ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน•ตอนที่ 7

การหลบหนีจากเขตปลอดอาวุธ

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
"ถ้าก้าวออกไปพ้นแนวเขตเสาหินศิลาเวทมนตร์เมื่อไหร่ ระบบความปลอดภัยของมหานครเวทมนตร์เซโลเฟนจะถูกตัดขาดทันที และในวินาทีนั้น... พวกมันจะไม่สนหรอกครับว่าเราเป็นใคร" น้ำเสียงของคาร์ลราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ปลายค้อนตีเหล็กคู่กายถูกวางพิงไว้กับผนังหินแกรนิตอย่างหลวม ๆ ทว่าสมาธิของเขากลับจดจ่ออยู่กับการคำนวณระยะห่างของฝีเท้านับสิบคนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมบริเวณตรอกแคบ ๆ แห่งนี้อย่างเป็นระบบ เอลิน่าไม่ตอบคำถาม เธอเพียงแต่ยกปลายนิ้วเรียวขึ้นแตะริมฝีปากเบา ๆ ดวงตาคู่สวยสะท้อนแสงสีฟ้าจาง ๆ จากวงแหวนเวทพเนจรที่กำลังหมุนวนอยู่บนฝ่ามือ ความทรงจำของเธออาจจะยังเลือนรางราวกับสายหมอกยามเช้า แต่สัญชาตญาณในการอ่านค่าความหนาแน่นของมานาในอากาศกลับเฉียบคมยิ่งกว่าเครื่องมือวัดระดับใด ๆ ในเกม VRMMO แห่งนี้ "พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจาครับ... ทหารยามกิลด์อัศวินโลหะเงินใช้เวทมนตร์สะกดรอยประเภท 'ฮาวด์อาย' แสดงว่าอาวุธและเกราะที่เราสวมใส่ตอนนี้ ถูกระบุพิกัดไว้หมดแล้วตั้งแต่ตอนที่เราเดินผ่านประตูเมืองชั้นใน" เอลิน่าเอ่ยขึ้นเบา ๆ น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะเริ่มผุดซึมขึ้นตามไรผมเนื่องจากแรงกดดันมหาศาลจากเขตปลอดอาวุธที่กำลังจะสิ้นสุดลงในอีกไม่ถึงสามลมหายใจ "ดี... งั้นเราก็ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายอะไรให้มากความ" คาร์ลแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบกวาดตามองสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างรวดเร็ว ตรอกแคบแห่งนี้มีความกว้างเพียงสองเมตร สองข้างทางเป็นผนังตึกอิฐบล็อกโบราณที่ไร้ซึ่งหน้าต่าง มีเพียงท่อระบายน้ำทิ้งขนาดใหญ่พาดผ่านด้านบน และที่สำคัญที่สุด... ป้ายเขตปลอดภัยสีทองอร่ามที่เปล่งแสงเรืองรองอยู่ห่างออกไปเบื้องหน้าเพียงสิบก้าวเท่านั้น *ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!* เสียงเกราะเหล็กกระทบพื้นหินดังสนั่นสะท้อนก้อง กองกำลังทหารยามในชุดเกราะเต็มยศนับสิบนายปรากฏตัวขึ้นที่ปากตรอกฝั่งตรงข้าม นำโดยหัวหน้าหน่วยอัศวินผู้ถือครองดาบยาวเคลือบเวทมนตร์ธาตุไฟ ระดับเลเวลของพวกเขาถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเหล็ก แต่แรงกดดันระดับยูนิตชนชั้นนำนั้นชัดเจนเสียจนอากาศรอบตัวแทบจะบิดเบี้ยว "คาร์ล ช่างตีดาบเถื่อนแห่งเขตชายแดน และหญิงสาวปริศนา... พวกเจ้ามีความผิดฐานครอบครองอาวุธต้องห้ามที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และลักลอบนำเข้าแร่ธาตุอัคนีทมิฬจากเขตแดนต้องห้าม จงวางอาวุธลงแล้วยอมจำนนเสียแต่โดยดี มิฉะนั้นพวกเราจำเป็นต้องใช้มาตรการเด็ดขาด!" หัวหน้าหน่วยอัศวินประกาศก้อง กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านออกมาจากคมดาบที่เริ่มลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีส้ม คาร์ลไม่ได้ขยับเขยื้อn เขายังคงยืนพิงกำแพงด้วยท่าทางสบาย ๆ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบเศษเหล็กชิ้นเล็ก ๆ ที่หลุดร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมาพลิกดูเล่น รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างจงใจ "อาวุธต้องห้ามงั้นหรือครับ? น่าขันเสียจริง... ข้าเป็นช่างตีดาบที่ใช้หยาดเหงื่อและค้อนหลอมโลหะสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาด้วยมือของตัวเองทุกชิ้น ไม่เหมือนพวกท่านที่สวมใส่เกราะสำเร็จรูปจากโรงงานหลวง ซึ่งต่อให้ตีเหล็กอีกร้อยปีก็ไม่มีทางเข้าใจถึงจิตวิญญาณของศาสตราวุธที่แท้จริงหรอืก" "สามห่าว! จัดการมัน!" หัวหน้าหน่วยสะบัดมือเป็นสัญญาณ กลุ่มทหารยามด้านหลังพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง ร่างกายของพวกเขามีออร่าเวทมนตร์ป้องกันการโจมตีทางกายภาพคุ้มกันอยู่รอบตัว การปะทะกันแบบตรง ๆ ในเขตจำกัดเช่นนี้ ย่อมเป็นฝ่ายคาร์ลและเอลิน่าที่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสเตตัสพื้นฐานถูกจำกัดด้วยกฎของเขตปลอดอาวุธที่เพิ่งจะเริ่มคลายตัวลง ทว่า... นั่นคือสิ่งที่คาร์ลคำนวณไว้ล่วงหน้าแล้ว "เอลิน่า! ตอนนี้แหละ!" สิ้นเสียงคำรามต่ำ คาร์ลไม่ได้ชักดาบเล่มใหญ่ของเขาออกมาสู้ตามที่พวกมันคาดคิด แต่เขากลับใช้ค้อนตีเหล็กในมือกระแทกเข้ากับท่อระบายน้ำทิ้งเหล็กกล้าที่พาดผ่านเหนือศีรษะอย่างสุดแรง! *เคร้งงงงงง—!* แรงกระแทกมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วโครงสร้างเหล็กโบราณ ส่งผลให้กลไกวาล์วปล่อยน้ำทิ้งแรงดันสูงที่คาร์ลแอบสลักรูเจาะไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ออกมาเดินสำรวจเมืองเมื่อช่วงเช้า ทำงานพร้อมกันในเสี้ยววินาทีนั้น สายน้ำสีดำสนิทผสมผงกรดแร่ธาตุเข้มข้นทะลักพรั่งพรูลงมาจากเบื้องบนราวกับเขื่อนแตก สาดซัดเข้าใส่กองกำลังทหารยามที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว! "อ๊ก! น้ำบ้าอะไรเนี่ย! แสบตาชะมัด!" ทหารยามนายหนึ่งแผดเสียงร้องลั่นเมื่อโดนฤทธิ์ของกรดอ่อน ๆ ชะล้างชั้นเกราะเวทมนตร์จนเกิดควันพวยพุ่ง สเตตัสการมองเห็นและค่าความต้านทานเวทลดลงฮวบฮาบในพริบตา "อย่าเสียเวลาตกใจครับคุณจอมเวท... ใช้บทสวดที่สามประสานกับแรงดันน้ำได้เลย" คาร์ลหันไปพยักพริบตาให้กับเอลิน่าอย่างรู้ใจ จอมเวทสาวพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายสีครามเจิดจ้า สองมือร่ายเวทมนตร์ด้วยความเร็วสูงจนเกิดภาพติดตา บทเวทพเนจรขั้นกลาง **[Aether Ripple - ระลอกคลื่นแห่งห้วงอากาศ]** ถูกปลดปล่อยออกไป ผสานเข้ากับสายน้ำกรดที่กำลังไหลนองอยู่บนพื้นหินอย่างแนบเนียน ทันทีที่ละอองเวทมนตร์สัมผัสกับน้ำ... ปฏิกิริยาเคมีทางกายภาพและเวทมนตร์ก็ระเบิดออก กลายเป็นสนามพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดย่อมที่ดูดซับและตรึงข้อต่อเกราะเหล็กของทหารยามทั้งหมดไว้กับพื้นถนนอย่างแน่นหนา! พวกมันพยายามขยับตัว แต่ยิ่งดิ้นมากเท่าไหร่ กระแสไฟฟ้าสถิตที่เกิดจากการเสียดสีของน้ำและเกราะก็ยิ่งช็อตเข้าสู่ร่างจนเกิดอาการชาไปทั่วร่าง ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว "บ้าน่า... นี่มันวิชาช่างผสมผสานกับเวทมนตร์ธาตุสายฟ้าขั้นต่ำงั้นเรอะ ทำไมมันถึงสร้างผลลัพธ์ระดับคุมพื้นที่ได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้!" หัวหน้าหน่วยอัศวินคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เขายกดาบขึ้นเพื่อจะฟันกระแสพลังงานนั้นทิ้ง แต่ทว่า... *ฉ่าาาา—* คมดาบเคลือบไฟของเขาเมื่อสัมผัสเข้ากับละอองไอน้ำที่มีประจุไฟฟ้าหนาแน่น กลับเกิดการหักเหของพลังงานเวทมนตร์ย้อนกลับเข้าสู่ตัวผู้ใช้ ส่งผลให้เกิดแรงสะท้อนกลับ (Feedback) มหาศาลจนตัวเขาเองต้องกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายเซถอยหลังไปชนกับกำแพงอิฐด้านหลังอย่างแรง "สเตตัสตัวเลขอาจจะเป็นตัวกำหนดขีดจำกัดของโลกใบนี้..." คาร์ลเดินผ่านร่างของทหารยามที่นอนอัมพาตอยู่บนพื้นอย่างใจเย็น ฝ่าเท้าสวมรองเท้าหนังบดขยี้เศษหินกรวดเบา ๆ ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยความมั่นใจ "แต่กลยุทธ์ การอ่านสภาพแวดล้อม และการใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของระบบ... คือสิ่งที่พวกตัวเลขในหน้าต่างสถานะของพวกท่านไม่มีวันเข้าใจหรอกครับ" เอลิน่าเดินตามหลังเขามาติด ๆ เธอยิ้มบาง ๆ ให้กับผลงานการต่อสู้ที่อาศัยสิ่งรอบตัวได้อย่างงดงามไร้ที่ติ พื้นที่เบื้องหน้าตอนนี้คือเขตแดนรอยต่อระหว่างมหานครเซโลเฟนและป่าสนทมิฬ ซึ่งเป็นเป้าหมายต่อไปในการเดินทางของพวกเขา ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวพ้นแนวเขตสุดท้าย เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานจากระบบหลักของเกมก็ดังขึ้นก้องในโสตประสาทของทั้งคู่ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่ทำให้ลมหายใจต้องสะดุดกัก [ระบบตรวจพบการละเมิดกฎเขตปลอดภัยระดับสูงสุด: มหานครเซโลเฟนถูกล็อกดาวน์ฉุกเฉิน] [คำเตือน: ตรวจพบการตื่น ℭ0083-รหัสลับสิ่งมีชีวิตโบราณใต้ดินเลเวล 95 - "ผู้พิทักษ์ไร้เงา (The Shadowless Warden)"] [ประกาศจากระบบ: ประตูมิติทุกแห่งถูกปิดตาย... และเป้าหมายแรกที่มันกำลังมุ่งหน้าไปเพื่อกลืนกินมานา คือตำแหน่งที่พวกท่านยืนอยู่ ณ วินาทีนี้] เงาดำทมิฬขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวขึ้นจากพื้นดินเบื้องหน้า รัศมีสีดำสนิทแผ่ขยายปกคลุมท้องฟ้าจนมืดมิดราวกับรัตติกาลมาเยือนก่อนเวลาอันควร และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณก็กำลังก้าวเข้ามาใกล้ทุกที... --- *(ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนคมดาบแห่งกลยุทธ์บทนี้ร่วมกันอย่างลึกซึ้งนะครับ)*
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%