วิถีกระบี่ต้วนอวี้กับเงาจันทราพันลี้•ตอนที่ 2

กลิ่นอายเซียนแดนบูรพา

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โลหิตหนึ่งหยดร่วงหยาดลงบนพื้นศิลาเก่าแก่ ส่งเสียงกังวานดุจเสียงกระบี่ร่ำไห้ ท่ามกลางม่านสายฝนที่โปรยปรายลงมาดั่งห่าธนูจากสรวงสวรรค์ ไอสังหารพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้าจนหมู่เมฆาสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิต ไป๋หลางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าซากปรักหักพังของศาลารabสะท้อนจันทร์ ร่างกายของเขาท่วมท้นไปด้วยบาดแผล ทว่าแววตาทมิฬคู่นั้นกลับสุกสว่างยิ่งกว่าดาราในห้วงจักรวาล ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายฝนที่ซัดสาดกระทบพื้นและกลิ่นอายคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ "วิถีกระบี่ของเจ้า... รกร้างและเต็มไปด้วยความแค้นเคืองถึงเพียงนี้ ไฉนจึงยังกล้าอาจหาญท้าทายกฎแห่งฟ้าดิน?" สุ้มเสียงเยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูพลันดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า ไร้ซึ่งร่องรอยของการเคลื่อนไหว ไร้ซึ่งแรงกดดันที่เปิดเผย ทว่ากลับทำให้ลมหายใจของไป๋หลางสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งกฎเกณฑ์สวรรค์ ไป๋หลางหรี่ตาลงเล็กน้อย กระบี่ทะลวงฟ้าในมือขวาสำแดงรัศมีสีครามเข้มออกมาขับไล่ไอหนาวที่กำลังกัดกินกระดูกดำ "ผู้ใดกัน? หลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในเงา ย่อมไม่ใช่ลูกผู้ชายชาติจอมยุทธ์!" ฉับพลันนั้น สายฝนที่กำลังโปรยปรายราวกับหยุดชะงักลงกลางอากาศ ละอองน้ำนับล้านหยุดนิ่งค้าง ท่ามกลางห้วงเวลาที่ถูกแช่แข็ง ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายจันทราด้วยด้ายเงินก็ก้าวออกมาจากม่านหมอก นางงดงามจนราวกับภาพวาดที่เทพเซียนบรรจงสร้าง ทว่าความงดงามนั้นกลับเจือด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี เส้นผมสีดำสนิทสยายเคลียพระอังสา ดวงพักตร์รูปไข่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทว่านัยน์ตาคู่คมปลาบดุจดั่งกระบี่วิเศษที่ซ่อนอยู่ในฝัก กลับสะท้อนเงาของไป๋หลางเพียงผู้เดียว นางคือมู่หรงเสวี่ย... ย우บผู้เลื่องชื่อแห่งแดนบูรพา ผู้ครอบครองวิชาเงาจันทราพันลี้ที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณยังต้องหวาดผวา มู่หรงเสวี่ยกวาดสายตาเรียบเฉยสำรวจบาดแผลบนเรือนร่างของไป๋หลาง ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้ามิใช่ลูกผู้ชาย... ข้าเป็นเพียงสตรีที่เดินอยู่บนเส้นทางแห่งความโดดเดี่ยว ส่วนเจ้า... เป็นแมลงเม่าที่กำลังบินเข้ากองไฟ" ไป๋หลางแค่นหัวเราะในลำคอ ความทะนงตนในวิถีกระบี่ทำให้เขาเชิดหน้าขึ้นสู้สายตานางอย่างไม่เกรงกลัว แม้ภายในจะรับรู้ได้ถึงพลังปราณอันมหาศาลที่กดทับลงมาจนชีพจรแทบแตกสลาย "แมลงเม่าหรือ? หากกองไฟนั้นคือกฎสวรรค์ที่อยุติธรรม ต่อให้ต้องมอดไหม้จนดับสูญ ข้า... ไป๋หลาง ก็จะขอใช้กระบี่เล่มนี้ผ่ามันให้แยกออกจากกัน!" สิ้นคำพูดของเขา รัศมีกระบี่ทะลวงฟ้าก็พลุ่งพล่านระเบิดออกเป็นวงกว้าง แรงกดดันจากวิถีกระบี่อันดุดันปะทะเข้ากับไอเย็นเยือกของเงาจันทราจนเกิดประกายไฟสีม่วงแล่บแปลบปราบไปทั่วบริเวณ อากาศรอบกายบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับมังกรคำราม มู่หรงเสวี่ยมิได้แสดงสีหน้าตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ยกปลายนิ้วเรียวยาวขึ้นวาดผ่านอากาศเบื้องหน้าเบาๆ *ฟึบ!* เงาร่างของนางเลือนหายไปจากจุดเดิมในพริบตา ความเร็วระดับนี้เหนือล้ำกว่าวิชาตัวเบาทั่วไปในยุทธภพหลายขุม ไป๋หลางสัญชาตญาณเตือนภัยขั้นสุดยอด จิตสำนึกแห่งกระบี่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน เขากวัดแกว่งกระบี่ทะลวงฟ้าฟันเข้าใส่ความว่างเปล่าด้านหลังทันทีโดยไม่ต้องหันไปมอง *เคร้ง!* ประกายไฟสว่างวาบราวกับสายฟ้าฟาด ดาบและกระบี่... มิใช่! เป็นเพียงปลายนิ้วเรียวที่เคลือบไว้ด้วยปราณจันทราสีครามของมู่หรงเสวี่ย ที่ปะทะเข้ากับคมกระบี่อันเกริกไกรของไป๋หลางอย่างพพอดี แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษหินนับร้อยพุ่งขึ้นสู่อากาศก่อนจะถูกบดขยี้จนกลายเป็นผุยผงด้วยพลังปราณที่แผ่ออกมา ไป๋หลางกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว ร่างกายสั่นสะท้าน โลหิตอุ่นๆ ไหลยิ้มออกจากมุมปาก ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความลุกโชนดุจเปลวเพลิง "วิชาเงาจันทราพันลี้... สมคำร่ำลือ!" มู่หรงเสวี่ยปรากฏกายขึ้นห่างออกไปสามเชือก นางยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหยกขาว สายตาที่ทอดมองมายังชายหนุ่มมีความซับซ้อนฉายแวบผ่านก้นบึ้งของนัยน์ตาคู่สวย ทว่ามันถูกปกปิดไว้ภายใต้ความเย็นชาอย่างรวดเร็ว "ฝีมือระดับนี้ ยังมิอาจแม้แต่จะสัมผัสชายเสื้อของผู้นำตระกูลหลงได้ด้วยซ้ำ" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "การดะบ่ายดาลพาตัวมาตายเช่นนี้ มิใช่ความกล้าหาญ... แต่มันคือความโง่เขลา" "โง่เขลาหรือ?" ไป๋หลางยิ้มเยาะให้กับตัวเอง เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้นจนเส้นเลือดปูดโปน "คนเราหากมีชีวิตอยู่โดยไร้ซึ่งความแค้นเคืองและจิตวิญญาณ การมีชีวิตอยู่ก็เป็นเพียงแค่หุ่นเชิดที่รอวันเน่าเปื่อย เจ้า... ผู้สูงส่งเยือกเย็นดั่งเซียนบนหอคอยคอยมองดูโลกหล้า จะเข้าใจอะไรในความเจ็บปวดของการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปในชั่วข้ามคืน!" บรรยากาศรอบกายพลันเงียบงัดลงอีกครั้ง มู่หรงเสวี่ยชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น นางไม่เคยเอ่ยคำใดแก้ตัว นางเป็นผู้ฝึกตนที่ละทิ้งกิเลสทางโลก ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและบาดแผลทางจิตใจของชายหนุ่มเบื้องหน้า หัวใจที่เคยเยือกแข็งดุจน้ำแข็งพันลี้กลับรู้สึกราวกับถูกเข็มเล่มเล็กๆ ทิ่มแทงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังตึงเครียดและลึกซึ้งถึงขีดสุดนั้นเอง... *ตูมมม!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากป่าทึบเบื้องหลังดังขึ้นทำลายความเงียบ เมฆหมอกบนท้องฟ้าถูกฉีกกระชากออกเป็น1000เสี่ยง แสงสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงนภา พร้อมกับแรงกดดันระดับขอบเขตกำเนิดวิญญาณที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้! มู่หรงเสวี่ยเปลี่ยนสีหน้าไปเล็กน้อยเป็นครั้งแรก นางหันขวับไปมองยังทิศทางของแสงสีทองนั้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดที่หลุดจากความเย็นชา "แย่แล้ว... ผนึกมารหมื่นปีที่หุบเขาอัสดงกำลังจะแตกสลาย!" ไป๋หลางขมวดคิ้วแน่น เขายังไม่ทันได้เอ่ยถามสิ่งใด เงาร่างสีดำสนิทนับสิบร่างก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาล้อมรอบพวกเขาไว้ในพริบตา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังก้องไปทั่วสารทิศ "ฮ่าๆๆๆ... มู่หรงเสวี่ย เจ้าคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของพวกเราหรือ? วันนี้ทั้งเจ้าและไอ้สวะแซ่ไป๋ผู้นี้ จะต้องกลายเป็นปุ๋ยบำรุงวิญญาณใต้หุบเขาอัสดงด้วยกันทั้งคู่!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผมนะครับ --- มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ต้วนอวี้กับเงาจันทราพันลี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%