หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 3

รินรดา ณ หอสมุดกาลเวลา

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
"วางลงเสียเถิดครับ... หนังสือเล่มนั้นไม่ได้บันทึกความจริง แต่มันบันทึกสิ่งที่คนเขียนอยากให้โลกจดจำไว้ต่างหาก" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่กังวานดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของหอสมุดกาลเวลา กวินชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปสัมผัสสันปกหนังเก่าคร่ำคร่า สัมผัสถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากชั้นวางราวกับกระแสลมจากอดีตที่ยังไม่ตาย เขาลดมือลงพลางหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันเบื้องบนส่องกระทบใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่ง เธอไม่ได้ยืนอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น แต่กลับนั่งอยู่บนบันไดเลื่อนไม้ที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ—ใช่ครับ ลอยอยู่—ในมือของเธอมีสมุดจดบันทึกสีหม่น เธอสวมชุดสีเทาหม่นที่ดูเข้ากับชั้นหนังสือโบราณราวกับถูกหลอมรวมมาด้วยกัน รินรดาจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่ลึกซึ้งดั่งมหาสมุทรที่ผ่านการตกตะกอนมานับศตวรรษ "กวินใช่ไหมครับ? คนที่อ่านบทกวีของดวงดาวออก แต่กลับอ่านหัวใจตัวเองไม่ออก" เธอกล่าวต่อโดยไม่รอคำตอบ รอยยิ้มที่มุมปากของเธอไม่ได้มีไว้เพื่อต้อนรับ แต่มันมีไว้เพื่อตั้งคำถาม กวินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเป็นคนเงียบขรึมและไม่ชอบการถูกรุกล้ำพื้นที่ความคิดโดยคนแปลกหน้า แต่ทว่าความลึกลับที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาวผู้นี้กลับตรึงเท้าเขาไว้กับพื้น "คุณรู้ชื่อผมได้อย่างไร และที่นี่... ที่นี่ไม่ใช่หอสมุดสาธารณะทั่วไปใช่ไหม" รินรดาหัวเราะเบาๆ เสียงของเธอกังวานเหมือนเสียงกระดิ่งที่ถูกลมพัดผ่าน เธอเคลื่อนบันไดไม้ลงมาอย่างแผ่วเบาจนเท้าแตะพื้นหินขัดเงา ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้กวิน กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหมึกโบราณโชยเข้าจมูกของเขา มันเป็นกลิ่นที่ไม่สามารถหานิยามใดๆ มาเปรียบเปรยได้ "ที่นี่คือหอสมุดกาลเวลา ที่ที่คุณจะพบคำตอบที่ไม่มีวันพบในโลกภายนอก แต่มันมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ กวิน" เธอหยุดยืนตรงหน้าเขา ห่างออกไปเพียงหนึ่งช่วงแขน "คุณมาที่นี่เพื่อตามหาบทกวีที่หายสาบสูญหรือมาเพื่อตามหาเศษเสี้ยวของครอบครัวที่พรากจากกันไป?" กวินนิ่งงัน คำถามนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงไปในแผลเป็นในใจที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี "คุณเป็นใครกันแน่ รินรดา? หรือว่าคุณเป็นเพียงภาพหลอนที่ความทรงจำของผมสร้างขึ้นมา?" รินรดาไม่ตอบ เธอเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มที่กวินหมายตาไว้เมื่อครู่ขึ้นมาเปิดออก หน้ากระดาษข้างในนั้นว่างเปล่า ทว่าเมื่อเธอวางมือลงบนแผ่นกระดาษ อักษรสีทองก็ค่อยๆ ผุดพรายขึ้นมาดั่งหยาดน้ำค้างที่เกาะตัวบนใบไม้ในยามเช้า "กวีไม่ได้เขียนด้วยหมึกหรอกครับ แต่เขียนด้วยบาดแผล" เธอกระซิบ "ถ้าคุณอยากรู้ว่าเหตุใดบรรพบุรุษของคุณถึงเลือกที่จะทิ้งบทกวีบทสุดท้ายไว้ในที่ที่แสงตะวันส่องไม่ถึง คุณต้องยอมรับก่อนว่าตัวเองไม่ใช่แค่กวี แต่เป็นผู้รักษาสัจจะที่ตายไปแล้ว" กวินรู้สึกว่าบรรยากาศในห้องนี้เริ่มหนาแน่นขึ้น อากาศดูเหมือนจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นความอัดอั้นที่ยากจะหายใจ เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของรินรดาโดยสัญชาตญาณ—สัมผัสของเธอมันเย็นเยียบจนน่าตกใจ แต่มันกลับมีความอบอุ่นที่สั่นคลอนหัวใจเขาอย่างประหลาด "ผมไม่สนเรื่องสัจจะหรืออะไรทั้งนั้น" กวินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "ผมแค่ต้องการทราบว่า... ในวันที่บ้านของผมมอดไหม้ไปกับเปลวเพลิง พวกเขาจากไปเพราะเหตุผลอะไร" รินรดาไม่ได้ชักมือกลับ เธอกลับพลิกข้อมือมาจับมือเขาไว้แน่น สายตาของเธออ่อนแสงลงราวกับจะปลอบประโลมความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าที่แข็งกระด้างนั้น "ถ้าอย่างนั้น กวิน... ลองอ่านข้อความนี้ดูสิ" เธอเปิดหนังสือไปหน้าสุดท้าย แล้วแสงสีทองก็สว่างจ้าขึ้นจนกวินต้องหลับตาแน่น ทว่าเมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่เขาเห็นกลับไม่ใช่ตัวอักษรบนหน้ากระดาษ แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน—ภาพบ้านไม้หลังเก่าที่เขารัก กำลังถูกล้อมรอบด้วยเงาของชายปริศนาสี่คนที่ไม่เคยปรากฏในความทรงจำมาก่อน เงาสีดำนั้นไม่ได้ถืออาวุธ แต่ในมือของพวกเขากลับถือหนังสือที่ลักษณะเหมือนเล่มที่รินรดาถืออยู่ไม่มีผิดเพี้ยน "ดูให้ดี กวิน" เสียงรินรดาดังขึ้นข้างหูเขา แต่มันช่างไกลห่าง "เพราะในวินาทีที่พ่อของคุณกำลังตัดสินใจว่าจะเผาตำราเล่มนั้นทิ้ง หรือจะยอมแลกชีวิตเพื่อรักษาบทกวีนี้ไว้... เขากำลังจ้องมองมาที่คนๆ หนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ เขามาตลอด" กวินเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนเคียงข้างพ่อในภาพนิมิตนั้น บุคคลนั้นสวมผ้าคลุมสีเทาหม่นไม่ต่างจากที่รินรดาใช้อยู่ในปัจจุบัน และในวินาทีที่คนผู้นั้นหันหน้ามาสบตากับเขากลางภาพนิมิต กวินถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นเมื่อพบว่า คนที่ทรยศครอบครัวของเขาในวันนั้น คือใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในเวลานี้เอง รินรดาปล่อยมือเขา ก่อนจะก้าวถอยหลังไปในเงามืด "ยินดีต้อนรับสู่หอสมุดกาลเวลาครับ กวิน... ความจริงที่คุณตามหา เริ่มต้นขึ้นในวินาทีที่คุณเพิ่งจะตระหนักว่า ฆาตกรที่แท้จริงคือคนเดียวกับคนที่คุณกำลังเริ่มจะเชื่อใจมากที่สุด" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำค้างแห่งความทรงจำไปกับกวินและรินรดานะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%