จักรพรรดินีผู้ถูกเนรเทศกับแผนการณ์ยึดครองกระดานการเงิน•ตอนที่ 12

ดินเนอร์ท่ามกลางเปลวไฟ

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
กลิ่นเหม็นไหม้ของน้ำมันสนและเนื้อไม้ราคาแพงโชยเข้าจมูกของเอเลน่า วอน แอนเดอร์สัน ทว่าเธอกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดกระโปรงผ้าไหมสีดำสนิทขยับตัวอย่างเชื่องช้าบนโซฟาตัวยาว ดวงตาสีไวน์แดงคู่นั้นกวาดมองเปลวเพลิงสีส้มที่กำลังลามเลียผ้าม่านกำมะหยี่ในห้องโถงรับแขกด้วยความสงบราวกับกำลังชมการแสดงละครเวทีชั้นดี "ดูเหมือนพวกมันจะร้อนใจกว่าที่เราคาดไว้นะคะ คุณดราโกเวียน" เสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบเอ่ยขึ้น ท่ามกลางเสียงปะทุของไม้ที่กำลังถูกเผาไหม้ คาร์ลอส ดราโกเวียน ซึ่งยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างที่ยังไม่ถูกไฟลุกท่วม ปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ดอย่างไม่รีบร้อน นัยน์ตาคมกริบสีเทาเข้มสะท้อนแสงไฟสีแดงฉาน รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมตลาดหุ้นครึ่งหนึ่งของอาณาจักร "พวกสภาสูงคงคิดว่า การเผาทำลายหลักฐานบัญชีลับในคฤหาสน์หลังนี้ จะทำให้ชื่อของตระกูลวอน แอนเดอร์สัน ดับสูญไปพร้อมกับกองขี้เถ้าล่ะมั้งครับ... แต่พวกมันโง่เง่าเกินกว่าจะรู้ว่า เอกสารเหล่านั้นถูกย้ายไปอยู่ในเซฟดิจิทัลของธนาคารกลางตั้งแต่วันที่เราเริ่มแผนการแล้ว" คาร์ลอสตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ เขาเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับยื่นมือหนามาแตะปลายคางมนของหญิงสาวเบาๆ เชิงปลอบประโลม "เจ็บใจไหมครับ ที่บ้านหลังนี้มีความทรงจำวัยเด็กของคุณอยู่ด้วย?" เอเลน่าสบตากับเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือด้วยความสะใจลึกซึ้งเสียมากกว่า "ความทรงจำในนรก... การเผามันทิ้ง เสียได้ก็ดีเหมือนกันค่ะ การเริ่มต้นใหม่บนซากปรักหักพัง มันคือความบันเทิงรูปแบบหนึ่งไม่ใช่หรือคะ?" ฉับพลัน ประตูบานใหญ่หน้าห้องโถงถูกพังทลายลงด้วยแรงถีบมหาศาล กลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากอนามัยนับสิบชีวิตพรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ นำโดยชายร่างใหญ่ในชุดสูททหารรับจ้าง แกรี่ มือขวาผู้โหดเหี้ยมของดยุกบารอน ผู้ซึ่งเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเอเลน่าในงานเลี้ยงน้ำชาเมื่อเดือนก่อน "ฮ่าๆๆๆ! หมดเวลาเล่นสนุกแล้วครับคุณหนูตระกูลตกอับ! ทางออกถูกปิดตาย ไฟกำลังจะกลายเป็นเมรุเผาศพพวกแกทั้งเป็น!" แกรี่หัวเราะลั่นอย่างได้ใจ ปืนในมือเล็งตรงมาที่ร่างของทั้งสอง "น่าเสียดายจริงๆ หน้าตาสวยๆ แบบนี้ต้องกลายเป็นคาร์บอนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า" เอเลน่าไม่ได้ขยับหนี เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามราวกับราชินีบนบัลลังก์ เธอยกถ้วยชาพอร์ซเลนขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะกระทบกับจานรองเกิดเสียงกังวานใสท่ามกลางเสียงไฟโหมกระหน่ำ "แกari... แกคิดจริงๆ เหรอคะว่าทางออกถูกปิดตาย?" เอเลน่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้เสียงหัวเราะของแกรี่สะดุดกợึ "แกหมายความว่ายังไง..." *คลิก!* เสียงปลดล็อกกลไกโลหะดังขึ้นจากรอบทิศทาง ไม่ใช่เสียงจากหน้าต่างหรือประตู แต่มาจากพื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าของกลุ่มโจรชุดดำ รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของแกรี่แข็งค้างทันที เมื่อแสงไฟจากคرึ่บเพลิงส่องกระทบเข้ากับปากกระบอกปืนกลอัตโนมัติเกือบสาيفกระบอกที่โผล่ขึ้นมาจากช่องลับใต้พื้นและผนังห้อง โดยมีรหัสควบคุมเชื่อมต่อกับระบบ AI การเงินที่เอเลน่าเป็นผู้เขียนโปรแกรมขึ้นเองทั้งหมด! "ยินดีต้อนรับสูตรกับดักมูลค่าสิบล้านเหรียญทองนะคะ แการี่" เอเลน่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดกระโปรงสีดำสนิทสะบัดพลิ้วตามจังหวะก้าวเดินที่มั่นคง เธอเดินเข้าไปใกล้ชายฉกรรจ์ที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพลายเต็มขมับ "พวกแกคิดว่าฉันยอมให้คฤหาสน์หลังนี้ถูกเผาโดยไม่มีการประกันภัยวงเงินสูงสุดอย่างนั้นเหรอคะ? ทุกย่างก้าวที่พวกแกเดินเข้ามา ถูกบันทึกภาพถ่ายทอดสดส่งตรงไปยังหน้าจอของสภาสูงและตลาดหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้วค่ะ" "ย... ยิงมัน!" แกรี่แผדเสียงสั่งลูกน้องด้วยความตื่นตระหนก ทว่า... *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว แต่กระสุนเหล่านั้นไม่ได้มาจากฝ่ายโจร หากแต่เป็นกระสุนยางแรงดันสูงที่ยิงสกัดข้อเท้าของกลุ่มคนร้ายจนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกันทีละคนอย่างแม่นยำ คาร์ลอสยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของเอเลน่า มือข้างหนึ่งโอบเอวบางไว้หลวมๆ ขณะที่มืออีกข้างควงปืนพกเคลือบทองคำขาวเล่นอย่างสบายอารมณ์ "เด็กๆ สมัยนี้ช่างไร้มารยาทเสียจริง บุกรุกเข้ามาในบ้านคนอื่นแถมยังทำลายข้าวของ..." คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ดวงตาคมกริบกวาดมองเหล่าทหารรับจ้างที่นอนโอญครวญอยู่บนพื้น "ที่รักครับ เราควรจะจัดการพวกมันยังไงดี? ส่งให้ตำรวจ หรือจะให้แผนกกฎหมายของเราฟ้องล้มละลายตระกูลที่จ้างพวกมันมาดีล่ะ?" เอเลน่าย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับแกรี่ที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายหนี เธอยื่นปลายนิ้วเรียวสวยไปแตะที่คางของอีกฝ่ายเบาๆ บีบมันแน่นจนชายร่างใหญ่ต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด "กลับไปบอกนายของแก... ว่าเอเลน่าคนเดิมที่พวกแกเคยเหยียบย่ำ ได้ตายไปในกองเพลิงนี้แล้วนะคะ" ดวงตาสีไวน์แดงทอประกายความเหี้ยมเกรียมสะท้อนเงาเปลวไฟ "คนที่เหลืออยู่ตอนนี้ คือผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ที่จะซื้อลมหายใจของพวกมันทีละวินาที... และพรุ่งนี้เช้า ฉันจะไปทวงคืนทุกอย่างที่พวกมันโกงไปจากตระกูลวอน แอนเดอร์สัน" แกรี่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว สัมผัสได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ ชายฉกรรจ์พยายามอ้าปากจะเอ่ยคำขอชีวิต แต่ทว่าเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์รุ่นล่าสุดที่ติดตราสัญลักษณ์ตระกูลดราโกเวียนก็บินมาลอยลำอยู่เหนือหลังคาคฤหาสน์ แรงลมมหาศาลพัดโหมกระพือจนเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ถูกเป่าดับลงกึ่งหนึ่งในพริบตา ประตูห้องโถงที่ถูกทำลายพังลงราบคาบ พร้อมกับการปรากฏตัวของหน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษในชุดสูทสีเทาเข้มกรูเข้ามาควบคุมตัวคนร้ายทั้งหมดกดลงกับพื้นอย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ คาร์ลอสยื่นมือหนาให้หญิงสาวตรงหน้า เอเลน่าอมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะวางมือเรียวลงบนฝ่ามืออุ่นนั้นอย่างมั่นใจ ทั้งคู่เตรียมก้าวเดินผ่านซากปรักหักพังออกไปยังลานกว้างด้านนอกเพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์หลบหนี ทว่าในจังหวะก้าวเท้าผ่านโต๊ะทำงานไม้โบราณที่ยังเหลือซากอยู่นั้น... เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากสมาร์ตโฟนหรูในกระเป๋าเสื้อของเอเลน่าก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* เธอหยิบมันขึ้นมาเปิดดู ปรากฏว่าหน้าจอแสดงผลการโอนเงินจำนวนมหาศาลถึงห้าสิบล้านเหรียญทอง เข้าสู่บัญชีลับที่ไม่ระบุชื่อ... และชื่อผู้ส่งปลายทางที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ทำเอาลมหายใจของเอเลน่าสะดุดกึก ร่างระหงชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่ออ่านชื่อนั้นชัดเจน *ผู้ส่ง: 'ท่านพ่อ' ผู้ที่ควรจะเสียชีวิตไปในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีก่อน* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตบเท้าก้าวผ่านเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้นไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ถูกเนรเทศกับแผนการณ์ยึดครองกระดานการเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%