กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคละคลุ้งอวลอยู่ในโพรงจมูก ความเจ็บปวดร้าวรานราวกับกระดูกทุกชิ้นในร่างถูกบดขยี้ด้วยค้อนทัณฑ์สวรรค์ ไม่ใช่ความฝัน… นี่คือความจริงอันโหดร้ายของ “ความตาย” ที่เพิ่งผ่านพ้น หรือบางที… อาจเป็น “การเริ่มต้น” ที่บิดเบี้ยวเสียยิ่งกว่า
“ศิษย์พี่รอง… ข้าว่ามันคงไม่รอดแล้วกระมั้ง? สภาพปางตายเช่นนี้ ต่อให้เป็นโอสถเซียนระดับเก้าก็คงช่วยดึงวิญญาณกลับมาจากประตูนรกไม่ได้หรอก”
เสียงเย้ยหยันแหบพร่าลอยกระทบโสตประสาท
ไป๋จินเฉินยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้นดินโคลนที่ชื้นแฉะ ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ทว่าประสาทสัมผัสกลับตื่นตัวถึงขีดสุด เขาไม่อาจสัมผัสได้ถึงพลังปราณอันบริสุทธิ์ที่เคยหล่อเลี้ยงร่างกายระดับมหาเทพ หากแต่มีเพียงความว่างเปล่าอันเย็นเยียบและเส้นชีพจรลมปราณที่ถูกตัดขาดสะบั้นราวกับใยแมงมุมผุพัง
นี่คือร่างของ “ไป๋จินเฉิน” แห่งสำนักกระบี่เมฆา… ศิษย์สายในผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น “ขยะไร้ค่า” ผู้ไร้ซึ่งพรสวรรค์ จนกระทั่งถูกขับไล่ออกจากสำนักอย่างไร้เยื่อใย และถูกรุมทำร้ายจนปางตายโดยฝีมือของศิษย์ร่วมสำนักก่อนที่จะถูกโยนทิ้งลงมาในหุบเหวอเวจีแห่งนี้
มุมปากของร่างที่นอนไร้เรี่ยวแรงกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อฟ้าดิน
*น่าขันสิ้นดี… ข้า—ไป๋จินเฉิน ผู้นำพาแดนบูรพาผ่านพ้นมหันตภัยบรรพกาล ผู้บรรลุวิถีกระบี่ไร้พ่ายจนแม้แต่เงาของดาราจักรยังต้องสั่นสะท้อน กลับต้องมาสิ้นชื่อในร่างของสวะผู้หนึ่ง… และยังต้องมาจุติใหม่ในร่างเดิมที่ถูกทำลายจนย่อยยับเช่นนี้หรือ?*
“เฮอะ สมน้ำหน้ามันนัก บังอาจอาจเอื้อมหมายปองศิษย์น้องมู่หร่านชิง นางเซียนผู้สูงส่งปานเทพธิดาบนเก้าอี้หยก เช่นมันสมควรเป็นได้แค่ปุ๋ยใต้ต้นหญ้าเท่านั้นแหละ!” เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับแรงถีบที่กระแทกเข้าบริเวณซี่โครงของเขาอย่างจัง
*ปั่ก!*
ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่ไม่มีเสียงร้องเล็ดลอดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ไป๋จินเฉินลืมตาขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้นเอง
ดวงตาคู่นั้น… ไม่ใช่ดวงตาของคนใกล้ตาย ไม่ใช่ดวงตาของเด็กหนุ่มผู้อ่อนแอหวาดกลัว แต่มันคือดวงตาของ “มหาเทพ” ผู้ผ่านการฆ่าฟันมานับหมื่นปี ดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำดั่งห้วงอเวจี ฉายประกายความเยือกเย็น คมกริบ และทรงอำนาจจนน่าสะพรึงกลัว ราวกับคมกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝักในคืนเดือนมืด
ศิษย์สำนักกระบี่เมฆาทั้งสองคนที่กำลังยืนค้ำหัวอยู่ชะงักง้าง รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างในทันที เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาคู่นั้น หัวใจของพวกมันพลันกระตุกวูบ ความหวาดกลัวอันไร้ที่มาพุ่งพล่านขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ราวกับพวกมันไม่ได้กำลังมองดูคนใกล้ตาย หากแต่กำลังยืนอยู่เบื้องพญายมผู้ถือบัญชีความตาย
“วะ… แววตาบ้าอะไรของมัน…” ศิษย์คนแรกกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
“มัน… มันยังไม่ตายอีกหรือ?” อีกคนหน้าซีดเผือด
ไป๋จินเฉินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาที่ตื่นตระหนกของคนทั้งสอง แม้สภาพร่างกายจะเต็มไปด้วยรอยแผลและโลหิตโชกชะทา แต่ท่วงท่าการเคลื่อนไหวกลับสง่างามและเย่อหยิ่งทระนง ราวกับราชันย์ผู้กำลังก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่เพิ่งถูกซ้อมปางตาย
เขากวาดสายตามองไปรอบตัว ความทรงจำนับอนันต์หลั่งไหลเข้าสู่สมองราวกับกระแสน้ำเชี่ยว—เคล็ดวิชากระบี่เก้าสวรรค์, คัมภีร์กลืนดารา, ค่ายกลสะท้านภพ… สรรพความรู้ระดับมหาเทพที่ถูกผนึกไว้ในจิตวิญญาณกำลังตื่นขึ้นทีละส่วน
“พวกเจ้า…”
เสียงของไป๋จินเฉินแหบพร่า ทว่ากลับกังวานลึกและทรงพลังจนแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนเล็กน้อย เป็นพลังจิตกดดันที่แผ่ออกมาโดยสัญชาตญาณของมหาเทพ
“บังอาจ… นักหนา”
สิ้นคำพูดนั้น อากาศรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นจัด รัศมีกระบี่ที่มองไม่เห็นพุ่งทะยานออกจากร่างของไป๋จินเฉินราวกับพายุหมุน แม้เขาจะยังไม่มีพลังปราณหล่อเลี้ยงในยามนี้ แต่จิตวิญญาณและเจตจำนองแห่งกระบี่ของเขานั้นอยู่เหนือฟ้าดินไปนานแล้ว!
*ฉับพลัน!*
รังสีฆ่าฟันพุ่งทะลวงผ่านร่างของศิษย์ทั้งสองคนไปราวสายฟ้าแลบ เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกจากลำคอของพวกมันโดยที่พวกมันยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องด้วยซ้ำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนที่ร่างทั้งสองจะล้มฟุบลงไปกองกับพื้น แน่นิ่งสนิทอย่างไร้ลมหายใจ
ไป๋จินเฉินก้มลงมองมือคู่ที่สั่นเทาเล็กน้อยของร่างนี้ เขาพ่นลมหายใจยาวเหยียดออกมาคราหนึ่ง
“ร่างกายนี้ช่างอ่อนแอเสียจริง… แต่ก็ช่างประเสริฐนัก ที่ทำให้ข้าได้มีโอกาส ‘เริ่มต้นใหม่’ อีกครา”
เขายืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางหุบเหวอันมืดมิด เงาร่างของเขาถูกทาบทับด้วยแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากรอยแยกของหน้าผา เบื้องบนคือสำนักกระบี่เมฆาที่ขับไล่เขา เบื้องล่างคือเส้นทางแห่งการล้างผลาญที่รอการสะสาง
ทว่า ในขณะที่ไป๋จินเฉินกำลังจะก้าวเท้าเดินขึ้นไปจากหุบเหวแห่งนั้น สายลมรอบตัวก็พลันหยุดนิ่งสนิท มิติเบื้องหน้าบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่นราวกับผืนน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป
กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ลอยละล่องมาแตะจมูก กลิ่นอายอันสูงส่ง เย็นชา และคุ้นเคยยิ่งกว่าสิ่งใดแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ
เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่าอย่างเชื่องช้า นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดึงดูดสายตา เส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวยาวถึงสะโพก ใบหน้างดงามราวกับงานประติมากรรมของเซียนสวรรค์ ทว่าเรียบเฉย เย็นชา และไร้ซึ่งความรู้สึกต่อสรรพสิ่งในหล้า…
มู่หร่านชิง นางเซียนผู้เป็นดั่งบรรพชนและผู้นำแห่งแดนบูรพา ผู้ที่ผู้คนต่างก้มหัวให้ด้วยความยำเกรง นางมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ได้อย่างไร?
ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาและไม่เคยชายตามองผู้ใด กลับสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อทอดสายมามองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า นางก้าวเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตา ก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าไป๋จินเฉินด้วยระยะห่างเพียงแค่เอื้อมมือ
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีรอยยิ้ม… มีเพียงหยาดน้ำใสๆ ที่เอ่อคลอขึ้นบริเวณหางตาของหญิงสาวผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้แก่ผู้ใดในรอบพันปี
“ท่าน… กลับมาแล้วจริงๆ หรือ?”
เสียงของมู่หร่านชิงสั่นเครือเล็กน้อย นางเอื้อมมืออันเรียวงามออกไปหมายจะสัมผัสใบหน้าของเขา ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝันที่ตื่นมาแล้วจะสลายหายไป
ไป๋จินเฉินมองหน้านาง นัยน์ตาสีดำสนิททอประกายความอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มบางเบาอย่างเป็นเอกลักษณ์ของเขา
“ข้าบอกเจ้าแล้วอย่างไรเล่า… ต่อให้ข้าต้องตายลงสักกี่ครั้ง ข้าก็ไม่มีวันปล่อยให้เจ้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในภพภูมิอันหนาวเหน็บนี้ผู้เดียวเด็ดขาด มู่หร่านชิง”
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวของนางกำลังจะแตะโดนใบหน้าของเขา พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็เกิดการสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องราวกับอสุปาบาทาดังกัมปนาทมาจากท้องน้ายามราตรี ท้องฟ้าที่เคยกระจ่างใสกลับถูกย้อมด้วยสีเลือดฉานในพริบตา!
พร้อมกันนั้น ร่างของเงาลึกลับนับร้อยสายก็ปรากฏขึ้นรายล้อมหุบเหวแห่งนี้ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องไปทั่วสารทิศ
“ฮ่าๆๆๆ! ไม่นึกเลยว่ามหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ จะมาจุติใหม่ในร่างของสวะใกล้ตาย… วันนี้แหละคือวันดับสูญที่แท้จริงของพวกเจ้าทั้งคู่!”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 1
การตื่นขึ้นของดวงวิญญาณบรรพกาล
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!