ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 4

พบพานนางเซียนผู้เย็นชา

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายอัสนีบาตที่ยังคงหลงเหลืออยู่กลางป่าไผ่อัสดง เป็นประจักษ์พยานชัดเจนว่าเพิ่งมีเหตุการณ์สะท้านฟ้าสะเทือนดินอุบัติขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ไป๋จินเฉินหยุดฝีเท้าลง ดวงตาคมกราบดุจคมกระบี่กวาดมองซากความพินาศรอบกาย ต้นไผ่พันปีนับร้อยต้นถูกสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์แผดเผาจนกลายเป็นเถ้าธุลี พื้นดินเบื้องลึกแตกแยกเป็นรอยแยกมิติที่ยังคงมีละอองพลังปราณสีม่วงครามพวยพุ่งราวกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายของมังกรบาดเจ็บ ทว่า สิ่งที่ดึงดูดสายตาของมหาเทพกระบี่ผู้กลับชาติมาเกิดมิใช่ร่องรอยการทำลายล้างเหล่านี้ หากแต่เป็นร่างระหงที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า เงาร่างนั้นอาบย้อมไปด้วยโลหิตสีชาด อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนคราบเขม่าควัน มู่หร่านชิง นางเซียนผู้สง่างามและเย็นชาแห่งแดนบูรพา ผู้ซึ่งใครต่อใครต่างหวาดหวั่นและก้มหัวให้ บัดนี้กลับกำลังพิงกายเข้ากับโขดหินใหญ่ ลมหายใจแผ่วเบาราวกับผีเสื้อใกล้หมดอายุขัย ทว่า สันหลังของนางยังคงเหยียดตรงอย่างอีโก้และศักดิ์ศรีที่ไม่อาจก้มหัวให้แม้แต่เงาของสวรรค์ "หลีกไป..." เสียงหวานกังวานที่เคยเยือกเย็นและทรงอำนาจ บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย แต่นางยังคงฝืนตวัดสายตาคมปลาบขึ้นมามองผู้มาใหม่ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความระแวดระวังและพยศ แม้ในยามที่ร่างกายใกล้แตกสลาย มู่หร่านชิงไม่เคยคิดจะร้องขอความเมตตาจากผู้ใด ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงมนุษย์ผู้หนึ่งที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ไป๋จินเฉินไม่กล่าวสิ่งใด เขาเพียงแค่ปรายตามองบาดแผลฉกรรจ์บนหัวไหล่ของนาง ซึ่งเกิดจาก ‘สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้า’ บทลงทัณฑ์ที่ผู้บำเพ็ญเพียรฝืนลิขิตฟ้าเท่านั้นจะต้องเผชิญ บาดแผลนั้นลึกถึงกระดูก ปราณอัสนีสีดำยังคงกัดกินเส้นชีพจรและทะเลปราณของนางอย่างต่อเนื่อง หากปล่อยไว้ไม่เกินหนึ่งเค่อ (สิบห้านาที) ทะเลปราณของนางเซียนผู้นี้คงแตกสลายและดับสูญไปตลอดกาล "เจ้ากล้าดียังไงมาสั่งข้า" ไป๋จินเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้อากาศรอบกายแทบหยุดนิ่ง เขาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างมั่นคง ฝีเท้าของเขาเบาราวกับสายลม แต่มันกลับดังก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของมู่หร่านชิง นางพยายามรวบรวมพลังปราณที่เหลืออยู่เพื่อเรียกกระบี่ประจำกาย ทว่าปลายนิ้วเรียวยาวกลับสั่นเทาจนไม่สามารถควบคุมแก่นแท้พลังได้ "อย่าเข้ามา... ข้าเตือนเจ้าแล้ว..." มู่หร่านชิงกัดริมฝีปากจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของโลหิตกระจายทั่วช่องปาก นางเกลียดความอ่อนแอของตนเองในยามนี้ยิ่งกว่าความตาย "หากข้าจะฆ่าเจ้า เจ้าคงกลายเป็นธุลีไปตั้งแต่ก้าวแรกที่ข้าเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตนี้แล้ว แม่นางมู่" ไป๋จินเฉินหยุดยืนตรงหน้านาง ร่างสูงโปรดทอดมองลงมาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความเย้ยหยันในโชคชะตา และความรู้สึกบางเบาราวกับสายใยที่เชื่อมโยงข้ามภพชาติ เขาไม่ได้รอให้อนุญาต นั่งลงชันเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นดินที่เปื้อนโคลนและคราบเลือด ฝ่ามือหนายื่นออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกที่แปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดของมู่หร่านชิง "เจ้าจะทำอะ-- อร๊าก...!" มู่หร่านชิงส่งเสียงอุทานด้วยความเจ็บปวดล้ำลึก เมื่อปลายนิ้วของไป๋จินเฉินแตะลงที่จุดชีพจรสำคัญบริเวณหัวไหล่และแผ่นหลังของนาง พลังปราณโบราณอันบริสุทธิ์และทรงพลังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ทะลักผ่านปลายนิ้วของเขาเข้าสู่ร่างกายของนางทันที ปราณครามบริสุทธิ์นี้เปรียบเสมือนกระแสธารแห่งชีวิตที่เข้ามาชำระล้างและกดขี่ปราณอัสนีสีดำที่กำลังกัดกินร่างของนางให้อ่อนแรงลง นี่ไม่ใช่การรักษาธรรมดา... แต่มันคือการ ‘ฝืนเปลี่ยนวิถี’ โคจรลมปราณระดับมหาเทพ! เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นบนหน้าผากเนียนของมู่หร่านชิง ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดจากการที่ปราณแปลกปลอมเข้ามาจัดระเบียบเส้นชีพจรใหม่นั้นรุนแรงเสียยิ่งกว่าสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ แต่น่าแปลกที่ในความเจ็บปวดนั้น นางกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นอันแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านจากฝ่ามือของชายหนุ่มเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เข้าใจ แววตาเย็นชาคู่นั้นสั่นระริกเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี "ทำไม..." เสียงของมู่หร่านชิงแทบกระซิบ นางไม่เข้าใจเหตุผลของบุรุษผู้นี้ เหตุใดเขาจึงยอมเสี่ยงใช้พลังปราณต้นกำเนิดของตนเองเพื่อขับพิษอัสนีสวรรค์แทนคนแปลกหน้า เหตุใดแววตาคู่นั้นจึงมองนางราวกับพวกเขารู้จักกันมานานแสนนาน ชาติภพแล้วชาติเล่า ไป๋จินเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนตามแบบฉบับของมหาเทพกระบี่ เขาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่สะท้านไปถึงก้นบึ้งหัวใจ "บนโลกหล้า ผู้ใดจะกล้ารังแกสตรีของ... อ้อ ไม่สิ ผู้ใดจะกล้าแย่งชิงเหยื่อที่ข้าหมายตาไว้กันเล่า?" คำพูดนั้นหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แต่มันกลับสร้างแรงกระแทกอันรุนแรงยิ่งกว่าคลื่นปราณในจิตใจของนางเซียนผู้เยือกเย็น มู่หร่านชิงเบิกตากว้าง หัวใจที่เต้นแผ่วเบาพลันกระหน่ำรัวราวกองศึก ก่อนที่นางจะได้เอặnวาจาใดโต้แย้ง ไป๋จินเฉินกลับขมวดคิ้วมุ่นอย่างกะทันหัน สัมผัสรับรู้ทางจิตวิญญาณของเขาเตือนภัยถึงบางสิ่งที่กำลังพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูง *ฟิ้ว! ฉัวะ!* ลูกศรโลหิตเคลือบอักขระเวทมารพุ่งแหวกความมืดมิดของป่าไผ่ตรงมายังจุดที่พวกเขานั่งอยู่ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น รวดเร็วและเหี้ยมเกรียมจนแทบตั้งตัวไม่ติด! ไป๋จินเฉินแค่นเสียงฮึในลำคอ มืออีกข้างตวัดวาดกลางอากาศอย่างไร้ร่องรอย ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานออกไปปะทะกับลูกศรโลหิตกลางอากาศจนระเบิดเป็นประกายไฟสีเขียวหม่นกระจายทั่วท้องฟ้า ทว่า เมื่อกลุ่มควันจางลง เงาร่างนับสิบในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากอสูรโลหิต ก็ปรากฏตัวขึ้นรายล้อมรอบวงล้อมป่าไผ่แห่งนี้ไว้ทุกด้าน กลิ่นอายพลังระดับแดนเบิกนภาแผ่ซ่ายกดดันลงมาอย่างหนักหน่วง ผู้นำกลุ่มสวมหน้ากากอสูรหัวเราะเสียงแหบพร่า ฟังดูน่าขนพองสยองเกล้า ดวงตาสดใสภายใต้หน้ากากจ้องมองมายังมู่หร่านชิงด้วยความโลภโมโทสัน "ฮ่าๆๆ สมคำร่ำลือ... นางเซียนมู่หร่านชิงบาดเจ็บสาหัสจากทัณฑ์สวรรค์จริงๆ ด้วย วันนี้ศิษย์สายตรงแห่งสำนักกระบี่บูรพาคงต้องดับสูญ ณ ที่แห่งนี้แล้ว!" ไป๋จินเฉินค่อยๆ พยุงร่างของมู่หร่านชิงให้ลุกขึ้นยืนพิงแผ่นหลังของเขาอย่างมั่นคง เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นและสง่างามราวกับพญาอินทรีที่มองฝูงมดปลวก ดาบไม้ไผ่ธรรมดาๆ ที่เขาหยิบฉวยมาจากพื้นถูกชักออกจากฝักช้าๆ ทว่าทันทีที่คมดาบสัมผัสกับอากาศภายนอก... *เปรี้ยง!* ท้องฟ้าที่สงบลงแล้วกลับคำรามลั่นด้วยสายฟ้าสีครามเข้มอีกครั้ง แรงกดดันระดับมหาเทพกระบี่ทะยานทะลวงฟ้าดินจนเหล่ามือสังหารหน้ากากอสูรถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโต ไป๋จินเฉินเหลือบสายตากลับมามองหญิงสาวด้านหลัง เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแตบทรงพลังสะเทือนเลื่อนลั่น "ยืนดูให้ดี... ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่า วิถีกระบี่ที่แท้จริงเขาฟาดฟันกันอย่างไร" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%