กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นหอมฉุนของน้ำมันสนในห้องใต้หลังคาอับทึบ—มันไม่ใช่กลิ่นที่จิตรกรสาวควรจะต้องมาทนสูดดมในยามวิกาลเช่นนี้ รินรดาขยับปลายพู่กันขนกระรอกลงบนผืนผ้าใบแคนวาสขนาดใหญ่ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย หยดสีแดงชาดถูกป้ายทับลงไปอย่างไร้ทิศทาง สะท้อนความอึดอัดที่สุมแน่นอยู่ในทรวงอกของเธอตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ทว่า เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นจากบันไดไม้เก่าแก่ด้านนอก กลับทำให้หัวใจของเธอร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*เอี๊ยด... ปัง!*
ประตูห้องถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปราณี แรงลมปะทะเข้ากับร่างระหงจนเส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้ลวกๆ หลุดลุ่ยลงมาเคลียคลอข้างแก้ม รินรดาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในหัวเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มพุ่งเข้ามาในห้อง พร้อมกับกลิ่นอายของดินปืนและมรณะที่อบอวลไปทั่วอณูอากาศ
"เชี่ยเอ๊ย! ทางนี้ถูกปิดตาย!" เสียงสบถอย่างหัวเสียดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายผู้หนึ่งที่ทรุดฮวบล้มลงตรงมุมห้อง บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าท้องทำให้เลือดสีเข้มไหลทะลักออกมาเปรอะเปื้อนพื้นไม้ปาร์เกต์
และวินาทีนั้นเอง ที่ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีของ "มาร์คัส วอล์คเกอร์" หันมาสบเข้ากับดวงตาตื่นตระหนกของเธอ
ร่างสูงสง่าที่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบเขม่าดินปืนก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาร์ มือหนาที่เปื้อนคราบเลือดคว้าหมับเข้าที่ต้นคอระหง แรงบีบมหาศาลไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บเท่ากับความเย็นเยียบของปากกระบอกปืนโลหะสีดำสนิทที่จ่อเข้าที่ขมับของเธอในเสี้ยววินาทีต่อมา
"อย่าแม้แต่จะส่งเสียง..." เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามจากขุมนรกกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวปะปนกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและคาวเลือดเป่ารดต้น颈ของเธอจนขนลุกซู่ "ไม่งั้นฉันจะเป่าสมองเธอให้กระจายติดผนังห้องซะ ก่อนที่พวกมันจะเข้ามาเจอเรา"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่างจนปลายมือเย็นเฉียบ แต่ศักดิ์ศรีและความดื้อรั้นที่ฝังรากลึกในAuraของจิตรกรสาวกลับไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ เธอมองจ้องนัยน์ตาคู่คมสีเทาเข้มคู่นั้น—ดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากอดีตอันโหดร้ายและไร้ซึ่งความปรานีใดๆ
"คุณ... เข้ามาในห้องของฉัน..." เสียงของเธอแหบพร่าแต่แฝงไว้ด้วยความสั่นเครือที่พยายามควบคุม "ออกไปซะ..."
"เงียบปากน่า ผู้หญิงโง่!" มาร์คัสคำรามต่ำ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องศิลปะรกๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าต่างบานกระจกฝ้าที่มองเห็นตรอกมืดด้านล่าง เสียงฝีเท้าของศัตรูที่กำลังตามล่าพวกเขากำลังใกล้เข้ามาทุกที แรงกดดันรอบตัวทวีความรุนแรงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก
ปลายนิ้วหยาบกร้านของมาเฟียหนุ่มลากไล้จากลำคอระหงขึ้นมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับสัมผัสคุกคามที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจอันล้นเหลือ ร่างกายของเขาร้อนระอุราวกับเตาไฟ แนบชิดติดกับเรือนร่างบอบบางจนเธอรับรู้ได้ถึงมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามราวกับกลองศึก
"ถ้าไม่อยากตายคาเตียงวาดรูปนี่ ก็หุบปากแล้วทำตัวให้เงียบที่สุด..." มาร์คัสขู่ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ริมฝีปากหยักลึกเกือบจะแนบชิดกับใบหูของเธอ "เพราะถ้าฉันรอดออกไปไม่ได้ เธอ... ก็ไม่มีสิทธิ์ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้เหมือนกัน"
เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นที่ชั้นล่าง กระจกหน้าต่างแตกกระจาย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังก้าวขึ้นบันไดมาทีละขั้น... ทีละขั้น...
มาร์คัสไม่รอช้า เขากระชากข้อมือเล็กของเธอเข้าหาตัวจนร่างทั้งร่างปะทะเข้ากับแผงอกกว้างอย่างจัง ความเจ็บแปลบที่ข้อมือทำให้รินรดานิหน้า แต่วินาทีที่ริมฝีปากหยักได้รูปของเขาโน้มลงมาประชิดริมฝีปากของเธอเพื่อปิดกั้นเสียงร้องท้วง ดวงตาทั้งคู่ก็ประสานกันอย่างแนบแน่นในความมืดสลัว
สัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาไม่ได้นุ่มนวล แต่เต็มไปด้วยความดุดัน หิวกระหาย และอันตรายถึงชีวิต—มันคือรสชาติของความตายและความปรารถนาที่ถูกจุดประกายขึ้นพร้อมกันในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนี้
และก่อนที่เสียงพังประตูจะดังขึ้น รินรดาก็รับรู้ได้ทันทีว่า... โลกทั้งใบของเธอได้พังทลายลง และถูกดึงดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งซาตานร้ายผู้ไร้พ่ายผู้นี้เสียแล้ว
— *กุหลาบอาบแสงจันทร์* ค่ะ
ทัณฑ์สลักรักของมาเฟียไร้พ่าย•ตอนที่ 1
กลิ่นสีน้ำมันและปืนเถื่อน
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักรักของมาเฟียไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!