เรียวแขนที่เกาะกุมอยู่บนต้นแขนของวรินทร์ในยามนี้ ร้อนราคาราวกับถ่านไฟที่ถูกหยิบฉวยมาจากเตาหลอม ทว่าสำหรับรินรดาแล้ว สัมผัสเหล่านั้นกลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าเศษน้ำแข็งที่เกาะตัวอยู่ก้นแก้วในคืนฤดูหนาว ดวงตาคมกริบของคนตัวเล็กกว่าหรี่ลงเล็กน้อยอย่างนึกขันแกแกมสมเพช ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มช้าๆ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่คนคุ้นเคยกันดีอย่างวรินทร์เห็นแล้วต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"มือไม้... ว่าIวไวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ คุณพราวฟ้า"
เสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบเสียจนน่ากลัว รินรดาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างเธอกับวรินทร์ถูกย่นย่อลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ทว่าสายตาคู่สวยกลับไม่ได้มองเจ้าของร่างสูงที่ยืนหน้าเสียอยู่เลยแม้แต่น้อย มันกลับพุ่งตรงไปยังมือเรียวระหงที่ยังทำหน้าที่เกาะกุมต้นแขนนั้นไว้อย่างเหนียวแน่น ราวกับกลัวว่าของเล่นชิ้นโปรดจะหลุดลอยหายไปต่อหน้าต่อตา
วรินทร์เม้มริมฝีปากแน่น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เธอสะบัดแขนออกเสียในทันที ทว่าความตกใจจากเหตุการณ์กะทันหันกลับทำให้ร่างกายแข็งค้างไปชั่วขณะ ยิ่งเห็นแววตาพราวระยับที่ซ่อนความหงุดหงิดเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็นของรินรดาแล้ว หัวใจของนักธุรกิจสาวผู้ทรงอิทธิพลก็กระตุกวูบอย่างแรง
"ริน... คือมัน..." วรินทร์พยายามจะอ้าปากอธิบาย ทว่าถูกดักคอด้วยน้ำเสียงเฉียบคมเสียก่อน
"ไม่ต้องอธิบายหค่ะ ฉันไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะต้องให้ใครมานั่งแปลความหมายของการกระทำแบบนี้" รินรดาปรายตามองอดีตคนรักเก่าของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะช้อนตาขึ้นสบกับดวงตาคู่คมของวรินทร์ตรงๆ "อีกอย่าง... พื้นที่ตรงนี้มันแคบเกินกว่าจะยืนเบียดกันสามคนนะคะคุณวรินทร์ ถ้าคุณยังสนุกกับการเป็นจุดศูนย์กลางของความวุ่นวาย ฉันคงต้องขอตัวไปหาอากาศบริสุทธิ์หายใจข้างนอกดีกว่า"
พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวหันหลังให้ทันทีอย่างไร้เยื่อใย ท่าทีเด็ดขาดและไม่ยอมก้มหัวให้ใครนั่นคือเสน่ห์อันตรายที่ทำ้าวรินทร์ต้องรีบคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้ตามสัญชาตญาณ แรงดึงรั้งทำให้รินรดาต้องชะงักเท้า แต่ร่างบางยังคงหันหลังให้ ไม่ยอมหันกลับมามอง
"ปล่อยค่ะ" เสียงห้วนสั้นเอ่ยลอดไรฟัน
"ริน ฟังฉันก่อน..." วรินทร์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แววตาฉายความร้อนรนอย่างที่พราวฟ้าไม่เคยได้เห็นมาก่อนในรอบหลายปีที่ผ่านมา ภาพลักษณ์นักธุรกิจสาวมาดนิ่งผู้เยือกเย็นและคุมเกมได้เสมอ พังทลายลงไม่เป็นท่าเพียงเพราะแผ่นหลังบางที่กำลังสะบัดตัวหนี
"ไม่มีอะไรต้องคุยค่ะ คนของคุณมาทวงคืนพื้นที่หัวใจถึงที่นี่แล้วนี่คะ จะยืนกอดกันให้ชื่นใจอีกสักรอบฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ เชิญตามสบายเลยค่ะ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม ทว่าวรินทร์กลับยิ่งกระชับปลายนิ้วให้แน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือตอนนี้ เธอจะสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไปตลอดกาล
พราวฟ้าที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ค่อยๆ คลายมือออกจากแขนของวรินทร์ช้าๆ แววตาไหววับด้วยความเจ็บปวดและริษยาที่ฉายชัดขึ้นมาในเสี้ยววินาที
"ดูเหมือน... ฟ้าจะมาผิดจังหวะสินะคะ" พราวฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้ราบเรียบที่สุด ทว่าสั่นเครือเล็กน้อย "ไว้เราค่อยคุยกันใหม่นะคะ วรินทร์"
ร่างเพรียวบางหมุนตัวเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ยิ่งอึดอัดและตึงเครียดหนักขึ้นไปอีก เมื่อความเงียบเข้าปกคลุม วรินทร์จึงตัดสินใจดึงข้อมือเล็กนั้นเบาๆ ให้ร่างบางหันกลับมาเผชิญหน้ากันตรงๆ
ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดื้อรั้น ในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความถือดีและกำแพงหนาเตอะที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันความเจ็บปวด วรินทร์มองภาพนั้นแล้วรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในอกอย่างประหลาด นี่สินะ... วิธีการลงโทษของรินรดา การใช้ความเย็นชาและท่าทีเมินเฉยมาเชือดเฉือนหัวใจเธอยิ่งกว่าคมมีด
"หึงเหรอคะ?" วรินทร์เลือกที่จะใช้ประโยคคำถามที่ท้าทาย เพื่อทำลายกำแพงนั้น แม้จะรู้ว่ามันอาจจะทำให้สถานการณ์แย่ลงก็ตาม
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนานโดยสิ้นเชิง ดวงตาคู่สวยตวัดกลับมามองคนตรงหน้าด้วยแววตาวาวโรจน์
"หึง? คุณเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงคิดว่าคนอย่างฉันจะลดตัวไปหึงหวงอะไรกับอดีตที่ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาเลົากลางทางแบบนั้นคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากสีพีช "ฉันแค่รำคาญ... รำคาญเวลาที่ต้องมาเห็นฉากละครน้ำเน่าซ้ำซากในชีวิตจริงแค่นั้นเองค่ะ"
"แต่วินาทีนั้น... คุณไม่ได้แสดงออกว่าแค่รำคาญนะคะ ริน" วรินทร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละน้อย บีบพื้นที่ระหว่างกันให้แคบลงจนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "สายตาของคุณ... มันฟ้องว่าคุณไม่พอใจที่เห็นผู้หญิงคนอื่นมาแตะต้องตัวฉัน"
"หลงตัวเองเกินไปแล้วค่ะ คุณวรินทร์" รินรดายกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้เมื่อระยะห่างเหลือน้อยเต็มที ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนน่าตกใจของคนตัวสูงกว่า แม้ภายนอกจะพยายามทำตัวนิ่งสงบแค่ไหน แต่ไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของวรินทร์กลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด "ถอยไปค่ะ ฉันจะกลับ"
"ไม่ให้กลับ"
คำตอบห้วนสั้นแต่น้ำเสียงกลับสั่นพร่าเล็กน้อย วรินทร์ใช้แขนข้างหนึ่งกั้นขวางทางหนีของคนตัวเล็กไว้ ปลายนิ้วเรียวยาวอีกข้างเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาคลอเคลียแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยนั้นทำให้รินรดาชะงักไป ดวงตาคู่คมของวรินทร์ในยามนี้ไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเว้าวอนและประกายแสงบางอย่างที่ร้อนแรงเสียจนคนมองต้องหลบตา
"คุณกำลังทำบ้าอะไร..." รินรดาพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะไปเสียแล้วกับสัมผัสใกล้ชิดนี้
"กำลังง้อค่ะ..." วรินทร์กระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักสวยโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดรดรินอยู่บนพวงแก้มทำให้สติปัญญาที่เคยเฉียบคมเริ่มพร่าเลือน "วิธีของฉันอาจจะแข็งกระด้างและไม่เป็นภาษาดอกไม้เหมือนใครเขา แต่รินก็น่าจะรู้ดี... ว่าสำหรับฉันแล้ว มีคุณแค่คนเดียวที่ฉันยอมให้เข้ามาปั่นป่วนชีวิตได้ขนาดนี้"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของนักธุรกิจสาวมาดนิ่ง ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน หัวใจที่พยายามสร้างเกราะป้องกันมาตลอดสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามค้นหาความจริงจัง และเธอก็พบมัน... ความคลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความซึนและท่าทีเย่อหยิ่งมาโดยตลอด
รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของรินรดา แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก แต่ความถือตัวก็ยังคงทำงานอย่างเต็มที่
"คำพูดแค่นี้... คิดว่าจะล้างความผิดที่คุณปล่อยให้คนอื่นมาเกาะแขนได้ง่ายๆ เหรอคะ?" รินรดายังคงเชิดหน้าท้าทาย แม้ว่าดวงตาจะเริ่มอ่อนแสงลง
วรินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาพราวระยับขึ้นอย่างคนเหนือกว่า มือที่เคยเกลี่ยปอยผมเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่มีการลังเล รั้งให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง จนรินรดาต้องเผลอสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ
"งั้น... จะให้ฉันทำยังไงคะ คุณถึงจะหายเคือง?" วรินทร์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบข้างใบหูอย่างจงใจยั่วเย้า "จะให้คุกเข่าขอโทษตรงนี้ หรือจะให้เซ็นยกหุ้นบริษัทครึ่งหนึ่งให้เป็นค่าทำขวัญดีล่ะ หืม?"
"บ้า..." รินรดาตีเข้าที่ต้นแขนแกร่งเบาๆ อย่างหมั่นไส้ ทว่าใบหน้ากลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
จังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเคมีอันตรายกำลังหลอมละลายความโกรธเคืองทั้งหมดให้มลายหายไป ทันใดนั้นเอง...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"คุณวรินทร์คะ เอกสารด่วนจาก... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะนะคะ!"
เสียงแหลมสูงของเลขานุการสาวที่ผลัควาร์ปเข้ามาในห้องอย่างไร้มารยาท ทำเอาทั้งวรินทร์และรินรดารีบผละออกจากกันแทบไม่ทัน วรินทร์ตวัดสายตาดุดันมองลูกน้องตัวดีที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่หน้าประตูด้วยความโกรธจัด ขณะที่รินรดากลับถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าหวานกลับมาเรียบเฉยทันที ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย
วรินทร์ขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งสูงปรี๊ด กำหมัดแน่นอย่างพยายามสะกดอารมณ์ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเอปากไล่ตะเพิดใคร รินรดาก็เอ่ยตัดบทขึ้นเสียก่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม
"ดูเหมือนคุณจะมีงานด่วนต้องเคลียร์สินะคะ งั้นฉันขอตัว... กลับไปเคลียร์ 'บัญชี' ของเราต่อที่บ้านก็แล้วกันค่ะ"
รินรดากวาดสายตามองหน้าวรินทร์ด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ ก่อนจะหมุนตัวเดินสวนเลขาคนนั้นออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้วรินทร์ยืนค้างเติ่งอยู่กลางห้องด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทั้งเสียดาย เสียวสันหลังวาบ และ... คลั่งรักจนแทบคลั่งตาย
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันตรายนี้เสมอนะคะ
— ดอกเดซี่ริมทาง —
ยัยตัวร้ายกับคุณนายมาดนิ่ง (Warning: Dangerous Love)•ตอนที่ 17
เกมไล่จับ
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับคุณนายมาดนิ่ง (Warning: Dangerous Love) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!