"ถ้ายังเอาแต่จิ้มแก้มผมอยู่แบบนี้... ผมจะถือว่าคุณฉวยโอกาสจากคนป่วยนะทิว"
เสียงทุ้มห้วนที่เจือความแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้น ท่าالإญกิริยาของคนพูดคือการปรือตาขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาคมกริบที่ไม่มีร่องรอยของคนง่วงงุนเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนถูกจับได้คาหนังคาเขาถึงกับชักมือกลับแทบไม่ทัน
ทิวสะดุ้งสุดตัวราวกับโดนไฟช็อต ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติจะนิ่งสนิทและวางมาดประธานชมรมดนตรีผู้เคร่งขรึม บัดนี้กลับขึ้นสีแดงลามเลียไปถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างสูงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงพยาบาลในห้องพักฟื้นของมหาวิทยาลัยทันที ท่าทางเก้ๆ กังๆ นั้นหาดูได้ยากยิ่ง ชนิดที่ถ้าเมฆเพื่อนสนิทของพายมาเห็นเข้าคงต้องควักมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเก็บไว้แบล็กเมลไปอีกสามชาติ
"ใครฉวยโอกาสกันพาย อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อ... นายเพิ่งฟื้นไข้ กินยาเข้าไป สมองคงเบลอจนเพ้อเจ้อมากกว่ามั้ง" ทิวเชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อนความพิรุธ ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นในแบบฉบับของคนปากแข็งฟอร์มจัด มือหนาทั้งสองข้างซุกเข้ากระเป๋าเสื้อกางเกงเพื่อซ่อนอาการสั่นเล็กน้อยที่แม้แต่เจ้าตัวก็ห้ามมันไม่ได้
พายแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างโปร่งยันตัวขึ้นพิงหัวเตียงช้าๆ โดยมีหมอนใบใหญ่หนุนหลังไว้ ดวงตาสองชั้นเฉี่ยวคมมองสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อเชิ้ตนักศึกษาที่ยับย่นเล็กน้อยจากการเฝ้าไข้ตลอดทั้งคืน กับขอบตาคล้ำจางๆ ที่ฟ้องชัดเจนว่าคนปากร้ายคนนี้ไม่ได้นอนหลับอย่างสบายใจเลยสักนิดตั้งแต่เขาหมดสติไปกลางห้องซ้อมดนตรีเมื่อวานนี้
ปากบอกว่ารำคาญ ปากบอกว่าหน้าที่ประธานชมรมต้องรับผิดชอบสมาชิก แต่การนั่งเฝ้าคนไข้จนถึงเช้าแถมยัง... แอบจิ้มแก้มคนอื่นตอนเขานับจังหวะหายใจเนี่ยนะ? มันเกินวิสัยคนไร้มนุษยสัมพันธ์ไปไกลโขแล้วล่ะมั้ง
"เพ้อเจ้อเหรอครับ?" พายทวนคำ เสียงแหบๆ นั้นกลับยิ่งทวีความเซ็กซี่บาดใจเข้าไปอีกเมื่อเจ้าตัวจงใจลดระดับเสียงลงต่ำแล้วเอียงคอมอง "งั้นเมื่อกี้ใครกันนะที่บอกว่า... *'อย่าเป็นอะไรนะพาย ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่า...'*"
พายจงใจเว้นวรรคช่วงท้าย พร้อมทั้งหรี่ตามองปฏิกิริยาของคนตรงข้ามที่ตอนนี้หน้าถอดสีไปเรียบร้อยแล้ว
ทิวเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจในอกข้างซ้ายกระหน่ำซัดรุนแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ประโยคที่เขาเผลอหลุดปากพูดออกไปตอนที่คิดว่าอีกฝ่ายยังไม่รู้สึกตัว... พายได้ยินมันจริงๆ สินะ!
"ฉัน... ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น นายหูฝาดแล้วพาย!" ทิวเสียงดังกลบเกลื่อน ใบหน้าร้อนผ่าวราวจับไข้เสียเอง สองขาวยาวก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่แสนจะรู้ทันของมือเบสตัวแสบ
"หูฝาด?" พายเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ขยับตัวลงจากเตียงช้าๆ แม้เรียวขาจะยังมีความอ่อนแรงหลงเหลืออยู่บ้างจากพิษไข้ แต่ความดื้อรั้นและศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนยอมไม่ได้ที่จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ พายก้าวเข้าไปประชิดตัวประธานหนุ่มทีละน้อย จนกระทั่งทิวต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับประตูห้องพยาบาลปิดสนิท "แปลกจังนะครับ ประธานวงเราหูทวนลมเก่งตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่า... ความลับที่ซ่อนไว้มันกำลังจะหลุดออกจากปากแล้วเลยต้องรีบปฏิเสธกลบเกลื่อนกันแน่"
ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อนๆ ลอยวนอยู่ในบรรยากาศที่เริ่มร้อนระอุขึ้นทีละน้อย ทิวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบของพายที่ช้อนขึ้นมองสบตาทำเอาเขาสติกระเจิง สมองที่เคยประมวลผลเพลงและโน้ตดนตรีได้อย่างแม่นยำ บัดนี้กลับว่างเปล่าขาวโพลน
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายบ้าอะไร ดื้อก็ดื้อ ปากจัดก็ปากจัด แถมเวลาป่วยแล้วยังมีเสน่ห์ทำลายล้างสูงขนาดนี้อีก!
"ถอยไปพาย นายเพิ่งหายไข้ อย่ามาหาเรื่องใกล้ชิดแถวนี้" ทิวพยายามทำเสียงให้ดุที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่น้ำเสียงสั่นพร่าที่หลุดออกมากลับทรยศความตั้งใจเสียสนิท แถมมือขาวยังยกขึ้นมาดันไหล่บางของอีกฝ่ายไว้เบาๆ ไม่ให้เข้ามาใกล้ไปมากกว่านี้
แต่พายกลับไม่ถอย แถมยังโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่บนผิวแก้มทำเอาทิวขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ถ้าผมไม่ถอยล่ะครับ... คุณจะทำไมทิว" น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ ทว่าก่อนที่ทิวจะได้ทันตั้งตัวหรือหาคำพูดไหนมาโต้เถียงเพื่อรักษาฟอร์มของประธานชมรม
*ก๊อกๆๆ แกร๊ก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเพียงจังหวะเดียว ตามด้วยการบิดลูกบิดเปิดเข้ามาอย่างไร้มารยาทของใครบางคน ทำเอาคนทั้งคู่ต้องผละออกจากกันแทบไม่ทัน
"เฮ้ย! ไอ้นายทิว! น้องพายฟื้นยังวะ กูซื้อโจ๊กกับ... อ้าวเฮ้ย..."
เมฆที่ถือถุงโจ๊กพะรุงพะรังชะงักกึกอยู่ตรงธรณีประตู ดวงตากลมโตเบิกกว้างอ้าปากค้างมองภาพตรงหน้า สลับไปมาระหว่างทิวที่ยืนหน้าแดงก่ำหายใจหอบกระชั้น กับพายที่ยืนกอดอกพิงขอบเตียงด้วยสีหน้าหงุดหงิดระคนเสียดาย
ทิวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงเป็นปกติในเวลาไม่ถึงสามวินาที แม้ว่าใบหูจะยังแดงแจ๋อยู่ก็ตาม "เข้ามาทำไมไม่เคาะให้มันดีๆ หะไอ้เมฆ!"
"กูก็เคาะแล้วป่ะวะ! แต่พวกมึงสองคนนั่นแหละ... ยืนทำอะไรกันใกล้ชิดขนาดนั้นวะ หรือว่ากูมาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้า?" เมฆหรี่ตามองอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าทันทีตามสไตล์ตัวชงประจำแก๊ง
พายแค่นหัวเราะหึๆ ในลำคอ ส่งค้อนวงใหญ่ให้เพื่อนสนิทหนึ่งที "แกมาขัดจังหวะคนกำลังจะสารภาพรักพอดีเลยว่ะเมฆ เสียดายชะมัด"
"พาย!" ทิวแหวขึ้นเสียงดัง ใบหน้าร้อนผ่าวซ้ำสองจนแทบระเบิด
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังชุลมุนอยู่กับความเขินและเสียงแซวของเพื่อนสนิท เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกห้องพยาบาลก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดนักศึกษาเข้ารูปพอดีตัว เรือนผมยาวสลวยและใบหน้าสะสวยที่ใครๆ ในคณะต่างก็จำได้แม่น
รินยืนอยู่ตรงนั้น... พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ส่งตรงเข้ามาในห้อง ทว่านัยน์ตากลับกวาดมองพายและทิวด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"สวัสดีค่ะทุกคน... พอดีรินได้ข่าวว่าพายไม่สบาย เลยแวะเอาซุปไก่มาเยี่ยมค่ะ"
บรรยากาศในห้องที่เคยอบอวลด้วยความหวานอมเปรี้ยว พลันดิ่งวูบลงในพริบตาเดียว...
[ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาฟินและลุ้นไปกับโมเมนต์หัวใจจะวายด้วยกันนะครับ!] - คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 16
ตื่นมาก็เจอหน้าเลย
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!