“ความลับในกระเป๋าของคุณ... มันสำคัญขนาดที่ต้องเก็บไว้ใต้กองเอกสารราชการลับเชียวหรือคะ จ้านเฉิง?”
หลินว่านหลิงเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้น ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของชายหนุ่มตรงหน้า มือที่ถือถ้วยน้ำชาสั่นเล็กน้อยจนน้ำผิวด้านในกระเพื่อมไหว กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันเครื่องและกลิ่นอายแดดบนชุดทหารของลู่จ้านเฉิงดูเหมือนจะทวีความเข้มข้นขึ้นในยามที่เขาก้าวเข้ามาใกล้จนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างคนทั้งสอง
ลู่จ้านเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง สันกรามของเขาสันขึ้นเล็กน้อยจากความตึงเครียด ก่อนที่ใบหน้าที่ดูขรึมเคร่งตามวิสัยทหารจะค่อยๆ คลายตัวลง เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเอ็นดูและความนัยบางอย่างที่หลินว่านหลิงอ่านไม่ออก
“ถ้าผมบอกว่านั่นคือแผนที่สู่การดูแลภรรยาให้สุขสบายที่สุดในมณฑลนี้ คุณจะเชื่อไหมครับ?” เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่าเล็กน้อย เขาไม่ได้หลบสายตา แต่กลับเป็นฝ่ายก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง วางมือหนาลงบนขอบโต๊ะ กักขังภรรยาตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนอย่างนุ่มนวล
“ไม่ต้องมาใช้ลูกไม้แพรวพราวกลบเกลื่อนเลยนะคะ” หลินว่านหลิงเค้นหัวเราะเบาๆ แม้ในใจจะเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ห้ามไม่อยู่ “ดิฉันเห็นของในนั้น... ซองจดหมายที่มีตราประทับแปลกๆ นั่นไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานแน่”
ลู่จ้านเฉิงถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบซองเอกสารที่ซ่อนอยู่ออกมาวางบนโต๊ะไม้เก่าๆ ของบ้านพัก เขาเลื่อนมันไปหาภรรยาช้าๆ “ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังคุณหรอกครับว่านหลิง เพียงแต่ผมแค่รอเวลา... เวลาที่ผมมั่นใจว่าผมจะสามารถปกป้องคุณได้จากทุกอย่างที่อยู่ในซองนี้”
ภายในซองไม่ใช่ความลับดำมืดอย่างที่เธอหวาดระแวง แต่มันคือโฉนดที่ดินผืนงามบริเวณเชิงเขาด้านหลังหมู่บ้าน และเอกสารการจองซื้ออุปกรณ์ทำฟาร์มทันสมัยจากต่างประเทศผ่านช่องทางพิเศษของกองทัพ หลินว่านหลิงเบิกตากว้าง เธอเงยหน้ามองชายหนุ่มที่เธอมองว่าซื่อตรงจนน่าซื่อบื้อ แต่กลับทำเรื่องที่ซับซ้อนและยิ่งใหญ่เพื่ออนาคตของครอบครัวได้ถึงเพียงนี้
“จ้านเฉิง... คุณ...”
“ผมอยากให้คุณได้ทำในสิ่งที่รัก” ลู่จ้านเฉิงเอื้อมมือมาแตะข้างแก้มใสของภรรยา แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความหวงแหน “คุณเหนื่อยกับการทำมาหากินมามากพอแล้ว ต่อไปนี้มิติฟาร์มของคุณเอาไว้ใช้เพื่อความสุขเถอะ ส่วนงานหนัก... ให้ผมเป็นคนจัดการเอง”
บรรยากาศในห้องครัวเล็กๆ เปลี่ยนไปในฉับพลัน ความกดดันมลายหายไป เหลือเพียงกลิ่นหอมอบอวลของซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่หลินว่านหลิงเคี่ยวทิ้งไว้บนเตาถ่าน แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดวูบไหวสะท้อนความรักที่กำลังเบ่งบานในดวงตาของคนทั้งคู่ หลินว่านหลิงรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ ความรู้สึกปลอดภัยที่เธอไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อนในโลกยุคปัจจุบัน
“คุณนี่มัน... บ้าจริงๆ” เธอพึมพำ แต่รอยยิ้มกลับแต้มพรายเต็มใบหน้า มือเรียวบางวางทาบลงบนมือหยาบกร้านของสามี “รู้ไหมคะว่าการลงทุนนี้มันเสี่ยงมาก ถ้าแม่สามีรู้เข้า...”
“แม่น่ะหรือครับ?” ลู่จ้านเฉิงหัวเราะในลำคอ “ปล่อยให้ท่านบ่นไปเถอะครับ วันนี้ผมเพิ่งจัดการ ‘ตัดไฟแต่ต้นลม’ ไปเรียบร้อยแล้ว ที่ท่านเข้ามาโวยวายเมื่อตอนหัวค่ำ เพราะท่านอยากได้เงินไปให้ลูกชายคนเล็ก แต่ผมจัดการเปลี่ยนกุญแจกล่องเก็บเงินใหม่แล้ว และบอกท่านไปว่าเงินทั้งหมดผมส่งให้คุณเก็บไว้ใช้ลงทุนทำกิจการครอบครัวหมดแล้ว”
หลินว่านหลิงอดไม่ได้ที่จะหลุดขำ ความสะใจแล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอจินตนาการถึงใบหน้าเขียวคล้ำของเฒ่าซื่อในยามที่ลูกชายที่เธอรักนักรักหนาหันหลังให้เธออย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องภรรยา ช่างเป็นภาพที่น่ารื่นรมย์เสียจริง
“คุณช่างร้ายกาจจริงๆ นะคะคุณทหาร” เธอเอ่ยแซวพร้อมกับจัดแจงตักซุปกระดูกหมูใส่ชามใบใหญ่ กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นเปื่อยยุ่ยจนแทบละลายในปากโชยไปทั่วบ้าน มันไม่ใช่แค่ซุปธรรมดา แต่มันคือผลผลิตที่ได้จากวัตถุดิบในมิติฟาร์มที่เธอแอบเอาออกมาปรุงเพิ่มรสชาติให้เข้มข้นเป็นพิเศษ
ทั้งสองนั่งลงทานมื้อค่ำด้วยกันท่ามกลางความเงียบที่แสนหวาน ลู่จ้านเฉิงคอยตักชิ้นเนื้อที่นุ่มที่สุดวางลงในชามของนางอย่างเอาใจ เขาเฝ้ามองหลินว่านหลิงเคี้ยวอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยอย่างมีความสุข สายตาที่เขามองนางไม่ใช่แค่สายตาของสามี แต่เป็นสายตาของคนที่พร้อมจะสละชีวิตเพื่อให้คนตรงหน้าได้มีรอยยิ้ม
“จ้านเฉิงคะ...” หลินว่านหลิงวางตะเกียบลงแล้วเอ่ยเบาๆ “ขอบคุณนะคะที่ทำเพื่อดิฉันขนาดนี้”
ลู่จ้านเฉิงลุกจากที่นั่งแล้วเดินอ้อมมาข้างหลังนาง เขาโน้มตัวลงกอดจากด้านหลัง ซบหน้าลงกับไหล่มน กลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาทำให้นางผ่อนคลาย “ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ เพราะสิ่งที่ผมทำไปทั้งหมด... ก็เพื่ออนาคตที่เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป”
ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่ความหวานชื่น ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้นอย่างแรงและรัวเร็วจนน่าตกใจ ลู่จ้านเฉิงผละออกจากตัวนางทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจทหารยามออกศึก หลินว่านหลิงขมวดคิ้วแน่น เธอรู้ดีว่ายามวิกาลเช่นนี้ คนที่กล้ามาเคาะประตูบ้านด้วยจังหวะที่ไร้มารยาทเช่นนี้มีเพียงคนเดียว...
“จ้านเฉิง! เปิดประตู! ฉันรู้ว่าพวกแกยังไม่นอน! ลูกอกตัญญู! แกคิดจะเก็บเงินทั้งหมดไว้กับนังผู้หญิงหน้าเงินนั่นงั้นหรือ!” เสียงแหลมสูงของเฒ่าซื่อแผดลั่นเข้ามาข้างใน พร้อมด้วยเสียงทุบประตูที่ดังสนั่นจนตัวบ้านสะเทือน
ลู่จ้านเฉิงหันมาสบตานาง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาที่พร้อมจะฟาดฟัน แต่หลินว่านหลิงกลับคว้าข้อมือเขาไว้ แววตาของเธอฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทาย
“ใจเย็นค่ะจ้านเฉิง” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ ทว่าแฝงไปด้วยความร้ายกาจ “ในเมื่อแม่สามีอยากได้เงินนัก คืนนี้เราก็มาเล่นสนุกกันสักหน่อยดีกว่า... ฉันมีบางอย่างในมิติที่จะทำให้ท่านจำไปจนวันตายเลยค่ะ”
เธอกดปุ่มในแอปพลิเคชันมิติฟาร์มเบาๆ สินค้าชนิดใหม่ที่เพิ่งปลดล็อกได้สำเร็จถูกเตรียมพร้อมอยู่ในมือ ขณะที่ประตูหน้าบ้านเริ่มโงนเงนเพราะแรงกระแทกจากด้านนอก ราวกับว่ากำแพงที่กั้นระหว่างความสงบกับความวุ่นวายกำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่อึดใจ!
สวนส้มปลายฟ้าขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 33 นะคะ หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขไปกับความหวานและแผนร้ายของนางเอกเราค่ะ!
ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70•ตอนที่ 33
ความหวานชื่นยามค่ำคืน
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!