เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่นๆ : ดันเจี้ยนลับฉบับตัวตึงในคราบพรีสต์•ตอนที่ 39

แนวหน้าของสงคราม

ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและเศษซากของโค้ดระบบที่ถูกฉีกกระชากลอยคละคลุ้งอยู่ในความมืดของหุบเขาอเวจี แรงสั่นสะเทือนระดับเจ็ดริกเตอร์จากการปะทะกันของพลังเวทมนตร์และดาต้าขนาดยักษ์ทำให้ผืนดินจำลองเสมือนจริงนี้สั่นไหวราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เรย์ยืนนิ่งอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน สายตาคู่คมกวาดมองลงไปยังเบื้องล่างด้วยความสุขุม มือเรียวบางในถุงมือหนังสีขาวกระชับไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ประดับอัญมณีสีครามแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว แม้ว่ารอบกายจะเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของเหล่ามอนสเตอร์ระดับบอสและเสียงคำรามก้องของกองทัพปีศาจ แต่บรรยากาศรอบตัวพรีสต์สาวกลับเงียบสงบราวกับเวลาหยุดเดิน "ดูเหมือนว่าพวกมันจะอดใจรอให้เราตั้งค่าระบบป้องกันไม่ไหวแล้วสินะคะ, อาจารย์" เรย์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากฝูงอสูรกายสีดำสนิทที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาประดุจคลื่นมหาภัยในมหาสมุทร เซเลสเต้ที่ยืนอยู่บนก้อนหินใหญ่ไม่ไกลกันนัก ปรายตามองลูกศิษย์คนโปรดด้วยรอยยิ้มบางเบา เอลฟ์โบราณผู้กุมความลับของระบบสะบัดชายผ้าคลุมสีเงินยวงเบาๆ เปลวไฟสีฟ้าครามลุกโชนขึ้นที่ปลายนิ้วเรียวยาว "อย่าประมาเชียว เรย์… กองทัพปีศาจระลอกนี้ไม่ใช่ NPC ทั่วไปที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้แบบตื้นเขิน แต่พวกมันคือ ‘เศษซากข้อมูลตกค้าง’ จากแพตช์อัปเดตที่ถูกลบเลือน ความแคิดแค้นของระบบเก่ากำลังกัดกินดาต้าทั้งหมด หากต้านไว้ไม่ได้ เซิร์ฟเวอร์หลักย่อมได้รับความเสียหายจนรีเซ็ตตัวเองทั้งหมดเป็นแน่" คำเตือนนั้นไม่ได้ทำให้เรย์หวาดหวั่น ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกของพรีสต์สาวกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่นักล่ามักจะมีเมื่อเหยื่ออันโอชะเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความเต็มใจ ในฐานะพรีสต์สายลุยผู้ยึดมั่นในคติ "ฮีลไม่ทันเพราะมัวแต่ตบมอน" เรย์ไม่เคยคิดจะยืนอยู่แค่แนวหลังเพื่อรอร่ายเวทสนับสนุน ใครบอกว่านักบวชต้องถือไม้เท้าไว้แค่สวดมนต์กันล่ะคะ? ในเมื่อไม้เท้านี้ทั้งหนา หนัก และฟาดลงไปบนหัวกะโหลกของพวกปีศาจได้เสียงดังสะใจไม่แพ้ขวานยักษ์ของเบอร์เซิร์กเกอร์เลยทีเดียว "ถ้าเช่นนั้น… ก็ได้เวลาเปิดคลาสสอนมารยาทให้เหล่าเด็กไม่ยอมโตพวกนี้ได้รู้สำนึกกันเสียทีนะคะ" เรย์ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่ายเวทบทแรกด้วยความเร็วสูงจนเกิดประกายแสงสีทองระยิบระยับล้อมรอบร่าง ทักษะ ‘รัศมิ์ศักดิ์สิทธิ์ (Holy Aura)’ ถูกปลดปล่อยออกไปเป็นวงกว้าง แสงสว่างจ้าสาดส่องตัดผ่านความมืดมิดของหุบเขา ส่งผลให้พวกปีศาจระดับล่างที่วิ่งเข้ามาแถวหน้าส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อเกราะป้องกันธาตุความมืดของพวกมันถูกเผาไหม้จนสลายกลายเป็นละอองข้อมูลสีดำ ทว่า กองทัพปีศาจหาได้หวาดกลัวไม่ ตัวหัวหน้ากองทัพซึ่งเป็นอสูรกายร่างยักษ์สูงสิบเมตร สวมเกราะเหล็กดำทมิฬและถือดาบใหญ่ขึ้นสนิม พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามาหาเรย์ด้วยความเร็วสูง แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของเรย์แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ "ระวัง! นั่นคือ ‘แม่ทัพทมิฬการ์กอยล์’ มอนสเตอร์ระดับคอมมานเดอร์ที่มีพลังโจมตีทางกายภาพทะลุทะลวงเกราะป้องกันเวท!" เซเลสเต้ร้องเตือน พร้อมกับเตรียมร่ายเวทบทสนับสนุนเพื่อเสริมพลังป้องกันให้เรย์ทันที แต่เรย์กลับยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามปราม ร่างเพรียวบางไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาส่อประกายระยิบระยับด้วยความท้าทาย สมองอันรวดเร็วประมวลผลรูปแบบการโจมตีของศัตรูในเสี้ยววินาที *หนึ่ง สอง สาม… จังหวะก้าวเท้าเหลื่อมกันแบบนี้ ศูนย์ถ่วงน้ำหนักเทไปทางขวา…* โครม! ดาบยักษ์สีดำสนิมฟาดลงมายังจุดที่เรย์ยืนอยู่จนเกิดหลุมลึกขนาดใหญ่ ฝุ่นควันและเศษหินกระเด็นไปทั่วบริเวณ แต่เป้าหมายกลับหายไปจากตรงนั้นเสียแล้ว เสียงหัวใจเต้นระทึกของเหล่าผู้เล่นแนวหน้าที่แอบซุ่มดูอยู่ไกลๆ ดังสะท้อนเข้ามาในระบบสื่อสาร เรย์เคลื่อนย้ายตัวเองมาปรากฏตัวอยู่บนไหล่ข้างซ้ายของแม่ทัพทมิฬตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทันสังเกต "ช้าไปนะคะ… สำหรับข้อมูลตกค้างที่ตกรุ่นไปแล้ว" เรย์เอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อมแต่เย็นเยียบ มือข้างหนึ่งกำไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์แน่น รวบรวมมานาทั้งหมดอัดฉีดเข้าไปในหัวใจของไม้เท้าจนอัญมณีสีครามเปล่งแสงเจิดจ้าบาดตา ทักษะขั้นสูงที่คิดค้นขึ้นมาเองอย่าง ‘ค้อนพิพากษาแห่งแสง (Divine Judgment Hammer)’ ถูกเรียกใช้งานในระยะประชิด ปัง! แรงระเบิดจากการปะทะกันของพลังศักดิ์สิทธิ์และเกราะปีศาจดังสนั่นหวั่นไหว ร่างมหึมาของการ์กอยล์ชะงักงัน ดวงตาสดสีแดงฉานเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้ร่างสูงใหญ่สิบเมตรทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นดินในคราเดียว ไม่ใช่แค่การโจมตีธรรมดา แต่เรย์ยังอาศัยจังหวะนี้ฝัง ‘ยันต์ผนึกข้อมูล’ ลงไปตามรอยต่อของเกราะ เพื่อตรึงการเคลื่อนไหวของมันไม่ให้สามารถรีเซ็ตตัวเองกลับคืนมาได้ "นี่คือบทเรียนแรกของการมาเยือนดินแดนของฉันนะคะ" เรย์กระโดดลงมายืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าร่างที่กำลังสลายตัวไปของแม่ทัพทมิฬ ใบหน้าหวานใสไม่มีแม้แต่เหงื่อสักหยดเดียว แม้รอบตัวจะยังคงมีกองทัพปีศาจระลอกที่สองและสามทยอยเดินทัพเข้ามาสมทบอย่างไม่ขาดสายก็ตาม เซเลสเต้ลอยตัวลงมาเคียงข้าง เอลฟ์สาวมองผลงานของลูกศิษย์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ "เจ้าเติบโตขึ้นมากจริงๆ เรย์ การควบคุมมานาและความยืดหยุ่นในการต่อสู้ระดับนี้… เกินกว่าที่ระบบประเมินไว้เสียอีกนะ" "ก็เพราะได้อาจารย์คอยตบเคี่ยวเข็ญและป้อนบัฟให้ไม่ขาดมือต่างหากล่ะคะ" เรย์หันไปยิ้มหวานให้อาจารย์สาว ก่อนจะหันกลับไปมองเบื้องหน้า ท้องฟ้าเหนือหุบเขาอเวจีเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน หมู่เมฆก่อตัวเป็นรูปเกลียวพายุขนาดยักษ์ เสียงก้องกังวานจากระบบหลักดังขึ้นในโสตประสาทของทุกคน [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการตื่นตัวของ ‘ราชาปีศาจแห่งจุดสิ้นสุด (Demon King of the End)’ บอสลับระดับ SSS ที่ถูกซ่อนไว้ในดาต้าชั้นลึกที่สุดกำลังจะปรากฏตัวในอีก 3… 2…] รอยยิ้มบนใบของเรย์ค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่จริงจังขึ้นกว่าเดิม เมื่อหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าปรากฏชื่อของศัตรูที่แท้จริง พร้อมกับเงาสودมืดมหึมาที่กำลังก้าวทะลุกำแพงมิติออกมาจากใจกลางพายุ… ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นข้อมูลเงาของบุคคลที่เรย์คุ้นเคยดีที่สุดจากโลกแห่งความเป็นจริง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมฝ่าฟันสมรภูมิเดือดและส่งใจให้พรีสต์สายลุยมา ณ ที่นี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่นๆ : ดันเจี้ยนลับฉบับตัวตึงในคราบพรีสต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%