เชฟสาวร้านบ้านไร่ กับคุณชายสายเปย์ผู้คลั่งรักสวนผัก•ตอนที่ 2

บ้านร้างกับครัวในฝัน

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าคุณคิดว่าแค่กวาดหยากไย่แล้วบ้านหลังนี้จะน่าอยู่ขึ้นมาได้ คุณคงประเมินความพินาศของมันต่ำไปร้อยเท่าครับ, คุณลินิน" เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยแซ่บเบาๆ ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความสนใจอย่างปิดไม่มิด พันตรีธนาพิงไหล่กว้างเข้ากับกรอบประตูไม้สักที่ผุกร่อน กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีผสมผสานกับกลิ่นดินกลิ่นหญ้าจางๆ ลอยมาแตะนาสิกท่ามกลางฝุ่นละอองที่ลอยเค្វ้งในอากาศ ลินินชะงักมือที่กำลังถือไม้กวาดทางมะพร้าว นางหันกลับไปมองชายหนุ่มด้วยหางตา ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ยี่หี้ "สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นซากปรักหักพัง แต่สำหรับเชฟอย่างฉัน... นี่คือผืนผ้าใบสีขาวผืนใหญ่ที่รอการแต่งแต้มต่างหากล่ะครับ... เอ้ย, หมายถึง 'ค่ะ' ซะที่ไหนเล่า" ลินินเผลอหลุดปากแก้คำพูดเมื่อนึกถึงบุคลิกของตนเองครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจตามเดิม "หมายถึง... มันคือพื้นที่สร้างสรรค์ชั้นยอดต่างหากเล่าคะ เอ๊ย! ไม่ใช่ส; ครับ!" ธนาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอกเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าที่เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นขนัด รอยยิ้มของเขาไม่ได้กวนประสาท แต่มันเต็มไปด้วยความเอ็นดูระคนทึ่ง แม่เชฟสาวคนนี้ช่างมีลูกเล่นแพรวพราวเสียจริง ต่อปากต่อคำกับป้าสายหยุดจนอีกฝ่ายหงายท้องไม่เป็นท่าเมื่อวานยังไม่พอ วันนี้ยังหอบข้าวของมาบุกบ้านไม้เก่าท้ายไร่ที่ไม่มีใครกล้าเหยียบย่าองเข้ามาร่วมสิบปีได้อย่างหน้าตาเฉย "ผมชอบคนมีความมั่นใจครับ... โดยเฉพาะคนที่มีฝีมือจริงๆ ไม่ใช่แค่ลมปาก" ธนาก้าวเท้าเข้ามาในตัวบ้าน เสียงพื้นไม้เก่าดังเอี๊ยดอ๊าดตามน้ำหนักตัว เขายื่นผ้ากันเปื้อนผืนหนาและหน้ากากอนามัยสีดำยื่นมาตรงหน้าลินิน "รับไว้เถอะครับ ฝุ่นหนาเตอะขนาดนี้ ปอดคุณคงไม่ไหวตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำครัวหรอก" ลินินมองหน้ากากและผ้ากันเปื้อนในมือของชายหนุ่มแวบหนึ่ง นางไม่ได้ปฏิเสธ ยื่นมือเรียวไปรับมันมาสวมอย่างคล่องแคล่ว "ขอบคุณครับ... เอ่อ ขอบคุณนะคะ... โอ้ย! ทำไมติดปากคำว่า 'ค่ะ' จากยัยป้าบ้านนั้นมาได้เนี่ย!" หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นอย่างขัดใจ เรียกเสียงหัวเราะทุ้มต่ำจากนายทหารหนุ่มร่างใหญ่ได้อีกระลอก ธนาไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่าการก้าวเข้าไปช่วยใช้ท่อนแขนหนาๆ ดันบานหน้าต่างไม้ที่ฝืดสนิทให้อเปิดออก แสงแดดยามสายจึงสาดส่องทะลุผ่านกลุ่มฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย เผยให้เห็นสภาพภายในบ้านที่แท้จริง หยากไย่หนาเตอะเกาะตามมุมเพดาน พื้นไม้มีปลวกแทะบ้างบางจุด แต่โครงสร้างหลักยังคงแข็งแรงเพราะทำจากไม้สักทองแท้ ลินินกวาดสายตาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ในฐานะเชฟอัจฉริยะที่เคยผ่านครัวระดับมิชลินมาแล้ว นางรู้ดีว่าโครงสร้างแบบนี้แหละคือ "ครัวในฝัน" ที่สามารถเนรมิตให้กลายเป็นทั้งสวรรค์แห่งการทำอาหารและแหล่งผลิตอาหารชั้นเลิศได้ "คุณออกไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมช่วยรื้อพวกซากเฟอร์นิเจอร์ผุๆ ออกให้หมดก่อน คุณค่อยเข้ามาจัดการเรื่องความสะอาด" ธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดสมชายชาตรี "ไม่ต้องครับ... ฉันจัดการเองได้" ลินินปัดมือปฏิเสธ นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว สูดลมหายใจเข้าลึก and ตั้งสมาธิแน่วแน่ ในมิติลับ... สิ่งที่นางรอคอยมาตลอดนับตั้งแต่ข้ามมิติมาอยู่ในร่างนี้กำลังส่งเสียงเรียก ลินินหลับตาลง วินาทีนั้น ห้วงมิติพิเศษในจิตสำนึกก็เปิดออก กลิ่นอายของความอุดมสมบูรณ์พรั่งพรูออกมาพร้อมกับละอองแสงสีทองจางๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มันทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นสบายขึ้นอย่างน่าประหลาด เสียงกระซิบของธรรมชาติและกลิ่นดินชื้นหลังฝนตกอบอวลอยู่ในโสตประสาท *ติ๊ง! ตรวจพบพื้นที่ตั้งต้น 'บ้านไม้โบราณท้ายไร่' เงื่อนไขผ่านเกณฑ์* *ระบบ 'เชฟสโลว์ไลฟ์สายสตรอง' ทำการเชื่อมต่อพื้นที่สำเร็จ...* *ปลดล็อกฟังก์ชันพิเศษ: [เครื่องมือครัวมิติที่ 1 - เตาไฟวิเศษบูรพา] และ [ถังหมักปุ๋ยเร่งโตสวรรค์]* ลินินลืมตาขึ้น ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายระยับด้วยความตื่นเต้น นางยื่นมือออกไปเบื้องหน้าโดยมีฉากกั้นจากสายตาของธนาที่กำลังหันไปยกโต๊ะไม้เก่าอยู่ ทันใดนั้น แสงสว่างวาบสีมรกตก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำความสะอาดระดับไฮ엔ด์ที่ถูกดึงออกมาจากมิติลับ น้ำยาขจัดคราบออร์แกนิกสูตรสมุนไพรโบราณ ผ้าไมโครไฟเบอร์เนื้อนุ่ม และที่สำคัญที่สุด... เมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวมิติที่ถูกเก็บรักษาไว้ในกล่องไม้แกะสลักอย่างดี ธนาหันกลับมาพอดี ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศ อุณหภูมิในห้องนี้ลดลงจนเย็นสบายอย่างน่าประหลาด ทั้งที่เมื่อครู่ยังอบอ้าวเหมือนเตาอบ และที่สำคัญ... กลิ่นหอมจางๆ คล้ายสมุนไพรจีนโบราณลอยมาจากไหนไม่รู้ "คุณ... รู้สึกไหมครับว่าอากาศแถวนี้มันเปลี่ยนไป" ธนาหันมามองหน้าลินิน สายตาคมกวาดสำรวจร่างบางอย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับต้องการค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าธรรมดาๆ นั้น ลินินสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นมาวูบหนึ่ง นางรีบซ่อนพิรุธด้วยการยิ้มหวานกลบเกลื่อน—รอยยิ้มที่ทำให้ใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว "อากาศก็เหมือนใจคนนั่นแหละครับคุณธนา... ถ้าเราเปิดรับสิ่งใหม่ๆ มันก็สดชื่นขึ้นมาได้เอง ว่าไหม?" ลินินตอบด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกเย้ากึ่งจริงจัง ก่อนจะหันไปคว้าฟองน้ำและน้ำยาออร์แกนิกมาเริ่มลงมือขัดคราบสกปรกบนเคาน์เตอร์ครัวปูนเก่าๆ อย่างกระตือรือร้น ธนายืนมองแผ่นหลังบางนั้นนิ่งนาน มุมปากหนากระตุกยิ้มขึ้นทีละน้อย ผู้หญิงคนนี้มีอะไรบางอย่างที่น่าค้นหา มากกว่าแค่คำว่า 'เชฟสาวตกอับ' หรือ 'หลานสาวหัวดื้อ' อย่างที่ป้าสายหยุดคอยเป่าหูชาวบ้านอย่างแน่นอน ผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ครัวเก่าคร่ำคร่าเริ่มเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง คราบหยากไย่และฝุ่นหนาถูกกำจัดจนหมดสิ้น เผยให้เห็นผิวปูนขัดมันและเนื้อไม้สักสีน้ำตาลเข้มที่ดูคลาสสิกและอบอุ่น กลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพรลอยอบอวลแทนที่กลิ่นอับชื้นเดิม ลินินปาดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้าสวย นางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ทว่าก่อนที่ความเหนื่อยล้าจะทันได้กัดกินเรียวแรง ท้องเจ้ากรรมก็ส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมาเบาๆ 'โครก...' ธนาที่ยืนพิงเสาดูการทำงานของนางมาตลอด ชำเลืองมองแล้วหลุดหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู "ทำงานหนักจนลืมเวลาเลยนะครับ เชฟคนเก่ง... ท้องร้องเสียงดังขนาดนี้ ขืนปล่อยไว้ผมคงโดนชาวบ้านครหาว่าใช้งานทาสแรงงานข้ามชาติแน่ๆ" ลินินค้อนให้ชายหนุ่มวงใหญ่ นางเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "ใครว่าฉันเป็นทาสกันล่ะครับ? ฉันคือนายทุนต่างหาก! ว่าแต่... ปากเก่งแบบนี้ หิวเป็นเหมือนกันสินะครับคุณอดีตพันตรี" ธนายิ้มมุมปาก เขาเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวอีกก้าว กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกลิ่นอายแดดอ่อนๆ ทำให้ลินินเผลอถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัวที่เพิ่งทำความสะอาดเสร็จหมาดๆ "ผมไม่ได้หิวข้าวครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมหูของลินินจนขนลุกซู่ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่แถวต้นคอระหง "แต่ผมอยากรู้ว่า... เชฟมือหนึ่งที่ปากเก่งคนนี้ จะมีฝีมือทำอาหารจากวัตถุดิบในบ้านร้างหลังนี้ ให้ผมได้กินเป็นบุญปากสักมื้อไหม?" ลินินเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความท้าทายและประกายความหวานเชื่อม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล นางเม้มริมฝีปากแน่น กำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังสนั่นขัดจังหวะบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้น ตามมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดที่คุ้นหูจนน่ารำคาญใจของป้าสายหยุด ที่ตะโกนแทรกเข้ามาจากนอกรั้วบ้าน "นังลินิน! แกกล้าดียังไงมาบุกรุกสมบัติของตระกูล! แล้วแกไปเอาหน้ากากกับรถกระบะคันหรูของสารวัตรทหารนั่นมาจอดหน้าบ้านได้ยังไงวะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งตำรวจจับฐานบุกรุก!" ธนาชะงัก ร่างสูงผละออกจากลินินช้าๆ ใบหน้าคมคายฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันที ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่มีคนกล้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัว ทว่าลินินกลับไม่ได้มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหันไปสบตากับธนา แววตาสبرกประกายความเจ้าเล่ห์ฉบับเชฟสาวสายสตรองที่พร้อมจะฟาดฟัน "ดูท่าทาง... เราจะมี 'วัตถุดิบเสริม' มาส่งถึงที่พอดีเลยนะครับคุณธนา" ลินินกระซิบเสียงหวานข้างหูชายหนุ่ม ก่อนจะก้าวเดินออกไปที่ประตูหน้าด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ ปล่อยให้ธนายืนมองตามด้วยรอยยิ้มพึงพอใจระคนทึ่งในความใจกล้าของภรรยาในอนาคต (ในมโนของเขา) คนนี้ --- *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" เสมอมานะครับ)*
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านบ้านไร่ กับคุณชายสายเปย์ผู้คลั่งรักสวนผัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%