ขอให้รักนี้เหลือเพียงธุลีดิน•ตอนที่ 2

รอยร้าวที่ไม่มีวันประสาน

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
"ริน... นี่คือสิ่งที่เธอต้องการจะบอกผมใช่ไหม?" เสียงทุ้มต่ำของศิลาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานหรูหรา เขาไม่ได้ตะคอก แต่สุ้มเสียงที่เรียบเฉยนั้นกลับกรีดลึกยิ่งกว่าคมมีด กระดาษแผ่นนั้นสั่นไหวอยู่ในมือหนาที่กำจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาจ้องเขม็งไปที่รินรดา ซึ่งกำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอไม่คิดว่าความประมาทเพียงเสี้ยววินาทีจะกลายเป็นการทำลายกำแพงที่เธอสร้างมาตลอดห้าปี หัวใจของเธอเต้นรัวดุจกลองรบ แต่แววตาของหญิงสาวกลับฉายความเด็ดเดี่ยวเกินกว่าที่ชายตรงหน้าจะคาดถึง "คุณจะถามเพื่ออะไร ในเมื่อหลักฐานมันวางอยู่ตรงนั้นแล้ว ศิลา" เธอตอบเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "มันเป็นผลการตรวจที่ถูกต้องตามกฎหมาย และผม... ก็ไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธความจริงข้อนี้ได้" ศิลานิ่งงัน ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังใจเขามาตลอดเริ่มร้าวราน เขาเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยา แววตาที่เคยหมางเมินกลับมีความสับสนวูบไหว "ห้าปี... เธอหายไปพร้อมกับชีวิตของลูก แล้วกลับมาวันนี้เพื่อโยนกระดาษแผ่นนี้ใส่หน้าผมงั้นหรือ? ริน... เธอคิดว่าเงินทองหรือคำขอโทษจะชดเชยเวลาที่ผมขาดหายไปได้หรือไง" "เวลาที่ขาดหายไปงั้นหรือ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยหยาดน้ำใส "คุณต่างหากที่ทิ้งเราไปตั้งแต่วันที่คุณเลือกเซ็นใบหย่านั่น คุณเลือกความทะเยอทะยานและทิฐิของคุณเหนือครอบครัว วันนี้ที่ผมเห็นหน้าเขา คุณอย่าได้หวังจะใช้คำว่าพ่อมาอ้างสิทธิ์เหนือน้ำตาที่ฉันเสียไปตลอดห้าปีเลย" ศิลาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศทำให้บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด "ผมคือพ่อของเขา รินรดา!" เขากระซิบชิดใบหู เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่ง "ไม่ว่าคุณจะเกลียดผมแค่ไหน แต่สายเลือดของวีรภัทรโสภณไม่มีวันกลายเป็นอื่นไปได้" รินรดาเงยหน้าสบตากับเขา แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย "สายเลือด... มันอาจจะสำคัญสำหรับคุณ แต่มันไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับลูกที่โตมาโดยไม่เคยรู้จักคำว่าพ่อ ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ต้นข้าวไม่เคยมีใครนอกจากฉัน เขาโตมาด้วยความรักที่ฉันทุ่มเทให้จนล้นหัวใจ แต่เขากลับไม่มีความทรงจำถึงคุณเลยแม้แต่นาทีเดียว คุณจะให้ฉันบอกเขาว่าอย่างไร? ว่าคนที่ทิ้งเราไปคือคนที่ควรค่าแก่การกราบไหว้หรือ?" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนแส้ที่ฟาดลงบนหน้าของศิลา เขาชะงักไป ความรู้สึกผิดที่เขาพยายามกดทับไว้เริ่มพังทลายลง แต่นิสัยเผด็จการที่ฝังรากลึกทำให้เขายังคงไม่ยอมจำนน "ผมจะชดเชยให้ ผมมีทุกอย่างที่จะทำให้เขามีชีวิตที่ดีกว่าที่เธอให้ได้..." "ชีวิตที่ดีเหรอ?" รินรดายิ้มเยาะ มือบางผลักอกกว้างของเขาออกอย่างเต็มแรง "คุณมีเงิน มีอำนาจ แต่คุณไม่มีหัวใจ คุณไม่มีแม้กระทั่งความกล้าที่จะยอมรับว่าคุณพลาดไปแล้ว... ฉันกับลูก เราไม่ได้ต้องการเงินของคุณ และเราก็ไม่ใช่สมบัติที่คุณจะมาทวงคืนตามอำเภอใจได้อีกต่อไป" หญิงสาวคว้ากระเป๋าถือของเธอ เตรียมจะหมุนตัวเดินจากไป แต่ศิลาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น "ถ้าเธอเดินออกไปจากห้องนี้ รินรดา... ผมจะถือว่าเราสองคนจบกันจริงๆ และต่อจากนี้ ผมจะไม่ปราณีใครหน้าไหนทั้งนั้น" รินรดาหยุดกึก เธอไม่หันกลับไปมองแผ่นหลังที่กำลังสั่นไหวด้วยอารมณ์ของเขา เธอเพียงแค่ดึงมือออกอย่างเย็นชา "ฉันตายไปจากชีวิตคุณตั้งแต่วันที่เราหย่ากันแล้วศิลา สิ่งที่เห็นอยู่นี้เป็นเพียงธุลีดินที่กำลังจะถูกสายลมพัดให้หายไป... จากนี้ไป เราต่างคนต่างอยู่ และอย่าได้พยายามขวางทางชีวิตของต้นข้าวอีกเลย" ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะถูกผลักออกเบาๆ เด็กชายตัวน้อยในชุดเสื้อยืดสีฟ้าสดใสที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับศิลาแทบจะถอดแบบออกมา กำลังยืนกุมมือตุ๊กตาตัวโปรดอยู่ตรงหน้าประตู "คุณแม่ครับ... ต้นข้าวหิวแล้ว เราไปทานข้าวกันได้หรือยังครับ?" บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัว ศิลาถึงกับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อสบตากับดวงตาใสซื่อของเด็กชายที่มองมาที่เขาด้วยความสงสัย รินรดาหน้าซีดเผือด เธอรีบเดินไปคว้ามือลูกชายไว้แน่นก่อนจะดึงตัวเขาหันหลังกลับ ทว่า ในวินาทีที่ศิลากำลังจะเอ่ยปากเรียกลูกชาย สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศิลาก็ดังขึ้นพร้อมข้อความแจ้งเตือนด่วนจากเลขาส่วนตัวที่ส่งรูปภาพชายปริศนาท่าทางน่าสงสัย กำลังยืนดักรอรินรดาอยู่ที่หน้าอาคารสำนักงาน พร้อมกับรถตู้สีดำคันหนึ่งที่จอดรออยู่อย่างมีเลศนัย ศิลาอ่านข้อความนั้นด้วยใจที่หล่นวูบ ในขณะที่เขากำลังจะตะโกนเตือน แต่รินรดาและต้นข้าวได้ก้าวออกไปพ้นประตูห้องและลับหายไปในความวุ่นวายของโถงทางเดินเสียแล้ว! ความตื่นเต้นและปมปริศนาในบทนี้กำลังจะนำพาทุกท่านไปสู่จุดเปลี่ยนที่ไม่มีใครคาดคิดครับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวของพวกเขาในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้รักนี้เหลือเพียงธุลีดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%