เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 21

การเผชิญหน้ากับอดีต

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
เสียงกลไกปลดเซฟตี้ของปืนพกเก็บเสียงดัง ‘แกร๊ก’ เบาหวิว ทว่ามันกลับบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัสของรินรดาพอๆ กับเสียงกระดูกแตกหัก รินยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังโซฟาหนังเก่าๆ ในเซฟเฮาส์หลังนี้ กลิ่นอับชื้นของฝุ่นละอองผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่เธอยังไม่แน่ใจว่ามาจากใคร กลิ่นนี้มันคุ้นเคย... คุ้นเคยจนน่าใจหาย “ลดปืนลงเดี๋ยวนี้ คีริน!” รินตวาดลั่น แม้ดวงตาจะไม่ได้ละไปจากเงาร่างที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง คีรินที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอไม่ได้ขยับตัวตามคำสั่ง เขาทำเพียงแค่กระชับมือที่ถือมีดพกแน่นขึ้น กรามหนาขบกันจนเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมที่ปกติเอาแต่กวนประสาทบัดนี้เปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เขารู้ว่านี่ไม่ใช่เวลามาเล่นตลก แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยให้รินไปเผชิญหน้ากับ ‘สิ่งนั้น’ ตามลำพัง “ถ้าผมลดปืนลง คุณจะเป็นศพคนแรกครับ ริน” คีรินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้านไปด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน “ถอยไปอยู่ข้างหลังผม เดี๋ยวนี้” ชายปริศนาในเงามืดขยับตัวช้าๆ แสงสลัวจากหลอดไฟที่กะพริบถี่ๆ หน้าห้องสาดกระทบใบหน้าของเขาให้เห็นเพียงเสี้ยวหนึ่ง... จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาที่นิ่งสนิทราวกับรูปปั้น และรอยแผลเป็นเล็กๆ บริเวณโหนกแก้มที่รินจำได้ดีจนหัวใจแทบหยุดเต้น “แก...” เสียงของรินแผ่วลง แฝงไปด้วยความสั่นเครือที่เธอพยายามสะกดไว้ “เป็นไปไม่ได้... แกตายไปแล้ว ในภารกิจที่เวียนนาเมื่อสามปีก่อน” ชายคนนั้นแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ มันแหบแห้งและเย็นเยียบ “ความตายคือคำนิยามของพวกอ่อนแอครับริน... ส่วนคนที่รอดมาได้จากการทรยศหักหลัง ก็แค่ต้องหาทางกลับมาทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็น” ร่างนั้นก้าวพ้นเงามืดออกมาเผยให้เห็นใบหน้าที่ชัดเจนขึ้น เขาคือ ‘ธันวา’ คู่หูคนเดิมที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับของหน่วยข่าวกรอง รินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง ความรู้สึกผิดที่เคยแบกไว้เป็นเสมือนโซ่ตรวน บัดนี้มันถูกกระชากให้หลุดออกด้วยความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นแทนที่ “แกขายวิญญาณให้ใคร ธันวา!” รินตะโกนถาม มือที่ถือปืนสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะความสับสนที่กำลังกัดกินใจ “เหตุผลที่แกทิ้งทุกคนไว้ข้างหลังเพื่อไปเป็นหมาล่าเนื้อของพวกมันคืออะไร!” “เพื่ออำนาจครับ” ธันวาตอบพลางยักไหล่ “อำนาจที่จะทำให้ผมไม่ต้องคอยตามหลังใคร... ไม่ต้องคอยเป็นเงาให้คุณอีกต่อไป” คีรินแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม “อำนาจที่ได้มาจากการขายเพื่อนร่วมงานเนี่ยนะ? น่าสมเพชครับ ผมนึกว่าคุณจะมีอะไรที่ฉลาดกว่านี้เสียอีก” ธันวาปรายตามองคีรินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความชิงชัง “อัจฉริยะคอมพิวเตอร์อย่างแกไม่เข้าใจหรอกว่าโลกนี้มันขับเคลื่อนด้วยอะไร... ริน เธอเองก็น่าจะรู้ดีที่สุด ถ้าเธอไม่ยอมวางปืนลงในสามวินาทีนี้ ผมจะเปลี่ยนเซฟเฮาส์เฮงซวยนี่ให้กลายเป็นหลุมศพของเธอเอง” บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะคว้าจับได้ รินมองสลับระหว่างคีรินที่พร้อมจะพุ่งเข้าไปแลกหมัดเพื่อปกป้องเธอ กับธันวาชายที่เธอเคยไว้ใจมากกว่าชีวิต ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นกระหน่ำในอก รินลดปืนลงช้าๆ ไม่ใช่เพราะยอมจำนน แต่เธอกำลังสังเกตเห็นบางอย่าง... เงาที่ทอดผ่านพื้นหลังธันวาไปไม่สอดคล้องกับแหล่งกำเนิดแสงในห้อง มีใครบางคน... หรืออะไรบางอย่างกำลังแอบซุ่มอยู่หลังม่านหน้าต่างนั่น “คีริน” รินเรียกเบาๆ “อย่าเพิ่งขยับ” “หือ?” คีรินเลิกคิ้วมองเธอด้วยความสงสัย “มีอีกคน” เธอส่งซิกด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง “ที่มุมซ้าย” ธันวาชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาวูบไหวราวกับตกใจ แต่รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมก็กลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง “ฉลาดสมกับเป็นรินรดาจริงๆ... แต่สายไปแล้วครับ” ทันใดนั้น หน้าต่างกระจกที่ปิดสนิทก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของชายชุดดำอีกสองคนพุ่งเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วราวกับนินจา คีรินไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้ากระแทกธันวาจนกระเด็นไปชนกำแพง ก่อนจะสาดกระสุนเข้าใส่ผู้บุกรุกหน้าต่าง รินอาศัยจังหวะชุลมุนกลิ้งตัวไปหลบหลังตู้เหล็กขนาดใหญ่ ปืนในมือเล็งตรงไปที่จุดตายของศัตรูที่กำลังรุกคืบเข้ามา ความโกลาหลระเบิดขึ้นในพริบตา เสียงปืนดังสนั่นก้องไปทั่วโถงทางเดิน กลิ่นดินปืนอบอวลไปทั่วห้อง รินยิงสวนกลับอย่างแม่นยำ ทุกนัดที่ลั่นออกไปหมายเอาชีวิต แววตาของเธอเปลี่ยนไปเป็นนักล่าที่เลือดเย็นที่สุดเท่าที่เธอเคยเป็นมา คีรินต่อสู้กับธันวาอย่างดุเดือด ทั้งคู่แลกหมัดกันอย่างไม่คิดชีวิต คีรินอาศัยความเร็วและความคล่องตัวในขณะที่ธันวามีพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด “ริน! ผมรับมือทางนี้เอง คุณไปที่ห้องลับ... เอาฮาร์ดไดรฟ์นั่นออกมา!” คีรินตะโกนบอกขณะที่ใช้มีดกรีดเข้าที่แขนของธันวาจนเลือดสาด “ไม่! ฉันไม่ทิ้งคุณ!” รินปฏิเสธเสียงแข็ง เธอยิงผู้บุกรุกอีกคนจนล้มฟุบลงไปกับพื้น ก่อนจะพุ่งตัวไปหาคีรินเพื่อช่วยเสริมกำลัง ทว่า ในจังหวะที่รินกำลังจะเข้าไปประชิดตัวธันวา ชายหนุ่มกลับยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย เขาทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นและกดปุ่มที่นาฬิกาข้อมือเสียงดัง ‘ติ๊ด’ พร้อมกับเสียงประกาศจากระบบความปลอดภัยของเซฟเฮาส์ที่ดังระงมไปทั่ว [คำเตือน: ระบบทำลายตัวเองเริ่มทำงาน นับถอยหลัง 60 วินาที] รินตัวแข็งทื่อ มองหน้าธันวาที่ยิ้มเยาะด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง “เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อฆ่าคุณ ริน... เรามาที่นี่เพื่อปิดตำนานของเราทั้งคู่” ธันวาอาศัยจังหวะที่รินชะงัก พุ่งตัวทะลุช่องระบายอากาศที่เปิดรอไว้อยู่ก่อนแล้ว คีรินรีบคว้าแขนรินไว้แน่น “ต้องไปแล้ว! ถ้าไม่อยากตายที่นี่!” รินมองไปที่กล่องนิรภัยที่วางอยู่ตรงมุมห้อง ซึ่งฮาร์ดไดรฟ์แห่งความลับทั้งหมดถูกเก็บไว้ เธอเหลือบมองเวลานับถอยหลังที่เหลือเพียง 45 วินาที ก่อนจะหันไปสบตากับคีริน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังและความรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเร่งรีบ “รินครับ ฟังผมนะ” คีรินจับมือเธอแน่นขึ้น บีบจนเธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่พยายามส่งผ่านความกดดันนี้ “ผมมีวิธีหยุดมัน แต่คุณต้องออกไปก่อน... เชื่อผมไหม?” รินมองลึกเข้าไปในตาของคีริน เห็นความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันสั่นคลอน เธอพยักหน้าเบาๆ “ฉันเชื่อคุณ แต่ถ้าคุณไม่รอดไปหาฉันที่จุดนัดพบ... ฉันจะขุดคุณขึ้นมาจัดการด้วยตัวเอง!” คีรินยิ้มกว้างแม้ในสถานการณ์วิกฤต เขาโน้มตัวลงมาประทับจูบหนักๆ ที่หน้าผากของริน ก่อนจะผลักเธอไปทางทางออกฉุกเฉิน ทว่าในวินาทีที่เธอหันหลังกลับไปมองเพื่อจะถามอะไรบางอย่าง เสียงประตูเซฟเฮาส์ก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับบุคคลที่ไม่คาดคิดก้าวเข้ามา บุคคลนั้นเดินผ่านควันปืนที่จางลงช้าๆ ปืนในมือถูกลดลงต่ำ แต่สายตาที่จ้องมองมาที่รินกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย... ความโหยหา ความเจ็บปวด และความลับที่ถูกเก็บงำมานานนับปี รินชะงักกึก ปืนในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่นเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู "แม่?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะครับ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%