ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 46

ความผูกพันที่แน่นแฟ้น

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
ไอความร้อนระอุจากเตาถ่านที่คุกรุ่นอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ทำให้แผ่นหลังของรินรดาชุ่มเหงื่อเท่ากับความจริงที่เพิ่งกระจ่างชัดในใจ คราบเขม่าสีดำที่เปื้อนข้างแก้มกับกลิ่นหอมฉุนของพริกแกงเผ็ดใต้ที่โขลกเองกับมือ กลายเป็นฉากหลังของความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในห้องครัวเล็กๆ ของร้าน "สูตรลับตำรับยาย" กระทะเหล็กใบเก่าส่งเสียงฉู่ฉ่าทันทีเมื่อเนื้อปลาคราดสดๆ ลงไปคลุกเคล้ากับเครื่องแกง กลิ่นหอมของขมิ้น ใบมะกรูดฉีก และพริกไทยอ่อนตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ แต่วันนี้... กลิ่นอันคุ้นเคยที่เคยเยียวยาจิตใจเธอกลับไม่สามารถกลบความสั่นไหวในอกได้เลย "ริน มือไม้สั่นหมดแล้วนะ นั่น... ข่าตะไคร้ในครกจะกระเด็นใส่ตาเอา" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางประตูกระจกบานเลื่อน เมฆก้าวเข้ามาในครัวด้วยท่าทางคุ้นชิน มือหนาสวมผ้ากันเปื้อนสีซีดที่มักจะสวมเวลาช่วยเธอจัดเตรียมวัตถุดิบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสำรวจความผิดปกติบนใบหน้าของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือมาปิดเตาไฟให้โดยที่เธอไม่ต้องเอ่ยปาก รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย ยอมวางสากไม้ในมือลงแล้วถอนหายใจยาวเหยียด เธอยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากอย่างไร้ระเบียบ จนเผลอทำคราบเขม่าเลอะลึกขึ้นไปอีก เมฆเห็นดังนั้นจึงหยิบผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นบิดหมาดจากอ่างล้างมือ เดินเข้ามาใกล้ในระยะที่ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาสัมผัสได้ถึงผิวเนื้อ "นั่งลงก่อนเถอะริน วันนี้พอกแค่นี้ก่อน ลูกค้าจองโต๊ะหมดแล้ว เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการต่อเอง" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนจนน่าใจหาย ราวกับรู้ว่ากำแพงที่เธอก่อไว้กำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่อึดใจนี้ รินรดานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า สายตาเธอมองตามแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่กำลังก้มๆ เงยๆ จัดการตักแกงใส่ชามอย่างคล่องแคล่ว ภาพเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เธอตัดสินใจทิ้งชีวิตสาวออฟฟิศในเมืองกรุงมารับช่วงต่อร้านของยาย เมฆคือเงาที่คอยซ้อนทับและเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไปอย่างเงียบเชียบ เขาไม่เคยเรียกร้องคำขอบคุณ ไม่เคยล้ำเส้น และที่สำคัญที่สุด... เขาไม่เคยหายไปไหนเลยแม้ในวันที่เธอทำอาหารเสียรสชาติจนกินไม่ได้ หรือวันที่เธอนั่งร้องไห้คิดถึงยายจนหมดแรง "เมฆ..." เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อย ชายหนุ่มชะงักมือที่กำลังถือทัพพี หันกลับมามองด้วยแววตาห่วงใย "ว่าไงครับ? เผ็ดไปเหรอ หรือว่าเครื่องแกงยังไม่ถึงรส?" "เปล่าค่ะ..." รินรดาส่ายหัวช้าๆ ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บงำมานานนับแรมปีพรั่งพรูขึ้นมาจุกที่ลำคอ "รินแค่นึกถึงตอนที่ยายเสีย... วันนั้นรินรู้สึกว่าโลกทั้งใบมันพังทลาย ไม่มีใครเหลือให้อีกแล้ว ร้านนี้... สูตรอาหารพวกนี้ กลายเป็นเหมือนภาระที่หนักอึ้งจนรินอยากจะหนีไปให้พ้น" เมฆวางทัพพีลง เขาลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งตรงหน้าเธอ เข่าของเขาสัมผัสกับเข่าของเธอเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นคง ร่างสูงใหญ่ไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้เธอดึงความรู้สึกที่เจ็บปวดออกมาพูดจนหมด "แต่ตอนนี้..." รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ มองลึกลงไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจของชายหนุ่ม "รินเพิ่งรู้ตัว... ว่าถ้าไม่มีเมฆ ร้านนี้ก็คงเป็นแค่บ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง และรินก็คงเป็นแค่คนหลงทางที่ทำอาหารไปวันๆ" เธอยื่นมือที่ยังมีคราบแป้งและเครื่องเทศเปื้อนอยู่ไปกุมมือหนาของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ภาพตรงหน้าจะสลายหายไปเหมือนควันไฟ "เมฆเป็นมากกว่าคนส่งผัก... เป็นมากกว่าเพื่อนบ้าน หรือแม้แต่คนที่คอยช่วยงาน รินขาดเมฆไม่ได้หรอกค่ะ... ถ้ารินไม่มีเมฆอยู่ตรงนี้ รินก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารสชาติของความสุขมันหน้าตาเป็นอย่างไร" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกเบาๆ และเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของคนทั้งคู่ เมฆนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาคมไหววับด้วยประกายความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย เขายกมืออีกข้างขึ้นมาทาบลงบนหลังมือเรียวของเธอ บีบกระชับด้วยความหนักแน่นและอบอุ่น "รินรู้ไหม... ตั้งแต่วันแรกที่ผมเห็นคุณเดินถือตะหลิวหน้าตาตื่นเข้ามาในครัวของยาย ผมก็บอกกับตัวเองแล้วว่า แปลงผักออร์แกนิกของผมคงไม่ได้มีไว้แค่ปลูกส่งตลาดอีกต่อไป" เมฆยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูอ่อนโยนจนหัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะ "ผมไม่ได้อยู่ข้างๆ เพราะหน้าที่ริน แต่ผมอยู่เพราะหัวใจผมมันอยู่ที่นี่... อยู่กับกลิ่นเครื่องแกงของคุณ อยู่กับรอยยิ้มของคุณ" บรรยากาศในห้องครัวอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่ไม่ได้มาจากน้ำตาลปี๊บ หากแต่มาจากความรู้สึกที่ตกผลึกเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจน ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าความผูกพันนี้ได้หยั่งรากลึกเกินกว่าจะถอนโคนเสียแล้ว ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังจะถูกแทนที่ด้วยคำพูดที่สำคัญที่สุด เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงกริ่งหน้าร้านที่สั่นกระดอนรัวผิดปกติ รินรดากับเมฆผละออกจากกันอย่างตกใจ หญิงสาวหันไปมองนาฬิกาแขผนังผนัง นี่มันเลยเวลาปิดร้านมานานโขแล้ว ใครกันที่มาเคาะประตูยามวิกาลเช่นนี้ เมฆลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เดินนำออกไปที่โซนต้อนรับหน้าร้านโดยมีรินรดาก้าวตามไปติดๆ เงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนทาบทับอยู่หลังกระจกฝ้า ประตูร้านค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับกลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพงที่ลอยปะปนมากับกลิ่นฝนยามค่ำคืน "ไม่คิดเลยว่าทายาทร้านแกงโบราณ จะมีความสุขกับชีวิตบ้านๆ แบบนี้... รินรดา จำพี่ได้ไหม?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 46 แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%