กลิ่นอายของความตายในห้องปิดตายไม่เคยหอมหวาน แต่มันชวนให้คลื่นไส้ในแบบที่ รตท. ธีธัช คุ้นเคยดี
"ไม่มีรอยงัดแงะที่หน้าต่าง วงกบประตูลงกลอนจากด้านใน ลูกบิดฝังตายด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟ้า... นี่คือห้องปิดตายโดยสมบูรณ์ ผู้หมวด"
เสียงรายงานจากจ่าสิบตำรวจหน้าซีดเผือดไม่ได้เข้าโสตประสาทของธีธัชเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเคร่งเครียดกำลังจดจ้องอยู่กับร่างไร้วิญญาณที่นั่งพับเพียบอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังแท้ราคาแพง ร่างนั้นคือของประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง สภาพศพไร้ร่องรอยการต่อสู้ ใบหน้าสงบราวนอนหลับ หากแต่สิ่งที่ทำให้กระดูกสันหลังของนายตำรวจหนุ่มเยียบเย็นจนต้องขบกรามแน่น คือความจริงที่ว่า... พื้นพรมสีแดงเลือดหมูเบื้องล่างนั้นแห้งสนิท ไร้ซึ่งหยดเลือดแม้แต่หยดเดียว ทั้งที่ทรวงอกด้านซ้ายถูกกรีดเป็นรอยแผลฉกรรจ์รูปอักขระโบราณ
คนตายที่เลือดหมดตัว... แต่ไม่มีรอยเลือดไหลนองบนพื้นห้อง
ธีธัชสูดลมหายใจลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกขยะแขยงที่ตีตื้นขึ้นมาในอก มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความเกลียดชัง—ความเกลียดชังที่มีต่อสิ่งอัปมงคลนอกเหนือจากเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่เขาพบเจอมาตลอดชีวิตการทำงาน ปมในอดีตที่พรากครอบครัวไปจากความงมงายยังคงกรีดลึกอยู่ในใจ และเขาสสาบานกับตัวเองไว้แล้วว่า กฎหมายและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่จะเป็นผู้ไขคดี ไม่ใช่เดรัจฉานวิชาหรือไสยเวทบ้าบอ
"ส่งศพไปผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดที่นิติเวช ตรวจสอบสารเคมีทุกชนิดในกระเพาะ และเช็คประวัติการทำธุรกรรมย้อนหลังสามเดือนของเหยื่อ" ธีธัชออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาด
"เอ่อ... ผู้หมวดครับ คือว่า..." นายตำรวจลูกน้องอึกอัก สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเลและความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด "ทางท่านผู้กำกับส่ง... เอ่อ... 'ที่ปรึกษาพิเศษ' มาช่วยคดีนี้ครับ บอกว่าเป็นคำสั่งเร่งด่วนจากเบื้องบน"
ธีธัชหันขวับ ดวงตาคมกริบฉายแววไม่พอใจทันที "ผมไม่ได้ขอความช่วยเหลือ และกองปราบของเราไม่จำเป็นต้องมีคนทรงเจ้าหรือหมอผีมาเดินเกะกะในที่เกิดเหตุ เชิญเขากลับไปซะ"
"ไม่ต้องเสียเวลาไล่หรอกครับ ผู้หมวด... เพราะผมยืนอยู่ตรงนี้แล้ว"
เสียงทุ้มนุ่มลึกแต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันตรายดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง ธีธัชชะงัก หันไปมองตามต้นเสียง ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาสลัวของตู้หนังสือ แสงไฟนีออนสลัวกระทบเข้ากับใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปาก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาและทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ คือนัยน์ตาสีดำสนิทที่ลึกล้ำราวกับห้วงเหวลึกคู่นั้น—แววตาของคนที่มองเห็นความตายเป็นเพียงเรื่องสนุก
เพ... เพลิงกัลป์
ชื่อนั้นกระตุกขึ้นมาในความทรงจำทันที ธีธัชเคยได้ยินกิตติศัพท์ของอดีตมือปราบศพผู้ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาอิสระด้านอาคมคนนี้ จอมขมังเวทผู้ไร้สังกัด ผู้ซึ่งกฎหมายแตะต้องไม่ได้ และเป็นขั้วตรงข้ามกับทุกสิ่งที่เขาศรัทธาอย่างสิ้นเชิง
"คุณคือคนที่ทางเบื้องบนส่งมา?" ธีธัชก้าวเข้าไปประชิด รักษาระยะห่างด้วยความระแวดระวัง กลิ่นจางๆ ของไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นอายดินปืนและควันธูปโชวลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่น่ารังเกียจในความรู้สึกของนายตำรวจหนุ่ม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในท้องอย่างประหลาด
เพลิงกัลป์หยุดยืนห่างจากร่างไร้วิญญาณเพียงก้าวเดียว ดวงตาคู่คมกวาดมองศพด้วยความพินิจพิเคราะห์ ราวกับกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ยามเช้า มากกว่าการตรวจดูสภาพศพมนุญาต "น่าสนใจ... เลือดไม่ได้หยดลงพื้น เพราะมันถูกสูบออกไปจนหมดหยดผ่าน 'พิธีกรรม' ต่างหากล่ะครับ ผู้หมวด"
"เลิกพูดจาเพ้อเจ้อแล้วใช้สมองคิดตามตรรกะมนุษย์เสียบ้าง เพลิงกัลป์" ธีธัชกดเสียงต่ำด้วยความฉุนเฉียว "นี่คือคดีฆาตกรรม อำพรางศพด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์อะไรบางอย่างที่เรายังหาไม่เจอ ไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์งี่เง่าของพวกคุณ!"
เพลิงกัลป์หันมาสบตาตำรวจหนุ่ม รอยยิ้มบนมุมปากลึกขึ้น ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนธีธัชรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผδออกมาจากตัวอีกฝ่าย ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้คุกคามด้วยกำลัง แต่มันคุกคามด้วยชั้นเชิงและเสน่ห์อันตรายที่ปฏิเสธไม่ได้
"คุณเกลียดไสยเวทขนาดนี้ เพราะกลัวความจริงที่ว่า... วิทยาศาสตร์อธิบายมันไม่ได้ใช่ไหมครับ ผู้หมวด" เพลิงกัลป์กระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าแฝงความเย้าแหย่ "บางที... ถ้าคุณยอมเปิดใจมองให้ลึกกว่าตำรากฎหมาย คุณอาจจะพบว่าฆาตกรไม่ได้ทิ้งร่องรอยทางนิติเวชไว้เลย... เพราะเขาไม่ได้ใช้มือฆ่า"
ธีธัชขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน มือหนากำหมัดแน่นข้างลำตัวเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "ถอยไป ผมไม่อยากฟังคำอธิบายบ้าๆ ของคุณ"
"ตามใจคุณครับ" เพลิงกัลป์ไหล่ง่ายๆ น้ำเสียงยังคงราบเรียบและเยือกเย็น ก่อนที่จอมขมังเวทจะก้มตัวลงหยิบบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะเกาะของเก้าอี้ทำงาน "แต่อย่างน้อย... คุณน่าจะสนใจหลักฐานชิ้นนี้หน่อยนะ"
มือเรียวยื่นสมุดพกปกหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าเปื้อนคราบเหนียวสีดำคล้ำส่งให้ ธีธัชขมวดคิ้วอย่างระแวง แต่ก็ยอมรับสมุดพกเล่มนั้นมาเปิดดูด้วยความจำเป็นทางหน้าที่
ทันทีที่หน้ากระดาษแผ่นแรกถูกเปิดออก กลิ่นคาวเลือดจางๆ ก็โชยเข้าจมูก และภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษนั้น... ทำให้ลมหายใจของธีธัชสะดุดกึกในลำคอ
มันไม่ใช่ตัวหนังสือบันทึกประจำวัน แต่มันคือภาพวาดสเก็ตช์ใบหน้าของ 'เหยื่อรายต่อไป' พร้อมกับชื่อเต็มของตำรวจหนุ่ม... รตท. ธีธัช
และที่มุมกระดาษหน้าเดียวกันนั้น มีคราบหยดหมึกสีดำเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า... *'คืนนี้ เที่ยงคืนตรง ความลับของคุณจะถูกเปิดเผย'*
ก่อนที่ธีธัชจะได้ทันตั้งสติ ไฟนีออนบนเพดานห้องทำงานก็กระพริบไหวรุนแรงสองครั้ง ก่อนจะดับวูบลงสนิท ทิ้งให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดและเงียบงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันในความมืด... และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงปริศนา ที่กำลังเดินขึ้นบันไดตรงมายังห้องนี้ทีละก้าว... ช้าๆ... อย่างมั่น
(โปรดติดตามตอนต่อไปครับ)
...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในเงามืดด้วยกันนะครับ อรุณมนตราขาว
ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด•ตอนที่ 1
รอยเลือดบนสมุดพก
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!