เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ•ตอนที่ 28

ศัตรูจากอดีต

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
กลิ่นอายโลหิตและสนิมเหล็กยังคงคละคลุ้งอยู่ในหุบผาอสูรทมิฬ ราวกับวิญญาณนับแสนดวงที่ยังไม่ไปผุดไปเกิดกำลังร่ำไห้ระงม ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวนั้น หลี่มู่เฉินยืนสงบนิ่งอยู่บนชะง่อนผา เบื้องหน้าของเขาคือม่านหมอกสีชาดที่หมุนวนดั่งปากอ้าของอสุรกาย ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บกวาดมองแผ่นป้ายศิลาโบราณที่สลักอักขระปราณอันลึกล้ำ "มู่เฉิน... พลังของค่ายกลนี้กำลังแปรปรวน เกรงว่าผู้ที่เจ้าไม่อยากพบที่สุด... กำลังจะมาเยือน" เสียงหวานดั่งระฆังแก้วแต่เย็นเยียบจนบาดกระดูกดังขึ้นจากเบื้องหลัง เซียนเฟยหลินก้าวเท้าออกมาจากเงาไม้ นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันอับofทมิฬ เรือนผมยาวสลวยปลิวไสวตามสายลมปราณที่เริ่มปั่นป่วน ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติประดับด้วยความกังวลเพียงเล็กน้อย แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับฉายแววสังหารที่พร้อมจะผลาญสวรรค์ได้ทุกเมื่อ นางยื่นมือเรียวบางมาแตะที่ไหล่ของเขา เพื่อถ่ายทอดพลังปราณบริสุทธิ์ขจัดความอ่อนล้าจากการเดินทางผ่านสมรภูมิอักษรศิลป์เมื่อค่ำคืนก่อน หลี่มู่เฉินไม่หันกลับไปมอง แต่มือหนากลับเอื้อมไปกุมมือของนางไว้เบาๆ สัมผัสไอเย็นจากกายของเทพธิดาผู้ยอมสละความเป็นอมตะเพื่อเขานั้น คือเครื่องเตือนใจว่าเหตุใดเขาจึงต้องยืนหยัดข้ามผ่านสามภพมาให้ได้ "ปล่อยให้มันมาเถอะ เฟยหลิน" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดั่งระฆังสำริดในวิหารโบราณ "หนี้เลือดเมื่อสามภพก่อน สมควรแก่เวลาที่ต้องสะสางเสียที... หานเทียน" สิ้นคำพูดของเขา บรรยากาศรอบกายก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเหน็บหนาวจนน้ำค้างแข็งเกาะกุมตามยอดหญ้า มิติเบื้องหน้าบิดเบี้ยวราวกับผืนผ้าใบที่ถูกฉีกกระชาก เสียงหัวเราะเยียบเย็นดังสะท้อนก้องมาจากความว่างเปล่า เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและความเคียดแค้นชิงชังอันไร้ขอบเขต *“ฮ่าๆๆๆ... ช่างสมกับที่เป็นอดีตมหาจักรพรรดิผู้หยิ่งผยอง แม้จะตกลงมาอยู่ในร่างของสวะไร้ค่า เจ้าก็ยังคงสามหาวเช่นเดิมนะ มู่เฉิน!”* สิ้นเสียงหัวเราะ เงาร่างสีดำสนิทก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ ร่างนั้นสูงใหญ่ กำยำ และแผ่ไอสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาราวกับเปลวเพลิงแห่งขุมนรก ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองมาที่หลี่มู่เฉินด้วยความริษยาและกระหายเลือด นี่คือ "แม่ทัพมารหานเทียน" อดีตมือขวาผู้ทรยศหักหลัง และเป็นผู้ลงมือแทงข้างหลังหลี่มู่เฉินในมหาสศึกสะทือนสวรรค์เมื่อสามพันปีก่อน เซียนเฟยหลินก้าวขึ้นมาบังหน้าหลี่มู่เฉินไว้ครึ่งก้าว กระบี่เทพน้ำแข็งในมือปรากฏประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งโปรยปราย นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความปรานี "หานเทียน... สามภพก่อนเจ้าเป็นเพียงสุนัขรับใช้ที่แอบลอบกัด วันนี้คิดจะมาเห่าหอนต่อหน้าจักรพรรดิผู้เป็นนายอีกหรือ?" หานเทียนหัวเราะลั่นจนพื้นดินสั่นสะเทือน มันกวาดตามองเซียนเฟยหลินด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว น่าเกลียดน่ากลัว "เทพธิดาเฟยหลินผู้สูงส่ง! ยอมทิ้งบัลลังก์สวรรค์และตบะอันล้ำค่า เพื่อลงมาเคียงข้างไอ้เศษสวะผู้นี้ ช่างน่าเวทนานัก! เจ้าคิดว่าด้วยพลังที่เหลือไม่ถึงสามส่วนในร่างมนุษย์นี้ จะปกป้องมันจากเงื้อมมือข้าได้หรือ?" หานเทียนสะบัดแขนเสื้อ ทันใดนั้นกระบี่มารโลหิตขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พลังปราณมารระดับขอบเขตราชันย์สะท้อนก้องฟ้าดิน แรงกดดันมหาศาลทำให้ยอดเขาหินแกรนิตรอบด้านแตกร้าวเป็นทางยาว สภาพแวดล้อมสั่นสะท้อนราวกับจะแตกดับ หลี่มู่เฉินค่อยๆ ดึงมือกลับ และก้าวเดินผ่านหน้าเซียนเฟยหลินอย่างช้าๆ สายตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความว่างเปล่าที่ล้ำลึกดั่งมหาสมุทร และประกายคมกริบของวิถีกระบี่ที่หลับใหลมานาน "หานเทียน... เจ้าเข้าใจผิดไปเรื่องหนึ่ง" หลี่มู่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับกดข่มเสียงคำรามของพลังมารทั้งหมดลงได้อย่างน่าประหลาด หานเทียนชะงักไปเล็กน้อย ขมวดคิ้วมุ่น "เรื่องอันใด?" "ข้าในชาตินี้ มิใช่เศษสวะที่เจ้าคิด... และกระบี่ในมือข้า ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกันตัว" หลี่มู่เฉินยกมือขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวยาวชี้ขึ้นสู่ท้องฟ้า ทันใดนั้น อักษรปราณโบราณนับพันตัวก็ส่องแสงสว่างวาบขึ้นทั่วหุบผาอสูรทมิฬ มันคือค่ายกลกระบี่ที่เขาซ่อนไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงที่นี่ พลังปราณสวรรค์และปฐพีถูกดึงดูดเข้ามาหลอมรวมกันในร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของหลี่มู่เฉินเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ออร่าพลังที่เคยถูกผนึกไว้ระเบิดออกทะลวงชั้นเมฆาจนเกิดเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ สายฟ้าสีทองฟาดผ่าลงมาบรรจบกับร่างของเขา เสียงคำรามดังกึกก้องสะเทือนไปทั่วทุกชั้นฟ้า หานเทียนใบหน้าถอดสี ถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่เหนือกว่าขอบเขตเดิมของอีกฝ่าย "นี่มัน... เจ้า... เจ้าทะลวงผ่านขอบเขตราชันย์มังกรแล้วรึ?!" หลี่มู่เฉินไม่ตอบคำถามนั้น เขายื่นมือออกไปในอากาศ ความว่างเปล่าเบื้องหน้าสั่นไหว ก่อนที่กระบี่โบราณเล่มหนึ่งจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากละอองแสง – กระบี่ที่เคยตัดหัวใจของทวยเทพมาแล้วนับไม่ถ้วน! นิ้วเรียวของหลี่มู่เฉินแตะลงที่คมกระบี่ เลือดหยดหนึ่งไหลรินสัมผัสกับตัวดาบจนเกิดเสียงกังวานราวดนตรีจากสรวงสวรรค์ เขากวาดสายตาคมกริบมองแม่ทัพมารผู้ทรยศ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "วันนี้... ข้าจะใช้หัวของเจ้า เป็นเครื่องสังเวยแด่วิถีกระบี่บทแรกในภพนี้" ขณะที่หลี่มู่เฉินกำลังจะเงื้อมือชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อเผด็จศึก... *เปรี้ยงงงง!* สายฟ้าสีดำสนิทสายหนึ่งผ่าลงมาจากมิติเบื้องบนอย่างไร้สัญญาณเตือน รอยแยกมิติด้านหลังของหานเทียนฉีกขาดออกกว้างยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับเงาร่างของบุรุษอีกผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาพร้อมกับกลิ่นอายอสูรโบราณที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าหานเทียนนับร้อยเท่า! "ช้าก่อน... มู่เฉิน เจ้าคิดหรือว่าการสะสางหนี้ครั้งนี้ จะมีเพียงแค่สุนัขตัวเดียว?" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างลึกลับที่เอื้อมมือไปคว้าไหล่ของหานเทียนไว้ และจ้องมองตรงมาที่หลี่มู่เฉินด้วยรอยยิ้มอันคุ้นเคยจากอดีตที่ฝัง ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างกันในสมรภูมินี้ครับ พยัคฆ์ขาวคำรามครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%