อัลกอริทึมรักฉบับแก้ไขบั๊กหัวใจ•ตอนที่ 16

การซ่อมแซมความสัมพันธ์

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
"คุณคิดว่าการพังงานของคนอื่น จะทำให้โค้ดเน่าๆ ของคุณมันสะอาดขึ้นมาได้หรือคะ อลิสา" เสียงของรินรดาไม่ได้ดัง แต่มันเยียบเย็นจนอุณหภูมิในห้องทำงานส่วนตัวลดฮวบลงทันตา แสงไฟนีออนจากโถงทางเดินที่สาดเข้ามาผ่านกรอบประตูที่ถูกกระชากเปิด เผยให้เห็นร่างระหงของอลิสากำลังยืนกอดอกด้วยรอยยิ้มเยาะ แววตาของคู่แข่งสาวคนนี้พราวระยับด้วยความสะใจ ชัยยะชั่วครู่ที่เธอคิดว่าตนเองกำความลับสำคัญของโปรเจกต์อัลกอริทึมตัวใหม่เอาไว้ในมือ ธันวาที่ยืนอยู่เบื้องหลังรินรดาขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงโปรดปรานความเงียบสงบขยับเข้าใกล้เก้าอี้ทำงานของหญิงสาวอีกนิดโดยสัญชาตญาณ สัญชาตญาณของ Data Scientist ที่อ่านพฤติกรรมมนุษย์จากชุดข้อมูลดิบ บอกให้เขารู้ว่าผู้หญิงที่ชื่ออลิสากำลังอยู่ในสภาวะ 'Overclock' ทางอารมณ์—เธอกำลังกระวนกระวาย และความกระวนกระวายนั้นมักนำมาซึ่งความผิดพลาดขั้นวิกฤต "ปากเก่งเสียจริงนะคะ รินรดา" อลิสาก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ ส้นสูงราคาแพงกระทบกับพื้นลามิเนตเกิดเสียงดังน่ารำคาญใจ เธอยื่นแท็บเล็ตในมือมาตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงแสดงโค้ดสีแดงฉานจากระบบที่ถูกแฮก "แต่ดูกราฟการสูญเสียข้อมูลนี่เสียก่อนสคะ... โค้ดที่เธอภูมิใจนักหนากำลังรั่วไหลออกไปทางแบ็กดอร์ที่ฉันเป็นคนฝังไว้เองแหละค่ะ" รินรดาไม่แม้แต่จะชายตามองแท็บเล็ตเครื่องนั้น ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยสมองส่วนตรรกะประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับชิปเซ็ตประสิทธิภาพสูง เธอยกมือขึ้นกอดอกบ้าง ท่าทางสง่างามแต่น่าเกรงขามจนอลิสาชะงักไปนิด "แบ็กดอร์ที่คุณว่า... หมายถึงช่องโหว่ในฟังก์ชัน `ValidateUser()` ที่คุณแอบใส่เข้ามาเมื่อสามคืนก่อนตอนตีสองสิบห้านาทีใช่ไหมคะ?" รอยยิ้มบนใบหน้าของอลิสาแข็งค้างทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่ปิดบังความตกใจ "ทะ... เธอรู้ได้อย่างไร!" "คุณประเมินความสามารถในการตรวจสอบ Log ของระบบเราต่ำเกินไปค่ะ อลิสา" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เธอจะตัวเล็กกว่าอลิสาทว่าแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับเหนือกว่าหลายเท่าตัว "ทุกบรรทัดที่คุณแก้ไข ถูกบันทึกและจำแนกประเภทด้วยระบบ Machine Learning ที่ธันวาเป็นคนออกแบบไว้... พูดง่ายๆ ก็คือ ทุกก้าวที่คุณเดิน มันอยู่ในซิมูเลชันที่เราวางแผนดักรอคุณไว้หมดแล้วค่ะ" ธันวาลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของรินรดา แววตาของชายหนุ่มฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาชอบเวลาที่เธอดื้อรั้นและมั่นใจในตัวเองแบบนี้ มันคือความสมบูรณ์แบบที่ไม่ได้เกิดจากการเขียนโปรแกรม แต่เกิดจากจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งของมนุษย์ อลิสากัดริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เมื่อจนมุมด้วยหลักฐาน เธอก็เริ่มแสดงธาตุแท้ออกมา มือเรียวบางสั่นเทด้วยความโกรธ "แก... พวกแกมันน่ารังเกียจที่สุด! คิดว่าเก่งนักใช่ไหม ถึงได้ทำตัวเหนือกว่าคนอื่นตลอดเวลา!" "เราไม่เคยคิดว่าตัวเองเหนือกว่าใครค่ะ" เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาปราศจากความโกรธเคือง ทว่ามันกลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง "เราแค่เชื่อในตรรกะและความถูกต้อง... ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณไม่มีในชุดข้อมูลของคุณเลย" คำพูดนั้นเหมือนฟางเส้นสุดท้าย อลิสาขว้างแท็บเล็ตในมือลงกับพื้นจนหน้าจอร้าวระยับ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งเตลิดออกไปจากห้อง ปล่อยให้ความเงียบงันกลับมาครอบคลุมพื้นที่อีกครั้ง เสียงประตูที่ปิดลงเบาๆ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดค่อยๆ คลี่คลายลง รินรดาระบายลมหายใจยาวเหยียด ความแข็งกร้าวที่ใช้เผชิญหน้ากับอลิสาเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวัน เธอยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ร่างกายเพรียวบางเซเล็กน้อยจนธันวาต้องก้าวเข้ามาคว้าข้อศอกเธอไว้ทัน "ไหวไหมครับ... เอ่อ ฉันหมายถึง คุณไหวไหมริน" ธันวาเผลอหลุดคำสรรพนามเดิมออกมาด้วยความลืมตัว แต่รินรดาไม่ได้ทักท้วง เธอเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด "ฉันไม่เป็นไรค่ะ... แค่รู้สึกว่า... ความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาของฉัน มันเหนื่อยเสียเหลือเกิน" เสียงของเธอลดระดับลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ ความเปราะบางที่รินรดาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความสมบูรณ์แบบมาตลอด บัดนี้ได้พังทลายลงต่อหน้าผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่แข่งทางความคิดคนนี้ ธันวาไม่ได้พูดปลอบใจด้วยคำพูดสวยหรูตามตำราจิตวิทยา ชายหนุ่มเพียงแต่พาเธอเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวยาวมุมห้อง เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ ฝ่ามือหนาอุ่นจัดเอื้อมไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของหญิงสาวไว้ช้าๆ "โค้ดที่ผิดพลาด... เรายังกดปุ่ม Debug แล้วเขียนทับใหม่ได้" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาที่มักจะเย็นชาเสมอในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและจริงใจอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน "แต่หัวใจที่เหนื่อยล้าของคุณ... ถ้าไม่ยอมหยุดพักและซ่อมแซมมันเสียบ้าง ต่อให้มีระบบประมวลผลที่ดีที่สุดในโลก มันก็พังอยู่ดีนะริน" หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วผ่านกระแสเลือด ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาซึมซับเข้าสู่ความอ้างว้างในใจทีละน้อย ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความกดดันจากครอบครัว ความคาดหวังจากสังคม และความโดดเดี่ยวที่เธอแบกรับไว้คนเดียว ถูกทลายลงด้วยประโยคเรียบง่ายประโยคเดียวของเขา "คุณ... กำลังปลอบใจฉันอยู่หรือคะ ธันวา" รินรดาถามเสียงสั่น พยายามกลั้นหยาดน้ำใสไม่ให้ไหลร่วงลงมา "ฉันแค่พูดความจริงจากข้อมูลที่วิเคราะห์ได้" ธันวายิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่เธอเคยรู้จักเขามา "และข้อมูลชิ้นสำคัญที่สุดในตอนนี้บอกว่า... ผู้หญิงเก่งคนนี้ กำลังต้องการใครสักคนกอดไว้ เพื่อชาร์จแบตเตอรี่หัวใจ" รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากอิ่มจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากการฝืนทำเพื่อความสมบูรณ์แบบ แต่มันมาจากความรู้สึกโล่งใจที่แท้จริง เธอพยักหน้ารับเบาๆ ยอมปล่อยให้กำแพงน้ำแข็งที่สร้างขึ้นมาตลอดชีวิตพังทลายลงในอ้อมแขนของชายหนุ่ม ทว่า... ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงาน หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างกะทันหัน! หน้าจอสีดำสนิทปรากฏตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงขึ้นทีละบรรทัด พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่รินรดาไม่ได้เป็นคนตั้งค่าขึ้นมา... *[WARNING: External Root Access Granted]* *[System Override Protocol Initiated]* *[Hello... รินรดา ฉันกลับมาทวงของของฉันคืนแล้ว]* รินรดาร่างแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นชื่อผู้ใช้งานที่ปรากฏขึ้นบนบรรทัดสุดท้ายของจอภาพ — ชื่อของบุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้วจากระบบเมื่อห้าปีก่อน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินรดาและธันวาในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับแก้ไขบั๊กหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%