ความเงียบงันภายในห้องพิจารณาคดีหมายเลข 4 หนักอึ้งเสียจนแทบจะบดขยี้กระดูกสันหลังของทุกคนให้แหลกสลายเป็นผุยผง กลิ่นอายของอำนาจ ความหวาดระแวง และความอยุติธรรมที่ถูกเคลือบไว้ด้วยตัวบทกฎหมาย ลอยอวลปะปนกับกลิ่นกระดาษสำนวนคดีเก่าคร่ำคร่า มินตรา ยืนนิ่งสนิทอยู่หลังโพเดี้ยมทนายความ ร่างระหงภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาด้วยความดื้อรั้นและทระงงตน ดวงตาคู่คมกริบจ้องตรงไปยังบัลลังก์สูงตระหง่านเบื้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าไอความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่มบนนั้นจะเยือกเย็นจนบาดผิวเนื้อก็ตาม
"คัดค้านค่ะ ท่านผู้พิพากษา!"
เสียงหวานกังวานแต่บาดลึกตอกย้ำความตึงเครียดให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด มินตราเชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของทนายความมือหนึ่งฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวยที่กำลังลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความท้าทาย "พยานปากเอกที่ทางโจทก์นำสืบเมื่อครู่ เป็นประจักษ์พยานที่ได้มาจากการข่มขู่คุกคามนอกรอบ และไม่มีน้ำหนักทางกฎหมายพอที่จะนำมาใช้พิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้ค่ะ ดิฉันขอให้ศาลโปรดตัดพยานปากนี้ออกจากการไต่สวน!"
บนบัลลังก์ไม้สักทองสลักลายวิจิตร คณิน เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ช้าๆ ท่าทางของเขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือร้อนรนแม้แต่น้อย มีเพียงมุมปากหยักลึกที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังมองดูแมวตัวน้อยที่พยายามจะตะปบเสือโคร่งด้วยอุ้งเท้าอันบอบบาง ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงคู่นั้นกวาดมองร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาดิบเถื่อนและคุกคามอย่างเปิดเผย สายตาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจมืดราวกับเจ้าชีวิตผู้กุมชะตากรรมของทุกคนในห้องนี้ไว้ในกำมือ
"คุณมินตรา..." น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เอื่อยเฉื่อยแต่ทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง "นี่คือห้องพิจารณาคดี ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาใช้สำนวนโวหารกล่าวหาลอยๆ เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น พยานของผมผ่านกระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง... หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของคุณ เริ่มเสื่อมถอยลงไปตามกาลเวลาเสียแล้ว ถึงได้แยกแยะไม่ออกจากความจริงกับจินตนาการ?"
เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของเขาดังขึ้นอย่างเย้ยหยัน มันคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของมินตราอย่างจงใจและเลือดเย็นที่สุด เลือดในกายของทนายสาวพุ่งพล่านด้วยความโกรธเกรี้ยวจนใบหน้าร้อนผ่าว เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอนที่กำลังปะทุ
"ดิฉันทำหน้าที่ด้วยความสัตย์จริงและยึดมั่นในความยุติธรรมค่ะท่าน ไม่ได้ใช้อำนาจมืดบิดเบือนกฎหมายเหมือนกับคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์แถวนี้!" มินตราสวนกลับทันควัน เสียงของเธอดังชัดถ้อยชัดคำ ก้องกังวานไปทั่วห้องพิจารณาคดีที่บัดนี้ไร้ซึ่งเสียงหายใจของผู้คน
คณินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างหนาทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อผ้าตัดเย็บอย่างประณีตดูทรงพลังและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม ก้าวช้าๆ ลงมาจากบัลลังก์ทีละขั้น เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นผิวไม้ดังสะท้อนก้องราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ทุกย่างก้าวของเขาบีบคั้นอากาศในปอดของมินตราให้หมดสิ้นลงทีละนิด
ทนายสาวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาประชิดโพเดี้ยม กลิ่นกายบุรุษเพศอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานระหว่างกลิ่นยี่ห้อน้ำหอมราคาแพงกับกลิ่นอายความดิบเถื่อนอันตราย พุ่งเข้าปะทะนาสิกจนหัวใจของเธอเต้นรัวระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
"ปากกล้าดีนี่... มินตรา" คณินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยได้รูปห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นๆ รดรินต้นคอระหงจนขนลุกซู่ "แต่รู้ไหมว่า คนที่ชอบท้าทายอำนาจของผม จุดจบมักจะจบลงที่ตรงไหน... ไม่มีใครเคยชนะผมสักคน แม้แต่คุณ... ก็ไม่มีวัน"
"ถอยไปนะคะ ท่านผู้พิพากษา คุณกำลังคุกคามทนายความในหน้าที่!" มินตราพยายามเค้นเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่แผ่นหลังบางแนบติดกับขอบโต๊ะจนแทบจะไม่มีทางหนี
คณินไม่ถอย กลับใช้มือหนาข้างหนึ่งเท้าลงบนขอบโต๊ะ กักขังร่างของเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างเบ็ดเสร็จ นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงเหวลึกที่พร้อมจะดึงดูดเธอดิ่งลงไปสู่ความมืดมิด
"ผมไม่ได้คุกคาม... ผมแค่กำลังจะเตือนสติคุณว่า คดีนี้มันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเกมระหว่างเรา... คุณไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจำนน"
เขากระซิบเสียงพร่าข้างริมหีบปากอิ่มที่กำลังสั่นระริกด้วยความแค้นและแรงปรารถนาอันประหลาดที่เธอเองก็หวาดกลัว ก่อนที่คณินจะผละตัวออกไปช้าๆ ทิ้งสายตาดุดันและรอยยิ้มเยือกเย็นไว้เป็นเครื่องจองจำ
ประตูกระจกบานใหญ่ของห้องพิจารณาคดีเปิดผางขึ้นเสียงดังลั่น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน เจ้าหน้าที่ตำรวจศาลวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ใบหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี ก่อนจะตรงดิ่งเข้ามาหาผู้พิพากษาคณินแล้วกระซิบรายงานบางอย่างด้วยเสียงอันสั่นเครือ คณินรับเอกสารมาเปิดอ่านเพียงชั่วครู่ ดวงตาคมกริบก็หันขวับกลับมามองมินตราด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—แววตาที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืดและประกาศิตอันเด็ดขาดที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่ง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมรักอันเร่าร้อนนี้นะคะ
ผู้พิพากษาสายดาร์กกับทนายสาวจอมพยศ•ตอนที่ 1
บัลลังก์เลือด
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาสายดาร์กกับทนายสาวจอมพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!