"ถ้าโมเดลชิ้นนี้พังลงไปแม้แต่มิลลิเมตรเดียว คุณธาม ธีรภัทร ประธานสภากฎเหล็กนั่น ได้เห็นดีกันแน่!"
ฉัน—เอ๊ย รันต์รวีคนนี้กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตนักศึกษาปีสาม ขาเรียวภายใต้กางเกงยีนส์เซอร์ๆ กำลังเหยียบอยู่บนเหล็กดัดปลายแหลมของรั้วมหาวิทยาลัย มือข้างหนึ่งถือกล่องพลาสติกใสบรรจุโมเดลตึกระฟ้าจำลองที่ใช้เวลาทำติดต่อกันสามวันสามคืนโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอน ส่วนมืออีกข้างกำลังพยายามเกี่ยวชายเสื้อยืดที่ไปติดกับซี่รั้วเข้าอย่างจัง
ให้ตายสิ! สถาปัตย์ไม่ได้สอนวิธีปีนรั้วหนีความตายสักหน่อย ทำไมชีวิตฉันต้องมาตกต่ำถึงขั้นลักليลอบเข้ามอตอนตีห้าครึ่งด้วยวะเนี่ย!
"ฮึบ! อีกนิดเดียว... อึ๊ย!"
ฉันกัดฟันกรอด ขາข้างหนึ่งลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ กำลังจะเหวี่ยงข้ามไปยังฝั่งสนามหญ้าคณะสถาปัตย์อยู่รอมร่อแล้วเชียว ถ้าไม่ติดว่า...
"คิดจะทำอะไรครับ นักศึกษารันต์รวี"
เสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเรียบสนิทจนน่าหมั่นไส้ดังขึ้นจากความมืดใต้ต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาถูกรีดเรียบกริบ เนคไทผูกปมเป๊ะไม่มีที่ติ ก้าวเท้าออกมาจากเงาไม้ช้าๆ สองมือสอดอยู่ในกระเป๋า กางเกงสแลคสีดำสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังมองขึ้นมาด้วยสายตาที่บอกว่า *'ฉันจับคาหนังคาเขาแล้วนะ นายไม่รอดแน่'*
ฉิบหายแล้ว...
หัวใจของรันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายแข็งทื่อค้างเติ่งอยู่บนยอดรั้วราวกับรูปปั้นประดับสวน ชายหนุ่มเจ้าของฉายา 'ท่านประธานพิฆาต' แห่งคณะนิติศาสตร์... ธาม ธีรภัทร มาทำอะไรแถวนี้ตอนตีห้าครึ่งวะเนี่ย! ปกติเขาต้องตื่นมาท่องประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่ในห้องสมุดแอร์เย็นฉ่ำไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาโผล่ตรงนี้ได้ฟะ!
"E-ย้า! คือว่า... ผมไม่ได้ปีนครับ ผมแค่... กำลังออกกำลังกายยามเช้า!" ฉันเสียงหลง แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ทั้งที่ตัวยังห้อย่องต่องแต่งอยู่บนรั้ว
ธามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเหนือกว่า เขาก้าวเข้ามาใกล้รั้วเหล็กมากขึ้นเรื่อยๆ จนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉันพอดิบพอดี ดวงตาคมกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ไล่มาถึงกล่องโมเดลในมือ แล้วหยุดอยู่ที่ขาข้างที่กำลังพยายามเกาะซี่รั้วอย่างทุลักทุเล
"ออกกำลังกาย? ด้วยการปีนรั้วกั้นเขตหวงห้ามของมหาวิทยาลัยเนี่ยนะ แปลกดีนะ6ครับ เป็นท่ากายบริหารแขนขาแบบใหม่ของเด็กสถาปัตย์หรือเปล่า ถึงได้ดู... ทุเรศ เอ๊ย ทุรกันดารขนาดนี้"
"นี่คุณธาม! ปากเสียชะมัด!" ฉันโวยวายลั่น หน้าตึงขึ้นมาทันทีด้วยความโมโห ลืมไปสนิทว่าตัวเองกำลังตกเป็นจำเลย "ถ้าประตูรั้วมันเปิดผมจะปีนไหมล่ะ รปภ. เล่นล็อกกุญแจซะแน่นหนาแถมยังบอกว่าห้ามเข้าก่อนหกโมงเช้า แล้วส่งงานอาจารย์แปดโมงเช้าเนี่ยนะ จะให้ผมรอตายคาที่หรือไง!"
"กฎก็คือกฎครับ" ธามพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าหยิกให้เนื้อเขียว เขายื่นมือขึ้นมา กอดอกมองฉันด้วยสายตาตำหนิที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก "มหาวิทยาลัยมีระเบียบปฏิบัติชัดเจน เรื่องเวลาเปิด-ปิดประตู เพื่อความปลอดภัยของนักศึกษาเอง แต่พวกคุณพวกเด็กสถาปัตย์ชอบทำตัวเหนือกฎระเบียบ คิดว่าตัวเองเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แล้วจะแหกทุกอย่างบนโลกนี้ได้งั้นสิ"
"ก็ไม่ได้แหกทุกเรื่องสักหน่อย!" ฉันเถียงคอเป็นเอ็น ขยับตัวหยุกหยิกบนยอดรั้วเพราะเริ่มเมื่อยขา "อีกอย่าง โมเดลนี่คือโปรเจกต์สำคัญนะคุณ ถ้าผมส่งไม่ทัน ผมโดนอาจารย์เฉ่งจนหูชาแน่ๆ ช่วยใจดีกับมนุษย์ผู้ร่วมโลกสักนิดไม่ได้หรือไงวะ"
"คำก็มนุษย์ผู้ร่วมโลก สองคำก็ใจดี..." ธามถอนหายใจออกมาเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาดูจริงจังขึ้นจนน่ากลัว เขาก้าวเข้ามาประชิดรั้วจนหน้าอกเกือบจะชนกับปลายเท้าฉันอยู่แล้ว "แล้วเคยคิดไหมครับว่าถ้าคุณตกลงมาหัวฟาดพื้น โมเดลชิ้นนี้พัง และคุณขาหักขึ้นมา ใครจะต้องเป็นคนทำเรื่องรายงานอุบัติเหตุยามเช้าให้ทางมหาวิทยาลัยทราบ?"
"ก็... ก็คุณประธานสภาผู้แสนดีไงล่ะ!" ฉันสวนกลับทันควัน หน้ามุ่ยลงอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ สะอาดๆ ที่ลอยมาแตะจมูกเวลาเขาเข้ามาใกล้ขนาดนี้ก็เถอะ ให้ตายสิ ผู้ชายอะไร ตัวก็สูง หุ่นก็ดี หน้าตาก็เป๊ะ เสียอย่างเดียว... ปากจัดเป็นบ้า!
"รู้ตัวก็ลงมาดีๆ ครับ ไม่ต้องมาประชด" ธามถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็นรอบที่สาม ก่อนจะแบมือออกกว้าง "ส่งโมเดลมาให้ผมก่อน"
"ฮะ? ส่งให้ทำไม ไม่เอา! เดี๋ยวคุณแกล้งทำตกแก้แค้นผม" ฉันกอดกล่องโมเดลแนบอกแน่น ทำหน้าหวาดระแวงสุดขีด
"รันต์รวี..." ธามกดเสียงต่ำลงเล็กน้อย ดวงตาดุๆ จ้องมองมาอย่างดุดัน แต่แปลกที่ใบหูขาวสะอาดข้างนั้นกลับเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อทีละน้อยโดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัว "ผมเป็นประธานสภานักศึกษา ไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะมาแกล้งพังงานคนอื่นส่งเดช ส่งมานี่! หรือจะให้ผมอุ้มคุณลงมาทั้งตัวแบบนั้น?"
คำว่า *'อุ้มลงมา'* ทำเอาหน้ารันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ให้ตายเถอะ! แค่คิดภาพว่าต้องตกอยู่ในอ้อมแขนของคนหน้าดุคนนี้ หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"เออๆ ส่งก็ได้วะ!"
ฉันจำใจยื่นกล่องโมเดลส่งให้เขาด้วยความระมัดระวัง ธามรับมันไว้ด้วยสองมืออย่างทะนุถนอม ผิดกับมาดดุๆ เมื่อกี้ลิบลับ สายตาคมกวาดมองรายละเอียดของตึกจำลองภายในกล่องแวบหนึ่ง ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นความประณีตบรรจงของชิ้นงาน
"ฝีมือใช้ได้นี่..." เขาพึมพำเบาๆ แต่ฉันหูดีเลยได้ยินชัดเจน
"แน่นอน ระดับรันต์รวีซะอย่าง ไม่เคยมีคำว่างานลวกๆ หรอกน่า!" ฉันเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะพยายามปีนข้ามรั้วลงมา "อ๊ะ! โอ๊ย!"
เพราะความรีบและเกร็งขามานานเกินไป ทำให้ข้อเท้าของฉันพลิกตอนที่กำลังจะแตะพื้นสนามหญ้า ร่างเพรียวเซถลาเตรียมจะล้มพับลงไปคลุกกับดินโคลนชื้นๆ ยามเช้าอยู่แล้วเชียว—
หมับ!
อ้อมแขนกว้างและอบอุ่นคู่หนึ่งคว้าเอวฉันไว้ได้ทันก่อนที่ร่างจะกระทบพื้น แรงเหวี่ยงทำให้ฉันเซเข้าไปซบกับแผงอกแข็งแกร่งของธามเข้าอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ปะทะเข้าเต็มจมูก พร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมคราม... ไม่รู้ว่าเสียงหัวใจของฉัน หรือของคนตัวสูงที่กำลังโอบเอวฉันไว้แน่นกันแน่
"ซุ่มซ่ามจริง" เสียงบ่นกระซิบอยู่เหนือศีรษะ ชิดริมใบหูจนขนลุกซู่
ฉันรีบผละออกหน้าแดงแจ๋ ดันอกเขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มือเรียวยกขึ้นจับใบหูที่ร้อนผ่าวของตัวเอง ปากก็ยังไม่วายเก่งกล้าใส่ "ใครซุ่มซ่ามเล่า! ก็เพราะคุณนั่นแหละมายืนจ้องอยู่ได้ คนเขาก็ตกใจหมดสิ!"
ธามไม่ได้เถียงกลับทันที เขายืนนิ่งจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ ใบหน้าหล่อเหลานิ่งเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยกเว้น... ใบหูที่แดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ
เขาหันไปหยิบกล่องโมเดลขึ้นมาถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วหันมามองฉันที่ยังยืนกะโผลกกะเผละอยู่
"เดินไหวไหม หรือต้องให้ผมอุ้มไปส่งที่คณะจริงๆ?" ธามเลิกคิ้วถามด้วยรอยยิ้มมุมปากนิดๆ ที่ดูยังไงก็กวนประสาทเป็นบ้า
"ไม่ต้องเลย! ผมเดินเองได้!" ฉันค้อนความปะทะใส่หนึ่งที ก่อนจะทำท่าจะเดินกะโหลกกะเผละหนี แต่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้นสามก้าว หน้าจอมือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ก็สั่นครืดคราดขึ้นมาเสียก่อน
ฉันหยิบขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นข้อความแชตจาก 'พิมพ์' เพื่อนสนิทสายแซ่บที่ส่งเข้ามาเตือนความจำ
*[พิมพ์]: อีรัน! แกถึงไหนแล้ววะ อาจารย์ภาควิชามานั่งรอที่โต๊ะตรวจงานแล้วนะเว้ย! เร็วๆ เลยมึง!*
ฉันหน้าซีดเผือด รีบพิมพ์ตอบกลับไปอย่างลิบลนด้วยความรีบร้อน
*[รัน]: กำลังไปเว้ย พอดีติดภารกิจชีวิตนิดหน่อยกำลังจะส่งงานแล้ว...*
นิ้วเรียวกำลังจะกดส่งข้อความ แต่เพราะความรีบและมือไม้สั่น ทำให้ฉันเผลอกดสลับหน้าต่างแชต... ไปกดโดนห้องแชตส่วนตัวของอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ แทน!
และที่แย่ไปกว่านั้น... ข้อความที่พิมพ์ค้างไว้และกดส่งออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ มันคือประโยคนี้...
*[รันต์รวี]: ธาม... คือว่า... จริงๆ แล้วที่ฉันปีนรั้วมาหาเนี่ย... เพราะฉันคิดถึงนายแทบแย่ต่างหากเล่า! งื้อออออ!*
ฉิบหาย... ฉิบหายแล้วโว้ยยยยยย!
ฉันเบิกตากว้าง มองหน้าจอมือถือสลับกับใบหน้าของคนที่ยืนถือกล่องโมเดลอยู่ข้างๆ ช้าๆ
ธามหยุดเดิน เขาหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาดูหน้าจอที่มีข้อความเด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นค่อยๆ เงยขึ้นสบตากับฉันช้าๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นทีละน้อย เป็นรอยยิ้มที่ทำเอารันต์รวีอยากจะมุดแผ่นดินหนีหายไปจากโลกนี้ซะเดี๋ยวนี้เลย!
"อ๋อ... ที่ปีนรั้วมาเนี่ย เพราะคิดถึงผมแทบแย่เลยเหรอครับ นักศึกษารันต์รวี?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนอมยิ้มบทนี้นะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับทุกตัวอักษรค่ะ! ☕✨
แบบแปลนรักฉบับร้ายเกินต้านของคุณชายสภานักศึกษา•ตอนที่ 1
กฎเหล็กมีไว้แหก
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แบบแปลนรักฉบับร้ายเกินต้านของคุณชายสภานักศึกษา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
