“เซ็นชื่อลงไปเสียทีศิลา... อย่าให้ความอดทนของผมหมดลงไปมากกว่านี้เลย”
รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกพยางค์ที่หลุดจากริมฝีปากกลับหนักแน่นดุจก้อนหินที่ทุบลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงในห้องทำงานกว้างขวางของคฤหาสน์วีรภัทรโสภณ เธอวางกระดาษแผ่นสีขาวสะอาดตาที่ดูแปลกแยกท่ามกลางกองเอกสารธุรกิจนับล้านลงตรงหน้าชายหนุ่ม ผู้ซึ่งกำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจ
ศิลาเงยหน้าขึ้นจากแล็ปท็อป ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขากวาดมองใบหน้าของภรรยาที่เคยอ่อนหวานและว่าง่าย หากแต่วันนี้กลับนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง เขาแค่นหัวเราะในลำคอพลางเลื่อนสายตาไปที่หัวกระดาษเอกสาร
“ใบหย่า?” ศิลาทวนคำ ราวกับมันเป็นเรื่องตลกที่น่ารำคาญที่สุดในรอบปี “นี่เธอเล่นเกมอะไรอีกริน? วันครบรอบแต่งงานที่ฉันยุ่งจนไม่มีเวลากินข้าว แทนที่จะเตรียมของขวัญหรือมื้อค่ำให้ฉัน แต่เธอเลือกจะเอาเศษกระดาษพวกนี้มาวางเพื่อเรียกร้องความสนใจงั้นหรือ?”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ความเจ็บปวดที่เคยสะสมดั่งธุลีดินที่ทับถมมานานปีไม่ได้หลั่งไหลออกมาเป็นหยาดน้ำตา หากแต่มันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่กัดกินถึงกระดูก เธอไม่เคยขอให้เขารัก ไม่เคยขอให้เขาจำวันครบรอบได้ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความหลุดพ้นจากกรงทองที่ขังเธอไว้ในฐานะ ‘ภรรยาที่ไร้ตัวตน’ มาตลอดห้าปี
“คุณเข้าใจผิดแล้วศิลา” เธอเอ่ยพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เย่อหยิ่งนั้น “ผมไม่ได้เรียกร้องความสนใจ ผมมาเพื่อปิดฉากสิ่งที่เหลือเพียงความว่างเปล่า... ความรักที่คุณไม่เคยมีให้ ผมเองก็เหนื่อยที่จะดึงดันเก็บรักษาซากปรักหักพังพวกนี้ไว้แล้ว”
“พูดให้ดีรินรดา!” ศิลาตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันจากรูปร่างสูงใหญ่ที่ดูคุกคามไม่ได้ทำให้เธอสะทกสะท้าน “เธอคิดว่าการแต่งงานกับคนอย่างฉันมันเป็นเรื่องเล่นๆ จะเดินเข้ามาก็ง่าย จะเดินออกไปก็ง่ายอย่างนั้นหรือ? เงินที่ฉันเปย์ให้เธอไปปีๆ หนึ่งมันมากพอที่จะซื้อเกียรติของเธอได้หลายเท่าตัว อย่าทำเป็นใสซื่อไปหน่อยเลย”
รินรดาเพียงแค่ยิ้ม—เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของศิลาเกิดอาการกระตุกวูบอย่างประหลาด มันไม่ใช่ยิ้มของคนพ่ายแพ้ แต่เป็นยิ้มของคนที่เพิ่งได้รับอิสรภาพ
“ถ้าเงินซื้อเกียรติผมได้จริง... งั้นผมก็ขอเอาเกียรติทั้งหมดคืนมาพร้อมกับอิสรภาพของผมก็แล้วกันครับ” เธอวางปากกาหมึกซึมด้ามหรูลงข้างเอกสาร “เซ็นเถอะครับ แล้วผมจะหายไปจากชีวิตคุณอย่างถาวร... โดยไม่เรียกร้องสมบัติสักบาทเดียวที่คุณเคยพร่ำบอกว่ามันซื้อทุกอย่างได้”
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น ศิลากำหมัดแน่น เขาจ้องมองใบหน้าที่นิ่งเฉยของรินรดาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกประหลาดในอก ราวกับเขากำลังจะทำของเล่นชิ้นสำคัญที่ตนไม่เคยเหลียวแลหายไปตลอดกาล
เขากระชากปากกาขึ้นมาด้วยโทสะ ก่อนจะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษใบหย่าด้วยน้ำหนักมือที่หนักหน่วงจนกระดาษเกือบขาด
“ได้... ในเมื่อเธออยากไปนัก ก็เชิญ! แล้วอย่าคิดจะกลับมาคลานเข่าขอโอกาสตอนที่เธอไปไม่รอดล่ะ เพราะคนอย่างศิลา วีรภัทรโสภณ ไม่มีวันมองคนทรยศอย่างเธอเป็นครั้งที่สอง!”
รินรดาคว้าใบหย่าที่ลงนามเรียบร้อยกลับมา เธอไม่ได้โต้ตอบสิ่งใด เพียงแค่ก้มหัวให้เขาอย่างสุภาพ—ความสุภาพที่ดูห่างเหินจนน่าใจหาย—ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องนั้นไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
ศิลาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง ความรู้สึกโล่งใจที่ควรจะมีกลับกลายเป็นความโหวงเหวงในอกที่อธิบายไม่ได้ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะสั่งให้เลขานุการจัดการเรื่องเอกสาร แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงเอะอะโวยวายจากทางหน้าประตูห้องทำงานก็ดึงความสนใจของเขาไป
“คุณแม่ครับ! รอต้นข้าวด้วย!”
เสียงเล็กใสที่เจื้อยแจ้วกังวานไปทั่วโถงทางเดิน ทำให้ศิลาชะงัก ร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยห้าขวบในชุดเสื้อยืดสีฟ้าสดใสวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในห้องทำงานของเขาด้วยความซนตามประสาเด็ก ก่อนที่รินรดาจะเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้าตระหนก
“ต้นข้าว! อย่าวิ่งครับลูก!” รินรดาคว้ามือลูกชายไว้ได้ทัน แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะสายเกินไป เพราะเด็กชายหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของศิลาพอดี
ดวงตากลมโตสุกสกาวของเด็กน้อยเงยขึ้นมองชายผู้ที่ได้ชื่อว่าเจ้าของบ้าน ศิลาจ้องมองเด็กชายตรงหน้า—ดวงตาคู่นั้น จมูกโด่งรั้นที่ดูอย่างไรก็ช่างดูคุ้นตาจนเขารู้สึกเหมือนมีใครมาตบหน้าเข้าฉาดใหญ่
เด็กชายเอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันหลอที่น่าเอ็นดู แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้ศิลาต้องแข็งค้างราวกับถูกสาป
“คุณลุงใจร้าย... ทำไมทำหน้าดุเหมือนต้นข้าวแบบนี้ล่ะครับ?”
ในเสี้ยววินาทีนั้น ศิลาเหลือบไปเห็น ‘ผลตรวจสุขภาพ’ ที่หล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อที่รินรดาเผลอทำตกไว้บนพรมหน้าโต๊ะ ในนั้นมีกระดาษแผ่นหนึ่งที่ระบุหัวข้อไว้อย่างชัดเจนว่า ‘ผลการตรวจเทียบเคียง DNA’ ซึ่งในนั้นระบุชื่อของเขาและเด็กชายคนนี้ไว้อย่างเด่นชัด
ธานินทร์แดนเถื่อนหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับบทเปิดตัวที่เต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์นี้ และหวังว่าจะร่วมติดตามเส้นทางความรักและความแค้นในตอนถัดไปนะครับ
ขอให้รักนี้เหลือเพียงธุลีดิน•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่ไร้น้ำตา
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้รักนี้เหลือเพียงธุลีดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
