"ถ้าคิดว่าใช้สกิล ‘บริสุทธิ์บาป’ ล้างดีบัฟในเสี้ยววินาทีแล้วจะรอดพ้นสายตาของฉันไปได้... คุณก็ประเมินนักล่าแห่งหุบเขาเงาจันทร์ต่ำเกินไปแล้วนะคะ, เรย์"
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานราวกับระฆังเงินดังก้องขึ้นในความมืดของดันเจี้ยนชั้นที่สิบแปด กลิ่นอายของดาบคาตานะเคลือบออร่าสีครามเข้มพุ่งทะลวงผ่านม่านหมอกเวทมนตร์มาหยุดอยู่ห่างจากปลายจมูกของฉันไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารระดับปรมาจารย์ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันโดยอัตโนมัติ
ฉัน—เรย์ พรีสต์สายลุยผู้ไม่เคยเกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากอย่างช้าๆ เพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจในระบบ VRMMO ไม่ให้แสดงความตื่นตระหนกออกมา ดวงตาภายใต้ฮู้ดสีขาวหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้า
ในโลกของ ‘Aethelgard Online’ ที่ระบบทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยชุดข้อมูลและฟิสิกส์จำลองที่สมจริงเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ การจะเคลื่อนไหวเข้ามาประชิดตัวพรีสต์สายซัพพอร์ตระดับสูงโดยที่ระบบตรวจจับภัยคุกคามไม่ส่งเสียงเตือนล่วงหน้าได้นั้น... มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว คือบุคคลผู้นั้นต้องมีค่าความคล่องตัวทะลุเพดาน และเข้าใจช่องโหว่ของสถาปัตยกรรมโค้ดในเกมนี้ยิ่งกว่าตัวผู้พัฒนาเอง
"ไม่เลวเลยนี่คะ..." ฉันแย้มรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก พรางกระชับไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ในมือขวาแน่นขึ้น ประจุไฟฟ้าสีทองอร่ามเริ่มวิ่งพล่านไปตามลวดลายสลักโบราณ "การซ่อนตัวในจุดอับสายตาของระบบเรดาร์ แล้วอาศัยจังหวะที่ฉันกำลังคำนวณดาเมจของบอสพุ่งเข้ามาแทงสวน... เป็นแท็กติกที่สะอาดและงดงามมากค่ะ 'คิริโอะ'"
ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดคลุมนักดาบไร้สังกัดก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างนุ่มนวล ปลายดาบคาตานะในมือสะท้อนแสงเรืองรองจากผลึกมานาน่ารักน่าชะงัก ดวงตาคมกริบภายใต้เรือนผมสีเงินยวงคู่นั้นไม่ได้มองมาที่ฉันด้วยความเย่อหยิ่ง แต่เต็มไปด้วยประกายความทึ่งที่ยากจะปิดมิด
"เธอเป็นพรีสต์คนแรก... ไม่สิ เป็นผู้เล่นคนแรกในรอบสามปีที่ผ่านมา ที่ไม่เพียงแต่ไม่กรีดร้องตอนที่ดาบของฉันจ่อคอหอย แต่ยังร่ายเวทป้องกันชั้นที่สองซ้อนทับไว้ใต้เท้าฉันตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ด้วยซ้ำ" คิริโอะเอ่ยพร้อมกับสอดดาบกลับเข้าฝักด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงลมหวีดหวิว "สมคำร่ำลือจริงๆ นะคะ... เอ้ย... สมคำร่ำลือจริงๆ สินะครับ... อ่า ให้ตายสิ ติดปากมาจากพวกกิลด์ใหญ่ซะได้"
ฉันอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะเบาๆ ออกมากับความหลุดฟอร์มเล็กๆ นั้น บรรยากาศตึงเครียดที่เคยกดดันจนหายใจไม่ออกพล่อยคลายลงครึ่งหนึ่ง พรีสต์สายลุยอย่างฉันไม่ได้มีดีแค่การยืนโบกไม้เท้าแจกบัฟฟื้นฟูพลังชีวิตไปวันๆ หรอกนะคะ การอ่านใจคู่ต่อสู้และการคำนวณสเตตัสแบบเรียลไทม์ต่างหากคืออาวุธที่แท้จริง
ในขณะเดียวกัน เซเลสเต้ อาจารย์สาวลึกลับของเราที่ยืนกอดอกพิงผนังหินเรืองแสงอยู่มุมห้อง ก็ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ นางปรายตามองชายหนุ่มผู้มาเยือนด้วยแววตาครุ่นคิด ราวกับกำลังประเมินว่าชิ้นส่วนปริศนานี้จะเข้ามาทำให้กระดานหมากรุกของนางสนุกขึ้นหรือพังทลายลงกันแน่
"น่าสนใจดีนี่เจ้ามนุษย์หนุ่ม" เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจของเอลฟ์โบราณดังขึ้น ทำเอาคิริโอะต้องเหลือบมองด้วยความระแวงเล็กน้อย "เจ้าก้าวเข้ามาในอาณาเขตของดันเจี้ยนลับที่ถูกปิดตายด้วยเจตนาอะไรกันแน่? หรือว่าผลงานการกวาดล้างมอนสเตอร์ชั้นสิบเจ็ดของลูกศิษย์ฉัน มันไปขัดหูขัดตากิลด์ 'อัศวินโลหิต' ของเจ้าเข้าล่ะ?"
"ฮึ..." คิริโอะแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหันกลับมาจ้องมองฉันอีกครั้ง "กิลด์พวกนั้นเป็นแค่พวกกระหายอำนาจที่ใช้เงินซื้อเลเวลก็เท่านั้นแหละครับท่านอาจารย์... สิ่งที่ผมสนใจ ไม่ใช่ชื่อเสียงหรือเงินรางวัลในกระดานจัดอันดับ แต่คือ 'ความเป็นไปได้' ต่างหาก"
เขาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้แท่นศิลาโบราณใจกลางห้อง ซึ่งเป็นจุดที่เกลียวพลังงานมานาน่าสีฟ้าเข้มกำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
"เรย์... เธอรู้ไหมว่าทำไมดันเจี้ยนนี้ถึงถูกเรียกว่า 'รอยแยกแห่งปฐมกาล'?" คิริโอะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ร่องรอยความขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาของนักยุทธศาสตร์ผู้ผ่านศึกมาโชกโชน "เพราะมันไม่ใช่แค่ดันเจี้ยนเก็บเลเวลธรรมดา แต่มันคือประตูเชื่อมต่อระหว่างโค้ดต้นแบบของเกมนี้กับโลกภายนอก... และการที่เธอสามารถใช้เวทมนตร์สายแสงชำระล้างมลพิษในชั้นที่สิบห้าได้โดยที่ระบบไม่รีเซ็ตเซิร์ฟเวอร์ นั่นหมายความว่า... เธอกำลังถือครอง 'สิทธิ์การเข้าถึงระดับผู้ดูแลระบบ' โดยที่ตัวเองอาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ!"
ฉับพลันนั้นเอง อุณหภูมิภายในห้องโถงก็ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแตกสีแดงฉานเริ่มปรากฏขึ้นบนผนังห้องราวกับใยแมงมุม เสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณดังมาจากความมืดเบื้องล่าง
ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานกระพริบวาบขึ้นตรงหน้าของทุกคนในปาร์ตี้อย่างพร้อมเพรียง
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงโค้ดภายนอก บอสลับประจำชั้นที่ 18 'ผู้กล้าแห่งความว่างเปล่า' ได้ตื่นจากการหลับใหล]
[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: การเผชิญหน้าระหว่าง 'ผู้ถือครองกุญแจ' และ 'ผู้ทำลายล้าง' เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ]
[เวลาที่เหลือรอดก่อนระบบรีเซ็ตฉุกเฉิน: 09:59 นาที]
คิริโอะชักดาบออกจากฝักอีกครั้ง คราวนี้ออร่าสีครามเข้มแผ่ขยายปกคลุมร่างของเขาราวกับเปลวเพลิง เขาหันมาสบตาฉันด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความท้าทาย
"ถ้าอยากรู้ว่าฉันพูดความจริงหรือเปล่า... ลองร่วมมือกับฉันเคลียร์เจ้านี่ดูสักตั้งสิคะ, พรีสต์สายลุย!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับพรีสต์สายลุยของเราในตอนนี้ Naka แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่นๆ : ดันเจี้ยนลับฉบับตัวตึงในคราบพรีสต์•ตอนที่ 16
คู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่นๆ : ดันเจี้ยนลับฉบับตัวตึงในคราบพรีสต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!