อัลกอริทึมรักฉบับแก้ไขบั๊กหัวใจ•ตอนที่ 15

ร่องรอยในอดีต

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่กะพริบอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ทำให้รินรดารู้สึกตื่นตระหนกเท่ากับเงาสะท้อนของตัวเธอเองบนกระจกโต๊ะทำงาน *`[ SYSTEM ALERT: ตรวจพบการเข้าถึงฐานข้อมูลลับส่วนกลางโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้นตอสัญญาณถูกส่งมาจาก... โต๊ะทำงานของรินรดาเอง ]`* ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงหยดน้ำหรี่แคบลง สมองส่วนตรรกะประมวลผลสถานการณ์ด้วยความเร็วสูงราวกับโปรเซสเซอร์ที่กำลังรันลูปคำสั่งอันซับซ้อน ไม่มีทางที่รหัสผ่านระดับ Root Access ของเธอจะรั่วไหล หากไม่ใช่เพราะมีใครบางคนจงใจใช้พอร์ตเชื่อมต่อสำรองที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานโต๊ะ... หรืออีกนัยหนึ่ง ใครคนนั้นกำลังวางแผน "ยืมมือ" เธอเป็นแพะรับบาปในคดีเจาะระบบโครงการระดับชาติ "เล่นสกปรกแบบนี้... ดูถูกกันเกินไปหน่อยแล้วมั้ยคะ อลิสา" รินรดากระซิบกับความว่างเปล่า มุมปากหยักยิ้มเยือกเย็น มือเรียวว่องไวพิมพ์คำสั่งลงบนแป้นพิมพ์เพื่อตรึงร่องรอยดิจิทัล (Digital Footprint) ไม่ให้ต้นตอที่แท้จริงถูกลบหายไป ทว่าก่อนที่กระบวนการ Quarantine จะเสร็จสมบูรณ์ หน้าจอทั้งหมดกลับมืดดับลง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่หยุดยืนอยู่หลังฉากกั้นกระจก รินรดาไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเป็นใคร กลิ่นอายความเย็นชาที่เจือจางด้วยกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มแบบที่ธันวาโปรดปราน มักจะมาพร้อมกับความกดอากาศต่ำที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบงันลงถนัดตา ร่างสูงโปรดปรานในเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองหน้าจอที่ยังคงทิ้งร่องรอยความผิดปกติไว้ ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับเธอ นัยน์ตาของนักวิเคราะห์ข้อมูลผู้เชื่อมั่นในตัวเลขไม่หลงเหลือความลังเลใจแม้แต่น้อย "คุณกำลังทำอะไร รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม เรียบเรื่อยจนน่าหมั่นไส้ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่บีบให้คนฟังต้องอธิบาย "ถ้าดิฉันบอกว่ากำลังกู้คืนระบบจากความพยายาม 'จัดฉาก' ของคนอื่น คุณจะเชื่อตรรกะของฉัน หรือจะเชื่อหลักฐานปลอมๆ ที่ระบบฟ้องอยู่ตรงหน้าล่ะคะคุณธันวา" รินรดาลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า ความสูงที่ต่างกันไม่ทำให้เธอรู้สึกด้อยกว่าแม้แต่น้อย เธอยืดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงออกถึงความบริสุทธิ์ใจ แม้ในใจจะรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้เพลี่ยงพล้ำแค่ไหน ธันวาไม่ตอบทันที เขาย่อตัวลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนคีย์บอร์ดของเธออย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกวาดมองโค้ดบรรทัดสุดท้ายที่รินรดาเพิ่งรันค้างไว้ แววตาที่เคยราบเรียบไหววูบไปชั่วขณะราวกับอัลกอริทึมที่ตรวจพบบั๊กที่ไม่คาดคิด "คุณกำลังพยายามปิดบังร่องรอยการเข้าถึงพอร์ตฮาร์ดแวร์ภายนอก... ซึ่งถ้ามองจากมุมของ Data Scientist ทั่วไป มันคือพฤติกรรมของคนที่กำลังทำลายหลักฐาน" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเขา "แต่คุณเลือกที่จะเก็บ Log ไฟล์ดิบเอาไว้ในโฟลว์สำรอง... โง่เง่า หรือมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเองเกินไปกันแน่" "ดิฉันไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมก้มหัวให้ข้อกล่าวหาที่ตัวเองไม่ได้ทำค่ะ" รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความโกรธระคนน้อยใจแล่นริ้วขึ้นมาในอก "ถ้าคุณมาเพื่อจะกล่าวหาฉันเหมือนคนอื่นๆ ก็เชิญเชิญกลับไปทำงานของคุณเถอะค่ะ ดิฉันจัดการเองได้" บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดเสียจนแทบจะตัดขาดได้ด้วยมีด ธันวายังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ชายหนุ่มผู้ซึ่งเชื่อมั่นในตัวเลข เมตริกซ์ และความน่าจะเป็นทางสถิติมาตลอดชีวิต ไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมมนุษย์ถึงยังคงดิ้นรนด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ไร้เหตุผลเช่นนี้ จนกระทั่งเขาได้เห็นดวงตาคู่ที่กำลังสั่นระริกด้วยความทิฐิของหญิงสาวตรงหน้า รินรดาเบือนหน้าหนี ซ่อนหยดน้ำตาแห่งความคับ ⁇ ะใจที่เอ่อคลอหน่วย ทว่าจังหวะนั้นเองมือหนาก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้ แรงบิดเบาๆ แต่หนักแน่นหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดของเธอไว้ "ปล่อยค่ะ!" เธอสะบัดเบาๆ แต่เขาไม่ยอมปล่อย "ผมไม่ได้มาเพื่อกล่าวหาคุณ" เสียงของธันวาอ่อนลงเล็กน้อยอย่างหาได้ยากยิ่ง น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำและจริงจังจนทำให้หัวใจที่กำลังเต้นรัวของรินรดากระตุกวูบ "แต่ผมมาเพราะ... ผมเลือกที่จะเชื่อตัวเลขที่ไม่เคยโกหกใคร" รินรดาชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เข้าใจ "ตัวเลขอะไรของคุณคะ?" ธันวากดคีย์บอร์ดไม่กี่ครั้ง หน้าจอโฮโลแกรมที่เคยเป็นสีแดงฉานพลันเปลี่ยนเป็นสีฟ้าคราม ข้อมูลชุดหนึ่งถูกดึงขึ้นมาแสดงผล มันไม่ใช่โค้ดเจาะระบบ แต่เป็นกราฟสถิติการใช้งานระบบย้อนหลังสามเดือน "คุณคิดว่าทำไมผมถึงเป็น Data Scientist ที่ยึดติดกับตัวเลขนักล่ะ รินรดา" ธันวาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร "มนุษย์เรามักจะโกหก โ기도ร ประดิษฐ์คำพูดสวยหรู หรือแม้แต่สร้างหลักฐานเท็จเพื่อโยนความผิดให้คนอื่นได้เสมอ อลิสาอาจจะฉลาดในการซ่อนร่องรอยการแฮก แต่เธอมักจะลืมคำนวณสิ่งหนึ่ง... นั่นคือ 'ความถี่ในการพิมพ์' และ 'จังหวะเวลา'" รินรดากลั้นหายใจ ก้มมองกราฟบนหน้าจอที่แสดงพฤติกรรมการพิมพ์ของยูสเซอร์ในระบบ เส้นกราฟสีเขียวและสีแดงซ้อนทับกันอย่างแม่นยำ "รหัสผ่านระดับ Root Access ถูกใช้งานเมื่อเวลา 02:14 น. ซึ่งเป็นเวลาที่คุณกำลังประชุมออนไลน์กับทีมต่างประเทศในห้องกระจกฝั่งโน้น" ธันวายื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม "และถ้าดูจากความเร็วในการเคาะแป้นพิมพ์ ชุดคำสั่งนี้ถูกป้อนจากคีย์บอร์ดไร้สายรุ่นเก่าที่มีอัตราการตอบสนองช้ากว่าคีย์บอร์ดกลไกที่คุณใช้ถึง 0.04 วินาที... ตัวเลขเหล่านี้บอกชัดเจนว่าคุณไม่ได้อยู่ที่นี่ตอนที่มันเกิดขึ้น" คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ถูกเรียบเรียงอย่างแม่นยำราวนาฬิกาจักรกลทำให้รินรดาพูดไม่ออก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอกอย่างประหลาด ไม่ใช่แค่เพราะเธอพ้นมลทินจากข้อกล่าวหา แต่เป็นเพราะผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาไร้หัวใจคนนี้... ใช้เวลามานั่งตรวจสอบข้อมูลทุกเมตริกซ์เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้เธอ "ทำไม... คุณต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยคะ" รินรดาถามเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสับสนระคนซาบซึ้งที่ก่อตัวขึ้นในใจ "เพราะสำหรับผม ตัวเลขคือความจริง" ธันวาเว้นจังหวะไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "และในบรรดาสถิติและความน่าจะเป็นนับล้านบนโลกนี้... มีเพียงตัวเลขเดียวที่ผมไม่อาจคำนวณความเสี่ยงได้เลย" "ตัว... ตัวอะไรคะ?" ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยคำตอบ เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางที่ควรจะสงบไปแล้ว กลับดังขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงกริ่งเตือนภัยสีเหลืองกระพริบถี่ๆ *`[ SYSTEM WARNING: ตรวจพบการเข้าถึงฉุกเฉินจาก IP Address ภายนอก... กำลังดาวน์โหลดไฟล์โปรเจกต์ลับ 'Project Genesis' ทั้งหมด... ปลายทางข้อมูลถูกส่งตรงไปยังเครื่องส่วนตัวของ... ผู้อำนวยการบริษัท ]`* ทั้งสองคนผละออกจากกันทันที รินรดารีบหันกลับไปมองหน้าจอ ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจ ผู้อำนวยการคือผู้มีอำนาจสูงสุดในบริษัท... และนั่นหมายความว่า การแฮกครั้งนี้ไม่ได้มาจากฝีมือของอลิสาผู้เป็นคู่แข่งระดับเดียวกัน แต่มี "ปลาตัวใหญ่" กว่านั้นชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ธันวากดปุ่มลัดเพื่อตัดการเชื่อมต่อเครือข่ายทั้งหมดในห้องทันที หน้าจอดับวูบลง เหลือเพียงความมืดสลัวและเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของคนทั้งสองในพื้นที่ปิดทึบ "ดูเหมือนว่าเรากำลังเล่นเกมที่ใหญ่กว่าที่เราคิดไว้เยอะนะ รินรดา" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าในความมืดนั้น มือหนากลับเอื้อมมาสัมผัสปลายนิ้วของเธอเบาๆ ราวกับจะส่งผ่านความมั่นคงให้ ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากถามอะไร ประตูห้องทำงานของเธอก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง แสงไฟนีออนสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาเผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดกำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบ... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านบรรทัดแห่งรหัสรักและปมปริศนาไปกับน้ำผึ้งหยดแรกนะคะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับแก้ไขบั๊กหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%