นิ้วมือเรียวเล็กของต้นข้าวกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน หน้าจอเรืองแสงสีฟ้าสว่างวาบในความเงียบงันของห้องนอนยามดึก บนหน้าจอไม่ได้ปรากฏข้อความแชตธรรมดา แต่เป็นหน้าจอโน้ตแอปพลิเคชันที่รวบรวมภาพแคปหน้าจอเก่าๆ และข้อความนับร้อยบรรทัดที่เคยเกิดขึ้นตลอดสองปีที่ผ่านมา
ตั้งแต่ประโยคแรกสุดคลาสสิกที่อีกฝ่ายพิมพ์เข้ามาทักทายอย่างไร้ปี่มีขลุ่ยในแชตกลุ่มคณะ จนถึงข้อความหยอดคำหวานเลี่ยนจนน่าหมั่นไส้ในปัจจุบัน
"ใครจะไปคิดล่ะคะว่าคนกวนประสาทที่ชอบเข้ามาป่วนชีวิตประจำวันในวันนั้น จะกลายเป็นเจ้าของพื้นที่ส่วนใหญ่ในหัวใจของฉันในวันนี้" ต้นข้าวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันโดยอัตโนมัติเมื่อเลื่อนนิ้วอ่านทวนข้อความเก่าๆ ที่บันทึกไว้
ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน ใครจะเชื่อว่ามนุษย์สัมพันธ์ดีอย่างพี่อาร์ตจะเลือกวิธีจีบเด็กปีหนึ่งหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งผ่านการแทรกซึมเข้ามาในแชตกลุ่มที่มีเพื่อนร่วมรุ่นอยู่กันครบครัน ทุกครั้งที่มีการบ้านหรือประกาศสำคัญ พี่อาร์ตมักจะมีเรื่องไร้สาระแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสมอ จนต้นข้าวต้องคอยพิมพ์โวยวายด้วยความหงุดหงิดในทุกๆ วัน
[Art_Art]: @Tonkhao น้องต้นข้าวครับทำการบ้านข้อสามเสร็จยังเอ่ย ถ้ายังไม่ได้ทำ... พี่on-site ไปช่วยติวให้ถึงห้องเลยดีไหมครับ
[Tonkhao_T]: พี่อาร์ต! นี่มันกลุ่มรวมงานภาควิชานะคะ เลิกป่วนสักทีเถอะค่ะ รำคาญ!
[Art_Art]: โห ใจร้ายจังเลยนะครับ เรียกชื่อเต็มแถมใส่เครื่องหมายตกใจตั้งสามอัน แสดงว่ากำลังคิดถึงพี่อยู่ชัวร์ๆ
ภาพเหตุการณ์เหล่านั้นไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวเหมือนภาพยนตร์ฉายซ้ำ ต้นข้าวหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่ขอบตากลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ใครจะรู้เล่าคะว่าจากความรำคาญใจในตอนนั้น จะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความคุ้นชิน และสุดท้ายก็กลายเป็นความผูกพันที่ขาดไม่ได้เสียแล้ว
"เหอะ! หยอดเก่งนักนะพ่อคุณ..." ต้นข้าwbบ่นพึมพำพลางทิ้งตัวลงนอนหงายราบไปกับฟูกนุ่ม ดวงตากลมโตมองเพดานห้องสีขาวนวล นึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นที่เพิ่งผ่านมา พี่อาร์ตลงทุนหิ้วชานมไข่มุกร้านโปรดมายืนรอหน้าหอพักตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด แถมยังทำหน้าออดอเซาะจนคนเดินผ่านไปผ่านมาต้องหันมามอง
*“วันนี้พี่ยอมเดินตากแดดครึ่งชั่วโมงเพื่อสิ่งนี้เลยนะต้นข้าว เพราะฉะนั้น... เย็นนี้ต้องไปกินข้าวกับพี่นะ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด”*
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเอาแต่ใจเล็กน้อยแต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความเอ็นดู ทำเอาคนฟังอย่างต้นข้าวถึงกับไปไม่เป็น ปากก็บอกว่าไม่ว่างๆ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมพยักหน้ารับคำแล้วลงไปนั่งกินชาบูด้วยกันจนได้ คนอะไรก็ไม่รู้ หน้ามึนเป็นที่หนึ่งแถมยังขยันทำให้ใจเต้นแรงอยู่เรื่อย
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นสั้นๆ บนหน้าจอ ดึงต้นข้าวหลุดออกจากภวังค์ความคิด นิ้วเรียวกดเปิดดูอย่างรวดเร็วด้วยความเคยชิน คิดว่าเป็นข้อความราตรีสวัสดิ์ตามปกติจากคนเจ้าเล่ห์
แต่นี่ไม่ใช่...
ข้อความล่าสุดส่งมาจากแชตส่วนตัวของพี่อาร์ตโดยตรง เป็นภาพถ่ายใบเสร็จร้านหนังสือมือสองแห่งหนึ่ง พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาหัวใจของต้นข้าวหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
[Art_Art]: หนังสือเล่มที่น้องตามหาเมื่อปีที่แล้ว พี่เจอแล้วนะครับ... พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่เดิมนะ มีเรื่องสำคัญกว่านั้นจะบอกด้วย
ต้นข้าวเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระส่ำจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก หนังสือเล่มนั้น... เล่มที่เคยบ่นให้ฟังแค่ครั้งเดียวในแชตกลุ่มเมื่อนานมาแล้วเนี่ยนะ?
ก่อนที่ต้นข้าวจะได้ทันพิมพ์ข้อความใดตอบกลับไป ประตูระเบียงห้องพักที่ควรจะปิดสนิทกลับมีเสียงเคาะเบาๆ สามครั้ง ตามมาด้วยเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังลอดเข้ามาในความเงียบยามวิกาล
"เปิดระเบียงให้หน่อยสิครับต้นข้าว... คนแถวนี้แถวนี้ยังไม่อยากกลับห้อง ถ้าไม่ได้เห็นหน้าเด็กขี้โวยวายแถวนี้ก่อนนอน"
ต้นข้าวสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองเงาสูงโปร่งที่ยืนยิ้มแป้นอยู่หลังกระจกใส พร้อมกับชูถุงกระดาษใบเล็กในมือให้ดูผ่านแสงไฟสลัว
สมุดบันทึกเล่มใหม่ของเรา... กำลังจะเริ่มต้นบทที่ตื่นเต้นที่สุดในคืนนี้แล้วค่ะ
ขอบคุณที่เดินทางร่วมยิ้มและอมยิ้มไปกับทุกตัวอักษรของพวกเรานะคะ
ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม•ตอนที่ 39
บันทึกเล่มใหม่ของเรา
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!