"นายเซ็นตรงนี้... และห้ามเบี้ยว ไม่งั้นฉันจะเอาคลิปนายตอนดีดเบสท่าแมวน้ำเมื่อคืนไปประจานให้,ฮาลั่นห้องชมรม"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเจ้าเล่ห์ดังขึ้นเหนือหัว ท่ามกลางกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และอาการปวดตุบที่ขมับซ้ายเหมือนมีคนเอาค้อนมาเคาะกะโหลก พายสะดุ้งสุดตัว ขยับถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับพนักโซฟาหนังสีดำในห้องซ้อมดนตรีส่วนตัวของชมรม ดวงตากลมโตคู่สวยกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ภาพแรกที่ปรากฏชัดคือร่างสูงโปรดของ 'ทิว' ประธานชมรมดนตรีสุดเนี๊ยบที่ปกติวางฟอร์มยิ่งกว่าหุ่นยนต์พิพิธภัณฑ์ แต่วันนี้กลับปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาออกสองเม็ด แขนเสื้อพับขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนแข็งแรง และที่สำคัญที่สุด... ในมือข้างหนึ่งของหมอนั่นถือกระดาษ A4 แผ่นหนึ่ง ส่วนอีกข้างถือปากกาหมึกซึมยื่นมาตรงหน้าเขาอย่างใจเย็น
พายหรี่ตามองกระดาษแผ่นนั้นสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ สมองที่ยังประมวลผลไม่เต็มร้อยพยายามกรอเทปย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน... งานเลี้ยงฉลองต้อนรับเปิดเทอมของเด็กปีสอง คลับใต้หอพัก เสียงเบสกระหึ่ม แก้วเหล้าที่หมุนเวียนเปลี่ยนมือ และ... รอยยิ้มกวนประสาทของไอ้ประธานหน้าหล่อคนนี้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ให้ตายเถอะ... เขาเมา ชัวร์ และคงเมาจนขาดสติไปพักใหญ่แน่ๆ
"กระดาษอะไรของนาย ทิว?" พายเค้นเสียงถาม รวบรวมพลังทั้งหมดกดเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความสังหรณ์ใจที่ไม่ค่อยดีนัก "แล้วฉันไปทำอะไรเวรตะไลใส่ห้องชมรมตอนไหน อย่ามาใส่ร้ายนะ"
"ใส่ร้ายเหรอ?" ทิวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวจนพายต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก "เมื่อคืนตอนตีสอง นายเป็นคนบอกเองนะ 'ทิว... นายมันเก่งคณิตบริหารจัง สอนฉันหน่อยสิ ถ้าสอบตกฉันยอมเป็นทาสนายเลยเอ้า!' แถมยังคว้าคอฉันลงไปเกือบจูบ... ดีนะที่ฉันยังมีสติพอจะลากตัวนายมาทำสัญญาฉบับนี้ไว้ก่อน"
พายเบิกตากว้างจนแทบถลน เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะความอับ3อายขายหน้าต่างหาก! เขาเนี่ยนะ... ไปอ้อนวอนขอให้ไอ้คนปากร้ายนี่ติวหนังสือให้แถมยังเกือบจูบเนี่ยนะ? บ้าไปแล้ว! สติสัมปชัญญะของเขาหายไปไหนหมดวะเมื่อคืน!
"นายโกหก! ฉันไม่มีทางพูดจาขายขี้หน้าแบบนั้นแน่ๆ ส่งกระดาษมานี่นะ!" พายพยายามพุ่งตัวแย่งกระดาษในมืออีกฝ่าย แต่ทิวไวกว่า เขายกกระดาษขึ้นสูงเหนือหัว ด้วยความที่ส่วนสูงต่างกันเกือบสิบเซนติเมตร ทำให้มือเรียวของมือเบสมาดเท่คว้าได้แค่ความว่างเปล่า
"เตี้ยแล้วยังใจร้อนอีกนะพาย" ทิวหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกินในความรู้สึกของพาย "อ่านทวนดูสิ ตัวหนังสือหยิกเป็นไส้เดือนนี่ลายมือนายชัดๆ แถมมีลายเซ็นยึกยือพร้อมรอยนิ้วมือเปื้อนหมึกสีน้ำเงินเป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ คิดจะเบี้ยวเหรอ มือเบสวง *The Paradox* ชื่อดังแห่งคณะนิเทศฯ ไม่รักษาคำพูดหรอกมั้ง?"
พายกัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือด ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปยังกระดาษในมือทิว เขาชะโงกคอมองตัวหนังสือบนนั้น และให้ตายเถอะ... มันคือลายมือของเขาจริงๆ ยิ่งเห็นข้อความที่เขียนด้วยลายมือไก่เขี่ยแต่เน้นย้ำว่า *'สัญญาว่าจะตั้งใจเรียนและให้ทิวติวให้จนกว่าจะผ่านเกณฑ์ C+'* พายก็อยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด วิชาสถิติธุรกิจตัวปัญหานั่น เขาดรอปมาเทอมนึงแล้ว ถ้าเทอมนี้ไม่ผ่าน เขาโดนแม่เฉ่งจนหูชาแน่ๆ แต่การให้ไอ้ประธานชมรมคนนี้มานั่งติวให้เนี่ยนะ? มันเหมือนเอาตัวเองไปเดินเข้าปากเสือชัดๆ!
"ฉันแค่เมา พูดพล่อยๆ ไปตามประสาคนขาดสติ นายเป็นถึงประธานชมรม ทำไมต้องมาถือสาคำพูดคนเมาด้วยวะ ทิว?" พายเปลี่ยนแผนมาใช้ไม้อ่อน น้ำเสียงห้วนจัดเจือแววประชดประชันเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "เอาเป็นว่าฉันเลี้ยงข้าวไถ่โทษมื้อนึง จบๆ กันไป นายฉีกสัญญานั้นทิ้งซะ"
ทิวหุบยิ้มลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหงุดหงิด เขาก้มตัวลงมาใกล้ขึ้น จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณแก้มจนพายต้องกลั้นหายใจ
"ข้าวแค่มื้อเดียว มันไม่คุ้มกับเวลาอันมีค่าของฉันหรอกพาย..." ทิวเอ่ยเสียงกระซิบพร่าต่ำ น้ำเสียงนั้นฟังดูจริงจังขึ้นจนพายเผลอชะงัก "อีกอย่าง... คนอย่างทิวพูดคำไหนคำนั้น นายอยากรอดตัวจากวิชาสถิติ นรกนั่นไม่ใช่เหรอ? ฉันอุตส่าห์ใจดีรับเป็นติวเตอร์ส่วนตัวให้... นายควรจะกราบขอบคุณฉันด้วยซ้ำ ไม่ใช่มาทำหน้ายักษ์ใส่แบบนี้"
"ใครอยากให้แกติวไม่ทราบ! ถอยไปเลยนะ อึดอัดเว้ย!" พายใช้มือผลักไหล่กว้างของอีกฝ่ายออกเต็มแรง ทิวอมยิ้มบางๆ ยอมถอยหลังออกไปสองก้าวอย่างง่ายดาย แต่แววตาพราวระยับคู่นั้นยังคงจับจ้องมองมาที่เขาไม่วางตา เหมือนแมวตัวใหญ่ที่กำลังสนุกกับการต้อนหนูจนมุม
แกร๊ก!
เสียงเปิดประตูห้องซ้อมดนตรีดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดระหว่างคนทั้งคู่ ร่างโปร่งบางของ 'เมฆ' เพื่อนสนิทสายปั่นประจำกลุ่มโผล่หน้าเข้ามา พร้อมกับถุงกาแฟเย็นสองถุงในมือ แต่พอเห็นบรรยากาศแปลกๆ ภายในห้อง เมฆก็ชะงักกึก ดวงตาสอดส่องมองทิวที่ยืนยันยิ้มอยู่กับพายที่หน้าตาแดงก่ำนั่งกอดอกพิงโซฟา
"อุ๊ย... ขอโทษที กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรสวีทหวานกันหรือเปล่าเนี่ย?" เมฆทำเสียงแซวทันทีตามนิสัย พร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม "พอดีกูไปซื้อกาแฟมาฝาก... เอ้ย ทิว มึงมาทำอะไรเช้าตรู่ว่ะเนี่ย หรือว่า..."
"ไม่มีอะไร เมฆ" ทิวหันไปตอบเสียงเรียบ แต่รอยยิ้มมุมปากยังไม่จางหาย "กูแค่มารับหน้าที่ 'ว่าที่ติวเตอร์' ให้เพื่อนสนิทมึงเฉยๆ พอดีเมื่อคืนพายเขาร้องห่มร้องไห้บอกว่าขาดฉันไม่ได้ อยากให้ฉันช่วยติววิชาสถิติให้หน่อย"
"ไอ้ทิว! ไอ้หน้าด้าน!" พายโพล่งขึ้นมาเสียงดังลั่น กระโดดลุกจากโซฟาหมายจะพุ่งไปกระชากคอเสื้อคนพูดจาบิดเบือนความจริง แต่เมฆไวกว่า วิ่งเข้ามาขวางกลางแล้วดึงแขนพายไว้พร้อมกับทำตาโต
"เฮ้ยๆ ใจเย็นเพื่อน! วิชาสถิติเหรอวะ? ที่มึงบ่นกับกูทุกวันว่าถ้าตกอีกรอบพ่อจะยึดกีตาร์เบสตัวโปรดน่ะนะ?" เมฆหันมาถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ พายหันขวับไปค้อนใส่เพื่อนรักทันที "มึงจะเข้าข้างมันเหรอไอ้เมฆ!"
"กูไม่ได้เข้าข้างใคร กูรักความจริงเว้ย!" เมฆหัวเราะร่าเริง "ในเมื่อประธานทิวสุดหล่อเขามีน้ำใจจะสละเวลาอันมีค่ามาติวให้ มึงก็รับๆ ไปเถอะวะ ดีกว่าไปนั่งร้องไห้หน้าห้องสอบรอบสองนะมึง"
ทิวยกยิ้มมุมปากอีกครั้งอย่างพอใจ เขาเดินเข้ามาตบไหล่พายเบาๆ สองทีเชิงหมั่นเขี้ยว ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่
"เย็นนี้ หกโมงตรง... ที่ห้องสมุดคณะบริหาร ห้ามสายล่ะ พาย... ถ้าไม่อยากให้คลิปดีดเบสแมวน้ำหลุดไปถึงหูคนทั้งมหาลัย"
พูดจบ ทิวก็หมุนตัวเดินฮัมเพลงออกจากห้องซ้อมไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้พายยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคืองจนตัวสั่น ส่วนเมฆก็ได้แต่ยืนอมยิ้มกรุ้มกริ่มแซวไม่หยุด
แต่ทว่า... ในจังหวะที่พายกำลังจะหันไปด่าเพื่อนสนิทแก้เขิน ประตูห้องซ้อมที่เพิ่งปิดลงไปเมื่อครู่ก็ถูกผลักเปิดผางขึ้นอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางทางออก
ริน... อดีตคนคุยเก่าของทิวที่หายหน้าไปนาน ยืนกอดอกส่งยิ้มเยعยาะมาให้เขา ดวงตาสวยเฉี่ยวคู่นั้นกวาดมองสภาพยับเยินของพายด้วยแววตาสสมเพชเจือความริษยาอย่างปิดไม่มิด
"อุ๊ย... ดูท่าทางห้องซ้อมนี้จะมีอะไรสนุกๆ กว่าที่คิดแฮะ..." รินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้พายทีละก้าว "ได้ข่าวว่าประธานทิวเขาลากเด็กนิเทศฯ แถวนี้มาป้วนเปี้ยนใกล้ตัวอีกแล้วเหรอเนี่ย... ระวังตัวไว้หน่อยนะพาย ของเล่นชิ้นใหม่ของเขาน่ะ... มันไม่ได้เล่นง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาสัมผัสเสียงเพลงและจังหวะหัวใจไปด้วยกันนะครับ
--- คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 1
เมาเป็นเรื่อง... เรื่องที่ต้องชดใช้
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!