รินเป็นต่างหาก"
คำพูดของเมฆอาจจะดูสวยหรู แต่ในใจของรินนั้นกลับว้าวุ่น เธอถอนหายใจยาวก่อนจะหันไปล้างครกอย่างใจลอย ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะเปิดน้ำก๊อก เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นถี่ๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ
"รินรดา! อยู่ไหม?"
เสียงนั้นแหลมสูงและดูตื่นตระหนก รินรดาขมวดคิ้ว เธอจำเสียงนี้ได้ดี มันเป็นเสียงของ 'ป้าสมศรี' หญิงชราข้างบ้านที่เป็นลูกค้าขาประจำคนสำคัญที่สุดของยาย
รินเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วรีบเดินออกไปหน้าร้านด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่เมื่อเธอเห็นสภาพของป้าสมศรีที่ยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้าประตูกระจก ร่างกายของเธอก็ชะงักงัน
ป้าสมศรีไม่ได้เดินเข้ามาเพื่อสั่งอาหารเหมือนปกติ แต่ในมือของหญิงชรากลับถือสมุดปกหนังเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งไว้แน่น... สมุดเล่มที่รินจำได้ว่ามันถูกเก็บไว้ในเซฟของยายมาตลอด และมันไม่ควรจะออกมาจากที่นั่นได้
"ริน... ฉันขอโทษนะที่ต้องพูดแบบนี้" ป้าสมศรีกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลอาบแก้มเหี่ยวย่น "แต่ยายของเธอไม่ได้ทิ้งแค่สูตรอาหารไว้ให้เธอหรอกนะ... ความจริงที่เธอต้องรู้เกี่ยวกับร้านนี้ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก"
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน สมุดเล่มนั้นคือสมุดที่ยายสั่งนักสั่งหนาว่า 'ห้ามเปิดอ่านจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม' และเวลาที่เหมาะสมของยาย... ดูเหมือนจะมาถึงเร็วกว่าที่เธอเตรียมใจไว้มากนัก
หญิงสาวก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือที่เอื้อมไปรับสมุดนั้นสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ นี่คือจุดเปลี่ยนที่เธอกลัวที่สุดมาตลอดนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาดูแลร้านนี้ ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้กลิ่นอายเครื่องเทศและรสชาติแห่งความทรงจำ กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีนี้เอง
รินรดาตัดสินใจสูดหายใจเข้าลึกๆ เตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากันมาถึงตอนนี้นะคะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 14
ความกังวลของริน
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!