กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายความชื้นของป่าสนหมอกในยามราตรีค่ำคืนนี้ ช่างอบอวลไปด้วยความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่เหยียบย่ำลงบนพื้นใบไม้แห้ง ดังกรอบแกรบสะท้อนก้องไปทั่วราวกับเสียงกะโหลกศีรษะแตกละเอียด ระยะห่างระหว่างพวกมันกับจุดที่เราหลบซ่อนอยู่เหลือเพียงไม่ถึงสามสิบเมตรแล้วครับ
"พวกมันกระจายกำลังปิดล้อมทางหนีทั้งหมดแล้วครับ คาร์ล" เสียงกระซิบแผ่วเบาของเอลิน่าดังขึ้นข้างกาย เธอย่อตัวลงต่ำแนบชิดกับพุ่มเฟิร์นยักษ์ แสงเรืองรองสีครามจางๆ จากวงแหวนเวทมนตร์รอบข้อมือของเธอบ่งบอกว่าเธอกำลังคำนวณความน่าจะเป็นในการปะทะครั้งนี้อย่างเงียบเชียบ ดวงตาคู่สวยฉายแววเย็นเยียบและคมกริบดั่งใบมีดที่ถูกลับคมมาอย่างดี
ผมไม่ได้ตอบคำอะไรในทันที สายตาคมกอดกระชับ ดาบเหล็กกล้าไร้เงา ที่เพิ่งตีเสร็จหมาดๆ ไว้แน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว
ในโลก VRMMO อย่าง "Aethelgard" แห่งนี้ ไอเทมที่ช่างตีดาบหลอมขึ้นด้วยมือเปล่าอย่างผม มักจะมี "จิตวิญญาณ" แฝงอยู่เสมอ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้กิลด์ใหญ่อย่าง "โลหิตทมิฬ" ถึงกับยอมส่งหน่วยล่าสังหารระดับท็อปมารุมทึ้งเราสองคนในเขตพื้นที่รกร้างนอกเมืองหลวง เพื่อแย่งชิงวัตถุดิบและตำราลับการตีเหล็กที่ผมถือครอง
"เราหนีไม่พ้นหรอกครับ เอลิน่า" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหนักแน่นพอที่จะทำให้เธอหันมามองด้วยความแปลกใจ "พื้นที่ตรงนี้เป็นจุดอับสายตา และพวกมันมีนักเวทสายตรวจจับร่องรอยอยู่ พวกมันรู้พิกัดเราตั้งแต่ก้าวเข้ามาในรัศมีห้ากิโลเมตรแรกแล้ว"
"ถ้าอย่างนั้น... คุณวางแผนจะสู้รบปรบมือกับผู้เล่นนับสิบคนด้วยตัวคนเดียวหรือครับ?" เอลิน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไหล่บางไหววูบตามจังหวะการหายใจที่ผ่อนสั้นผ่อนยาวอย่างมีสติ เธอมือขวาแตะลงที่คทาไม้โอ๊กโบราณ พร้อมร่ายบทเวทมนตร์พรางตาขั้นสูงเตรียมไว้แล้ว
"ไม่ได้สู้คนเดียวครับ" ผมมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย "แต่เราจะใช้ภูมิประเทศตรงนี้ และ... ผลงานชิ้นเอกที่ผมเพิ่งซ่อมแซมให้คุณเมื่อตอนบ่าย สอนบทเรียนราคาแพงให้พวกมันต่างหาก"
สิ้นเสียงของผม แสงไฟฉายสลัวจากคบเพลิงของกลุ่มผู้เล่นกิลด์โลหิตทมิฬก็สาดส่องทะลุผ่านม่านหมอกหนาทึบเข้ามา เงาร่างของชายร่างใหญ่สวมเกราะเหล็กหนอะหนะก้าวเดินนำหน้ามา พร้อมกับตราสัญลักษณ์รูปดาบไขว้กับกะโหลกสีแดงฉานบนอกเสื้อ นั่นคือ "บารอน" หัวหน้าหน่วยล่าสังหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและชอบสะสมไอเทมของผู้เล่นอื่น
"เจอตัวแล้วไอ้ช่างตีดาบกระจอก!" เสียงตะהคอกก้องด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้น บารอนหยุดยืนอยู่หน้าซากต้นไม้ใหญ่ ห่างจากจุดที่เราซ่อนตัวอยู่ไม่ถึงสิบก้าว ดวงตาใต้หมวกเหล็กกวาดมองไปรอบตัวด้วยความระแวง "ออกมาซะดีๆ ส่งตำราตีเหล็กและดาบเล่มนั้นมาให้กิลด์ของเรา ไม่อย่างนั้น... ฉันจะตัดหัวแกแล้วแขวนไว้ประจานที่หน้าประตูเมือง ให้ตระกูลแกอับอายไปจนวันตาย!"
บรรยากาศรอบตัวเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านยอดสนราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณ
ผมค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ จากพุ่มไม้ ดาบไร้เงาในมือถูกยกขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ยี่หระ แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบกับตัวใบดาบ เผยให้เห็นลวดลายอักขระโบราณที่สลักไว้อย่างประณีต มันไม่ได้เปล่งประกายแสงเจิดจ้าเหมือนไอเทมเติมเงินทั่วไป แต่มันกลับดูมืดมน ลุ่มลึก และกระหายเลือดอย่างประหลาด
"กิลด์โลหิตทมิฬนี่ขยันขันแข็งเสียจริงนะครับ ออกล่าผู้เล่นอื่นในยามวิกาลแบบนี้ ไม่ทราบว่าทางระบบเขาจ่ายค่าล่วงเวลาให้พวกคุณคุ้มกับที่ต้องมานอนตายที่นี่หรือเปล่า?" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แต่แฝงไปด้วยความกดดันทางจิตวิทยาที่ทำให้บารอนถึงกับชะงักไปชั่วครู่
"ปากดีนักนะไอ้สวะ!" บารอนหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว เขายกขวานยักษ์สองมือขึ้นชี้หน้าผม "ฆ่ามัน! เอาหัวมันมาให้ฉัน!"
ทันทีที่สิ้นคำสั่ง ลูกไฟเวทมนตร์นับสิบลูกและศรเวทพุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาเราดั่งห่าฝน ความร้อนแผดเผาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีก่อนที่การโจมตีจะมาถึงตัว เอลิน่าก็สะบัดคทาในมือออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ปรากฏเป็นม่านพลังเวทมนตร์สีครามรูปทรงเรขาคณิตซ้อนทับกันสามชั้น—*เวทมนตร์สะท้อนอาคม (Refraction Field)*
ตูู้มมม!
แรงระเบิดจากการปะทะสนั่นหวั่นไหว เศษดินและกิ่งไม้กระเด็นไปคนละทิศละทาง ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ แต่ทว่าไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อยบนตัวเรา เพราะพลังเวทมนตร์ของเอลิน่าไม่เพียงแต่ป้องกันการโจมตีได้ แต่มันยังหักเหวิถีของลูกไฟครึ่งหนึ่งให้สะท้อนกลับไปใส่แนวหลังของศัตรูทันที!
"อ๊ากกก!" เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากกลุ่มนักเวทสนับสนุนของกิลด์โลหิตทมิฬที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด เมื่อพวกเขาถูกไฟของพวกเดียวกันเองเผาไหม้จนเกราะละลาย
"บ้าเอ้ย! มันมีนักเวทสายสนับสนุนเก่งกาจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" บารอนสบถออกมาด้วยความหัวเสีย เขาเหวี่ยงขวานยักษ์พุ่งเข้าประชิดตัวผมด้วยความเร็วสูง พลังโจมตีทางกายภาพระดับเลเวล 45 ถูกอัดแน่นลงที่คมขวานจนเกิดเสียงแหวกอากาศแหลมสูง
ช้งงงง!
ประกายไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นในความมืด เมื่อผมยกดาบไร้เงาขึ้นรับการโจมตีนั้นเอาไว้ได้อย่างพอดี แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้พื้นดินใต้เท้าผมยุบลงไปเป็นร่องลึก แต่แขนของผมไม่มีอาการสั่นแม้แต่น้อย
ผมสบตากับบารอนที่กำลังอึ้งงัน เพราะไม่คิดว่าช่างตีดาบสายผลิตอย่างผมจะมีค่าสถานะทางกายภาพที่รับมือกับสายต่อสู้ตรงๆ ได้
"คุณคิดว่าช่างตีดาบมีดีแค่ยืนค้อนทั่งตีเหล็กในเมืองหลวงอย่างเดียวหรือครับ?" ผมกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ข้างหูเขา ขณะที่ออกแรงกดดาบสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
แรงสะท้อนกลับจากทักษะ *ปฏิกิริยาสะท้อนโลหะ* ทำให้บารอนเสียหลักถอยหลังไปสามก้าว เปิดช่องว่างขนาดใหญ่ที่กลางลำตัว และนั่นคือจังหวะที่ผมรอคอย
"เอลิน่า... ตอนนี้แหละครับ!"
พริบตานั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของสมาชิกกิลด์โลหิตทมิฬที่เหลืออยู่ก็สว่างวาบขึ้นด้วยอักขระเวทมนตร์สีทองอร่ามที่เอลิน่าแอบร่ายเตรียมไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วินาทีแรกที่เราหลบซ่อนตัว มันคืออาคมพันธนาการระดับสูงที่ดึงเอาพลังงานมานาจากธรรมชาติรอบตัวมาตรึงร่างของพวกมันเอาไว้ทั้งหมด ไม่ให้ขยับเขินไปไหนได้
แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องขมวดคิ้วแน่น และทำให้หัวใจของเอลิน่าถึงกับกระตุกวูบด้วยความตกใจ... ไม่ใช่ความสำเร็จในการตรึงกำลังศัตรู
เมื่อแสงอักขระสีทองสว่างวาบขึ้นจนเต็มพื้นที่ป่าสน เงาดำมืดนับร้อยสายใต้พื้นดินก็พลันเคลื่อนไหวตอบสนอง เสียงคำรามต่ำทุ้งที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจดังขึ้นจากความลึกใต้ผืนป่า ราวกับมีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวกำลังถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน
ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานกระพริบวาบขึ้นตรงหน้าผมและเอลิน่าอย่างรุนแรง พร้อมกับข้อความตัวอักษรขนาดใหญ่ที่สลักด้วยโลหิต:
*[คำเตือนระบบ: พื้นที่เขตอาคมโบราณถูกรบกวน บอสลับระดับพรีเมียม "อสูรเหล็กกล้าไร้พ่าย - การ์เดียนแห่งป่าสนทมิฬ" (Level 70) ได้ลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหล และได้ล็อกเป้าหมายผู้บุกรุกทั้งหมดในรัศมี 1 กิโลเมตรเรียบร้อยแล้ว]*
บารอนและลูกน้องของกิลด์โลหิตทมิฬต่างหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัวขีดสุด เมื่อพื้นดินแยกตัวออก และเงาร่างมหึมาของเหล็กกล้าสูงสามเมตรพร้อมดวงตาสีแดงฉานค่อยๆ ก้าวขึ้นมาจากหลุมศพโบราณ
เอลิน่าหันมามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง มือเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงสั่น
"คาร์ล... นั่นไม่ใช่บอสที่ผู้เล่นทั่วไปจะรับมือได้ในเลเวลนี้... พวกเรากำลังจะถูกกวาดล้างทั้งกระดานแล้วครับ!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านค่ำคืนอันมืดมิดและเผชิญหน้ากับศัตรูในเงามืดไปพร้อมกับเรานะครับ
---
[ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม]
ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน•ตอนที่ 6
ศัตรูในเงามืด
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!