"หุบปากเสีย!"
เสียงคำรามของเฟยหลงดังสะท้อนดังก้องราวสายฟ้าฟาดท่ามกลางความโกลาหล ไอพลังมารโบราณที่พวยพุ่งทะลักขึ้นมาจากรอยแยกสีดำสนิทเบื้องล่างนั้น ไม่ได้ทำให้หัวใจของจอมกระบี่หนุ่มสั่นคลอนแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาของเขาคู่นั้นกลับทอประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งได้รับการลับจนถึงขั้นสูงสุด
พื้นดินที่เคยราบเรียบ บัดนี้แตกสลายกลายเป็นเหวลึกนับพันวาเศษซากหิมะและดินโคลนถูกแรงดันมหาศาลจากเบื้องล่างซัดสาดขึ้นสู่ท้องนภาจนมืดมิด ทว่าในวินาทีแห่งความเป็นความตายนี้เอง ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวหิมะบนยอดเขาไร้เงากลับเคลื่อนไหว ไป๋จินเซียนหาได้มีความตื่นตระหนกไม่ ปราณหยินบริสุทธิ์รอบกายางนางแผ่ขยายออกเป็นรัศมีวงกลมสีครามเข้ม ต้านทานแรงกดดันอันชั่วร้ายที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากขุมนรกเอาไว้ได้อย่างงดงามไร้ที่ติ
"ระวังตัวด้วย... ใต้รอยแยกนั้นไม่ใช่เพียงแค่ไอพลังมารธรรมดา"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูเอ่ยเตือน นางปรายตามองเฟยหลงแวบหนึ่ง แววตาคู่นั้นซ่อนความห่วงใยอันล้ำลึกที่มักถูกปิดตายเอาไว้ภายใต้หน้ากากไร้ความรู้สึก แม้ในยามที่โลกเบื้องหน้ากำลังจะล่มสลาย เคมีอันเย้ายวนและมั่นคงระหว่างคนทั้งสองกลับยิ่งเด่นชัดขึ้น ราวกับว่าต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย พวกเขาก็พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าฟันมันไปด้วยกัน
แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้ลงมือผนึกรอยแยกมารเบื้องล่าง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยอันแหบแห้งและน่าขนพองสยองเกล้าก็ดังแทรกขึ้นมาจากม่านหมอกสีดำทึบเบื้องหน้า
"ฮ่าๆๆๆ... คิดหรือว่าพวกเจ้าสองคน ไม่สิ... เจ้าหนูตระกูลเฟยผู้โง่เขลา จะมีปัญญาขวางทางบรรพชนมารโลหิตได้!"
เงาร่างนับสิบสายพุ่งทะยานออกมาจากพายุหิมะอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี พวกมันคือกลุ่มโจรป่าทมิฬแห่งแดนรกร้างทางเหนือ นำโดยชายร่างใหญ่โตราวกับยักษ์ปักหลั่น นามว่า 'เซียวเทียน' ผู้มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดลากยาวตั้งแต่หน้าผากจนถึงมุมปาก มือหนาของมันถือขวานยักษ์โลหิตที่อาบไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือด ชัดเจนว่าพวกมันซุ่มรอจังหวะนี้มานานนับตั้งแต่วินาทีที่เฟยหลงก้าวเท้าเข้าสู่เขตแดนรกร้างแห่งนี้
เฟยหลงมิได้หันกลับไปมองกลุ่มโจรที่พุ่งเข้ามาเลยแม้แต่น้อย ร่างกายของเขายังคงยืนหยัดตรงแน่ว ปราณกระบี่เยือกแข็งในตันเถียนหมุนวนอย่างบ้าคลั่งจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ คล้ายพยัคฆ์คำรามในถ้ำน้ำแข็ง
"ข้ากำลังรีบ... พวกเจ้าเลือกเวลามาตายได้เลวร้ายยิ่งนัก"
เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงนับสิบองศาในพริบตาเดียว
เซียวเทียนหัวเราะลั่นด้วยความลำพองใจ ขวานยักษ์ในมือฟาดฟันลงมาหมายผ่าร่างของจอมกระบี่หนุ่มให้ขาดเป็นสองท่อน "ไอ้เด็กน้อย อวดดีนัก! จงกลายเป็นผีเฝ้าแดนรกร้างนี้เสียเถอะ!"
*ฉับพลัน!*
ประกายแสงสีเงินยวดยิ่งกว่าสายฟ้าแลบปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ไม่มีใครมองเห็นว่าเฟยหลงชักกระบี่ออกจากฝักตั้งแต่เมื่อใด รู้ตัวอีกที ปลายกระบี่เยือกแข็งก็หยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าอกของเซียวเทียนห่างเพียงแค่กระดาษกั้น ไอความเย็นยะเยือกแล่นริ้วผ่านเกราะเหล็กหนาเข้าสู่หัวใจของหัวหน้าโจรป่าโดยตรง ขวานยักษ์ในมือของเซียวเทียนหยุดค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกโพ้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เส้นเลือดทั่วร่างแข็งค้างกลายเป็นน้ำแข็งในชั่วพริบตา
"วิชา... อะไรกัน..." เซียวเทียนเปล่งเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ร่างยักษ์ของมันจะแตกสลายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับล้านชิ้นแล้วปลิวหายไปกับสายลมหนาวอย่างไร้ร่องรอย
กลุ่มโจรป่าที่เหลือที่กำลังพุ่งเข้ามาต่างชะงักฝีเท้ากึก ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นเทาจนแทบก้าวไม่ออก พวกมันไม่เคยพบเห็นยอดฝีมือที่สามารถสังหารหัวหน้าของพวกมันด้วยกระบวนท่าเดียวอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้มาก่อน
"ใครยังอยากลองดี เชิญก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว" ไป๋จินเซียนก้าวขึ้นมาเคียงข้างเฟยหลง กระบี่ในมือของนางเปล่งแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า กดดันให้โจรป่าเหล่านั้นถอยร่นโดยไม่ต้องลงมือ
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย และเฟยหลงกำลังจะก้าวเดินไปสำรวจรอยแยกมารเบื้องล่างเพื่อหาเบาะแสของพรรคอสูรโลหิตตามเป้าหมาย จู่ๆ ไอพลังมารที่ควรจะสงบลงกลับพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้งอย่างไร้เหตุผล ท้องนฟ้ายามค่ำคืนที่ควรจะมืดมิด กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานราวกับโลหิตสดๆ
และสิ่งที่ทำให้หัวใจของทั้งเฟยหลงและไป๋จินเซียนต้องกระตุกวูบ ก็คือเสียงกระซิบอันคุ้นเคยและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของพวกเขา... เสียงของมารโลหิตเทียนกวางที่ไม่ได้อยู่ ณ ที่นี้ แต่มันกำลังส่งกระแสจิตข้ามภพมาหาเฟยหลงโดยตรง!
*“เฟยหลง... เจ้าคิดว่าการตามล่าพรรคอสูรโลหิตของเจ้า จะทำให้เจ้าได้ล้างแค้นสำนักงั้นรึ? น่าสมเพชยิ่งนัก... เพราะแท้จริงแล้ว ศัตรูที่แท้จริงที่ฆ่าล้างโคตรตระกูลของเจ้า ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็น...”*
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหนาวเหน็บและคมกระบี่นี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กระบี่เยือกแข็งดับตะวัน•ตอนที่ 2
รอยเท้าบนหิมะพันลี้
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกแข็งดับตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
