เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกถูกกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสจนเกิดเสียงดังสนั่น ลู่เฉิงหยวนไม่ได้แม้แต่จะชายตามองกระดาษเหล่านั้นด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาราวกับเทพสลักทอดมองไปยังชายวัยกลางคนผู้กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"ท่านประธานลู่ครับ... ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเฉินถูกอายัดเรียบร้อยตามคำสั่งของท่านแล้วครับ!"
น้ำเสียงของเลขาหนุ่มสั่นระริกด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดหวั่น ไม่มีใครคาดคิดว่าภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลอันดับต้นๆ ของเมืองหลวงอย่างตระกูลเฉิน จะล่มสลายลงราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดสาด เพียงเพราะกล้าบังaอาจส่งสายตาดูถูกเหยียดหยามมายังภรรยาอันเป็นที่รักยิ่งของประธานหนุ่ม
ลู่เฉิงหยวนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น บรรยากาศรอบกายแผ่ไอเย็นเยียบจนคนในห้องแทบไม่กล้าหายใจแรง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าทรงพลัง
"แค่ทรัพย์สินถูกอายัดยังน้อยไป..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับสร้างความสะพรึงกลัวให้ผู้ฟังจนขนหัวลุก "พวกมันทำตัวต่ำช้ากับภรรยาผมอย่างไร ก็สมควรได้รับผลกรรมที่สาสมที่สุด... จัดการขั้นเด็ดขาด ไม่ต้องมีความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น"
"รับทราบครับท่านประธาน!"
ในจังหวะที่เลขากำลังจะหันหลังเดินออกไป ประตูห้องทำงานหรูหราก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างบางในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ราวกับนางฟ้าผู้ไร้เดียงสาพุ่งเข้ามาด้วยใบตื่นตระหนกคราบน้ำตาคลอเบ้า เฉินเหมยหลิง นางเอกผู้แสนดีในสายตาของทุกคน ก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงสะอื้นฮúngจนน่าสงสาร
"พี่เฉิงหยวนคะ! เกิดอะไรขึ้นทำไมคุณถึงทำกับครอบครัวของฉันแบบนี้ล่ะคะ..."
เหมยหลิงทรุดตัวลงคุกเข่าริมโต๊ะทำงาน ดวงตากลมโตช้อนมองชายหนุ่มด้วยความออดอ้อนระคนตัดพ้อ มือเรียวบางเอื้อมหมายจะแตะชายเสื้อสูทราคาแพงของเขา แต่มันกลับค้างเติ่งกลางอากาศเมื่อลู่เฉิงหยวนขยับกายถอยห่างด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
ดิฉันยืนกอดอกพิงกรอบประตูกระจกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคู่สวยฉายแววขบขันระคนสมเพชเวทนา ชุดแบรนด์เนมคอลเลกชันล่าสุดรับกับเครื่องเพชรเม็ดโตบนคอระหงยิ่งขับให้รัศมีความร่ำรวยเปล่งประกายเจิดจ้าจนแสบตา
"อุ๊ย ตายจริง..." ฉันเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "นี่คือนางฟ้าผู้แสนดีที่ชอบทำตัวน่าสงสารเวลาแย่งของคนอื่นสินะคะ? น่าประทับใจเสียจริง คุกเข่าเก่งเสียยิ่งกว่าสุนัขฝึกมาเสียอีกนะเนี่ย"
เหมยหลิงสะดุ้งสุดตัว หันขวับมามองดิฉันด้วยแววตาที่ฉายความเกลียดชังพุ่งทะยานออกมาภายใต้คราบน้ำตาจอมปลอม "คุณลี่อิน! คุณพูดจาเกินไปแล้วนะคะ! ฉันกับพี่เฉิงหยวนเรารู้จักกันมาก่อนที่คุณจะเข้ามาแทรกกลางเสียอีก คุณใช้อำนาจเงินบีบบังคับเขาใช่ไหมคะ เขาถึงต้องแต่งงานกับผู้หญิงเอาแต่ใจอย่างคุณ!"
คำพูดนั้นสะท้อนความมั่นใจอันโง่เขลาของนางเอกต้นฉบับ เหมยหลิงยังคงคิดว่าลู่เฉิงหยวนคนนี้คือเด็กหนุ่มยากจนที่เธอเคยหยิบยื่นเศษทานความเมตตาให้ในอดีต เธอคิดว่าผู้ชายคนนี้ยังคงโหยหาความอ่อนโยนจอมปลอมของเธอเหมือนในนิยายน้ำเน่าเดิมๆ
ฉันหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ขยับเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวคราบน้ำตาจอมปลอมทีละก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยฟุ้งผสมผสานกับบรรยากาศอันกดดัน
"รู้จักกันมาก่อนงั้นเหรอคะ?" ฉันย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเธอ ดวงตาคู่คมจ้องทะลุเข้าไปในจิตใจอันดำมืดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าใสซื่อ "แล้วตอนที่สามีฉันเกือบตายเพราะไม่มีเงินแม้แต่จะรักษาตัว ตระกูลเฉินผู้สูงส่งของคุณไปอยู่ที่ไหนคะ? ตอนที่เขาถูกพวกคุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนจมดิน เหมยหลิงคนดีคนนี้เคยชายตามองเขาด้วยความเห็นใจบ้างไหม หรือมัวแต่ไปวิ่งตามผู้ชายรวยคนอื่นจนจำไม่ได้ว่าเคยเหยียบใครไว้บ้าง!"
ใบหน้าที่เคยงดงามซีดเผือดลงทันที สีหน้าของเหมยหลิงบิดเบี้ยวด้วยความตกใจและหวาดกลัว หล่อนไม่คิดว่าผู้หญิงที่เคยเอาแต่ใจตัวเองไร้สมองอย่างหลินลี่อินจะล่วงรู้เรื่องราวในอดีตลึกซึ้งถึงเพียงนี้
"ฉัน... ฉันไม่รู้เรื่อง..." เหมยหลิงเสียงสั่นเครือ พยายามจะแก้ตัว
"ไม่ต้องแก้ตัวหรอกค่ะ มันน่าสมเพช" ฉันตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ยืดตัวขึ้นเต็มความสูงแล้วกวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด "จำใส่สมองอันน้อยนิดของคุณเอาไว้ซะนะคะ... สามีคนนี้เป็นของฉัน ฉันซื้อเขามาด้วยความรักและเงินสดหมื่นล้าน! ส่วนพวกคุณที่เป็นแค่ปลิงดูดเลือด ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนหายใจร่วมอากาศเดียวกับเขาด้วยซ้ำ!"
ลู่เฉิงหยวนลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาโอบเอวบางของฉันไว้แนบแน่น ฝ่ามืออุ่นจัดลูบไล้แผ่นหลังอย่างทะนุถนอม สายตาที่เขามองมาที่ฉันเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้งและความภักดีที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ก่อนที่เขาจะหันไปตวัดสายตาเย็นเยียบใส่ผู้หญิงที่กำลังนั่งคุกเข่าบนพื้น
"เลขาเฉิน ลากตัวผู้หญิงสารเลวคนนี้ออกไปจากบริษัทของผม อย่าให้ผมต้องเห็นหน้าพวกมันอีก" ลู่เฉิงหยวนเอ่ยเสียงกร้าว
"ค่ะ ท่านประธาน!"
ในวินาทีที่บอดี้าร์ดร่างยักษ์สองคนก้าวเข้ามาหิ้วปีนร่างของเหมยหลิงที่กรีดร้องโวยวายด้วยความเสียสติ โทรศัพท์มือถือหรูในกระเป๋าของฉันก็สั่นเตือนขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีทองจากระบบเศรษฐีพันล้านที่เด้งขึ้นตรงหน้า
[ติ๊ง! ตรวจพบความพยายามในการทำลายชื่อเสียงของภรรยาประธานโดยบุคคลภายนอก ระบบดำเนินการตอบโต้เสร็จสิ้น: ซื้อกิจการทั้งหมดในเครือตระกูลเฉิน และประกาศล้มละลายอย่างเป็นทางการเรียบร้อย!]
ฉันยกย่องมุมปากขึ้นอย่างสะใจ นิ้วเรียวแตะหน้าจอเบาๆ เพื่อยืนยันคำสั่งสุดท้าย ก่อนที่รอยยิ้มพึงพอใจจะปรากฏบนใบหน้า ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของลู่เฉิงหยวนก็แผדเสียงดังลั่นขึ้นแทรกบรรยากาศอันตื่นระทึก
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องขึ้นมาดูเบอร์โทรเข้า ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างผิดวิสัยเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ
"ว่าไงนะ..." ลู่เฉิงหยวนพึมพำเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "คุณ... กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
ฉันหันไปมองสามีด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ เมื่อเห็นสีหน้าของเขาที่ฉายแววซับซ้อนยากจะคาดเดา ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นเลยตั้งแต่เราแต่งงานกันมา
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างความแซ่บสายเปย์นี้นะคะ
พลิกล็อคนางร้ายสายเปย์ สู่เส้นทางเศรษฐีนีหมื่นล้าน•ตอนที่ 7
นางเอกจอมปลอมปรากฏตัว
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกล็อคนางร้ายสายเปย์ สู่เส้นทางเศรษฐีนีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!