ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน•ตอนที่ 1

เปลวไฟที่ดับมอดในร้านตีเหล็ก

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
เหล็กกล้าชั้นดีเมื่อถูกตีด้วยความร้อนที่ไม่พอ ย่อมเปราะบางราวกับแผ่นกระจกที่รอวันแตกร้าว เสียงค้อนกระทบاحทั่งเหล็กดังขึ้นเป็นจังหวะที่สามสิบเจ็ด กลิ่นไอความร้อนจากเตาหลอมแอนทราไซต์ผสมผสานเข้ากับกลิ่นเหงื่อไคลและคราบเขม่าควัน คาร์ลไม่ได้สนใจหน้าต่างสถานะโปร่งแสงที่กะพริบเตือนอยู่มุมขวาบนของลานสายตามาเป็นเวลาสามชั่วโมงเต็ม ตัวเลขเตือนภัยสีแดงฉานเหล่านั้นเป็นเพียงภาพลวงตาของโลกดิจิทัล ในสายตาของเขา มีเพียงเนื้อเหล็กสีส้มแดงที่กำลังอ่อนตัวลงภายใต้การควบคุมของอุณหภูมิและความตั้งใจ "ถ้าเจ้ายังคงตอกลงไปที่จุดเดิมด้วยองศาเดิมแบบนั้น ดาบเล่มนี้จะสูญเสียความสมดุลของจุดศูนย์ถ่วงไปเจ็ดเปอร์เซ็นต์เมื่อผู้ใช้เหวี่ยงมันครั้งแรกนะ" เสียงหวานใสแต่เจือความเรียบเฉยดังขึ้นจากมุมมืดของร้านตีเหล็ก คาร์ลหยุดมือลงในจังหวะที่ค้อนกำลังจะสัมผัสเนื้อเหล็กพอดี เขาไม่ได้หันไปมองทันที แต่ใช้ปลายผ้าดิบเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ ดวงตาสสีนิลภายใต้เงาของหมวกปีกกว้างเหลือบมองร่างระหงที่นั่งอยู่บนลังไม้เก่าๆ เอลิน่ากำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวพลิกตำราเวทมนตร์เก่าคร่ำครึที่หน้ากระดาษเกือบจะเปื่อยยุ่ย แสงสีฟ้าอ่อนจากเวทมนตร์แปลภาษาที่เธอกำลังร่ายวนเวียนอยู่รอบปลายนิ้ว ทำให้เส้นผมสีเงินยวงของเธอยิ่งดูโดดเด่นตัดกับบรรยากาศมืดหม่นของโรงตีเหล็ก "ถ้าข้าฟังเจ้า ดาบเล่มนี้คงกลายเป็นแค่เศษเหล็กราคาถูกที่พวกกิลด์ใหญ่นิยมสั่งซื้อเพื่อเอาไปประดับฝาผนังมากกว่าจะเอาไปใช้งานจริง" คาร์ลเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยจากการสูดไอความร้อนเป็นเวลานาน "เจ้าก็รู้ว่ากฎของโลก *Aethelgard Online* แห่งนี้ ระบบสเตตัสคือพระเจ้า ตัวเลขพลังโจมตี หน้าต่างความคม และอัตราคริติคอลคือสิ่งที่ผู้เล่นทุกคนไขว่คว้า... แต่ข้าไม่ได้สร้างอาวุธให้ตัวเลขพวกนั้นดูสวยงามบนหน้าต่างไอเทม" เอลิน่าเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยคู่นั้นมองตรงมาที่เขา ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ราวกับกำลังประมวลผลคำพูดของชายหนุ่มด้วยตรรกะอันซับซ้อนที่ติดอยู่ในความทรงจำที่เลือนรางของเธอ "ความไร้เหตุผลที่งดงาม... นั่นคือคำที่เจ้าเคยพูดเมื่อวานนี้ตอนที่เรากินข้าวต้มไหม้ๆ กันใช่ไหม" เธอกล่าวพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด "ข้าจำไม่ได้ว่าตัวตนในอดีตของข้าเป็นใคร หรือทำไมเวทมนตร์บทแรกที่ข้าจำความได้ถึงเป็นคาถาวิเคราะห์โครงสร้างโมเลกุลของโลหะ แต่ข้ารู้สึกได้... ว่าเหล็กที่อยู่ในมือเจ้าตอนนี้ กำลังกระซิบอะไรบางอย่างที่ระบบของเกมนี้ไม่ได้ยิน" คาร์ลแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งแต่จริงใจ เขายกเหล็กกล้าขึ้นด้วยคีมหนีบแล้วจุ่มลงในถังน้ำมันหล่อเย็น เสียง *'ฟู่'* ดังสนั่นพร้อมกับกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่เพดาน กลิ่นฉุนของน้ำมันและไอน้ำคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ นี่คือวิถีชีวิตที่เขาเลือก หลังจากเบื่อหน่ายกับการเป็นหัวหน้ากิลด์แนวหน้าผู้กุมชะตากรรมของผู้เล่นนับหมื่น คาร์ลเลือกที่จะปลีกวิเวกมาเปิดร้านตีเหล็กเล็กๆ ในเมืองร้างขอบชายแดนของเซิร์ฟเวอร์หลัก ไม่มีปาร์ตี้ ไม่มีการลงดันเจี้ยนระดับสูง และไม่มีการแย่งชิงทรัพยากร เขาใช้เวลาแต่ละวันไปกับการทดลองผสมแร่หายากเข้ากับเทคนิคการตีเหล็กแบบโบราณที่ระบบไม่ได้บันทึกไว้ในตำรา ทว่า ความสงบสุขมักเป็นสิ่งที่มีอายุสั้นที่สุดในโลกแห่งเกมออนไลน์ *ตี๊ด—! ตี๊ด—! ตี๊ด—!* เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนจากระบบเกมปกติ แต่มันเป็นเสียงแหลมสูงที่เสียดแก้วหู ราวกับเสียงสัญญาณชีพของผู้ป่วยในห้องไอซียู หน้าต่างอินเทอร์เฟซทั้งหมดทั่วทั้งร้านตีเหล็กสั่นกระตุกอย่างรุนแรง ตัวอักษรสีเขียวที่เคยแสดงสถานะของไอเทมและค่าพลังต่างๆ พลิกกลับด้านกลายเป็นโค้ดอักขระประหลาดสีแดงฉานที่ไหลทะลักลงมาเหมือนสายฝน คาร์ลขมวดคิ้วแน่น เขาวางคีมในมือลงบนโต๊ะไม้เสียงดังสนั่น เอลิน่าลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเธอเคลื่อนไหวไปหลบอยู่ด้านหลังของช่างหนุ่มอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณการต่อสู้ที่หลงเหลืออยู่ในสัญชาตญาณดิบกำลังกรีดร้องเตือนภัย "เกิดอะไรขึ้น ระบบเซิร์ฟเวอร์ล่มหรือ?" เอลิน่าถาม เสียงของเธอเริ่มสั่นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นว่าแสงไฟจากเตาหลอมกำลังเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม "ไม่ใช่เซิร์ฟเวอร์ล่ม..." คาร์ลพึมพำ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบร้านที่ตอนนี้เริ่มบิดเบี้ยว พื้นไม้ใต้เท้ามีรอยร้าวสีดำปรากฏขึ้นทีละนิด ราวกับรอยแยกของกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนหนักๆ "มีบางอย่างกำลังพยายามแทรกแซงโค้ดหลักของพื้นที่นี้" ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีดำสนิทบานใหญ่ขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ที่มา ข้อความภายในนั้นไม่ได้ถูกเขียนด้วยภาษาของระบบเกมที่ผู้เล่นคุ้นเคย แต่มันคืออักษรโบราณที่สลักอยู่บนศิลาลับแล ซึ่งเอลิน่าเคยเห็นมันในความฝันอันเลือนรางของเธอเอง [คำเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติในเขตพื้นที่ 04 (โรงตีเหล็กไร้เงา)] [เงื่อนไขการมีอยู่ของไอเทม [ดาบไร้ชื่อ] ละเมิดกฎความสมดุลของจักรวาลเสมือน] [กำลังเริ่มกระบวนการลบข้อมูลสิ่งแปลกปลอม...] [คำสั่งฉุกเฉินจากผู้ดูแลระบบระดับสูง: บังคับอัปเดตแพตช์เฉพาะกิจ... 3... 2... 1...] คาร์ลพุ่งตัวเข้าไปคว้าดาบเล่มที่เพิ่งชุบน้ำมันเสร็จหมาดๆ ขึ้นมา ความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ ดาบเล่มนี้ยังไม่ได้รับการลงอักขระเวทมนตร์ มันเป็นเพียงเหล็กดิบที่ถูกตีขึ้นรูปด้วยจิตวิญญาณของเขาเอง แต่วินาทีที่นิ้วของเขาแตะโดนด้ามจับ พลังงานแปลกประหลาดบางอย่างก็พุ่งทะลักเข้าสู่ร่างกายน ราวกับตัวดาบกำลังปฏิเสธที่จะถูกลบหายไปพร้อมกับระบบ "คาร์ล! ระวัง!" เสียงกรีดร้องของเอลิน่าดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างของเธอถูกแรงกระแทกจากคลื่นกระแสไฟฟ้าสีดำซัดจนกระเด็นไปชนผนังร้าน คาร์ลกัดฟันกรอด เขายกดาบขึ้นตั้งรับโดยสัญชาตญาณ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนไหล่ทั้งสองข้างราวกับมีภูเขาตกลงมาทับ ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงคำรามกึกก้องราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย รอยแยกสีดำสนิทตรงกลางร้านก็ฉีกกว้างออก เผยให้เห็นดวงตาสีทองอร่ามคู่หนึ่งที่จ้องมองทะลุความมืดมิดออกมา—มันเป็นดวงตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึก แต่กลับเต็มไปด้วยอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้เป็นจุล แล้วเสียงกระซิบอันเย็นเยียบก็ดังขึ้นในหัวของคาร์ล เป็นเสียงที่ไม่ได้มาจากระบบ และไม่ใช่เสียงของมนุษย์ *"ในที่สุด... ข้าก็หากล่องเก็บวิญญาณชิ้นสุดท้ายเจอเสียที ช่างตีเหล็กผู้โง่เขลา"* คาร์ลสูดหายใจเข้าลึก ภายในใจไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายไฟแห่งความท้าทายที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งในอก เขากำด้ามดาบในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแรกนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%