เสียงค้อนเหล็กกระทบกับแร่มีค่าในเตาหลอมไม่ได้เป็นเพียงแค่จังหวะของการสร้างสรรค์ แต่มันคือเสียงหัวใจของคาร์ลที่กำลังเต้นเร้าอยู่ในโสตประสาท เปลวเพลิงสีฟ้าครามที่ลุกโชนสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่คมของชายหนุ่ม ส่องให้เห็นรอยเหงื่อที่ไหลรินตามกรอบหน้าคมสัน ภายในห้องใต้ดินอันเงียบสงบของโรงตีเหล็กเก่าแก่ ประกายไฟแตกปะทุราวกับดวงดาวนับร้อยที่ร่วงหล่นลงมาสู่พื้นดิน
"อุณหภูมิของแร่สตาร์ซิลเวอร์ในเตานั้นใกล้ถึงจุดวิกฤตแล้วนะครับคุณเอลิน่า หากเราไม่ควบคุมกระแสมานาให้เสถียรในอีกสามวินาทีนี้ โครงสร้างทั้งหมดจะกลายเป็นเพียงเศษเหล็กไร้ค่าทันที" คาร์ลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าจริงจังจนลมหายใจของคนฟังต้องสะดุด
เอลิน่าที่ยืนอยู่เบื้องหน้าวงเวทย์ควบคุมอุณหภูมิ พยักหน้ารับอย่างรู้ใจ ดวงตาสีกุหลาบของเธอจดจ้องไปยังหน้าต่างสถานะมานาที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ นิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็วเพื่อถ่าย
"ฉันรักษาระดับความดันมานาไว้ที่เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์แล้วครับคาร์ล! ลงมือเลย!" เสียงใสกังวานของหญิงสาวเอ่ยตอบด้วยความมั่นใจ แม้ความทรงจำในอดีตของเธอจะยังคงเลือนราง แต่สัญชาตญาณในการควบคุมพลังเวทมนตร์ของเธอกลับเฉียบคมรากับจอมเวทผู้ผ่านสนามรบมานับร้อยปี
คาร์ลไม่รอช้า เขาเงื้อมือขึ้นสุดแขน กล้ามเนื้อทุกมัดบนแผ่นหลังเกร็งตัวแน่น แรงสั่นสะเทือนจากค้อนตีเหล็กโบราณพุ่งทะยานผ่านด้ามจับ สลักลวดลายรูนโบราณที่ส่องแสงเรืองรองทุกครั้งที่สัมผัสกับเนื้อแร่ นี่ไม่ใช่แค่การตีดาบตามระบบคำสั่งของเกม VRMMO ทว่ามันคือกระบวนการ ‘ตีขึ้นรูปด้วยจิตวิญญาณ’ ที่เขาใช้เวลาศึกษาและค้นคว้ามานานนับเดือน
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*
เสียงเหล็กกระทบกันก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรในตำนาน ทุกครั้งที่ค้อนกระทบลงบนดาบยาวสีเงินยวง อนุภาคแสงสีทองคำขาวก็กระจายตัวออกไปรอบทิศทาง ราวกับผืนผ้าใบที่ถูกแต่งแต้มด้วยพู่กันของจิตรกรเอก อากาศรอบกายเริ่มบิดเบี้ยวจากความร้อนสูง มิติภายในห้องสั่นไหวเล็กน้อยราวกับมันไม่อาจแบกรับพลังงานบริสุทธิ์ที่กำลังกำเนิดขึ้นมาได้
นี่คือบทพิสูจน์ที่คาร์ลต้องการมอบให้กับโลกใบนี้—โลกที่ผู้คนต่างพึ่งพาระบบสเตตัสตัวเลขและไอเทมดรอปจากมอนสเตอร์ เขากำลังจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘หยาดเหงื่อและฝีมือมนุษย์’ สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่เหนือกว่าระบบระบุไว้ได้
เอลิน่ายืนมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นมาในอกอย่างประหลาด ทุกครั้งที่คาร์ลลงค้อน เธอกับเขาราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันผ่านช่องว่างของมานาและจิตวิญญาณ
"อีกครั้งเดียวนะครับ..." คาร์ลพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ลลมหายใจถูกผ่อนออกมาอย่างช้าๆ เพื่อปรับสมาธิให้ถึงขีดสุด
เขายกค้อนขึ้นสูงเป็นครั้งสุดท้าย ปลายคมดาบสีเงินยวงสะท้อนแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีโบราณลงมาพอดี บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียว
*เปรี้ยง!*
วินาทีที่ค้อนกระทบลงสู่ใจกลางคมดาบ คลื่นกระแทกสีครามเข้มก็ระเบิดออกเป็นวงกว้างพัดพัดสิ่งของรอบกายกระจัดกระจาย แสงสว่างเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนทะลุหลังคาไม้เก่าแก่จนเกิดเป็นลำแสงเสาเพลิงพุ่งตรงสู่สวรรค์ เป็นสัญญาณเตือนภัยและประกาศศักดาให้ผู้เล่นทั่วทั้งเมืองลอยฟ้าต้องแหงนหน้ามองด้วยความตื่นตะลึง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ เมื่อละอองแสงค่อยๆ จางหายไป สิ่งที่นอนนิ่งอยู่บนแท่นบูชาคือดาบยาวที่เปล่งประกายออร่าสีทองอร่ามผสมผสานกับสีเงินยวง ตัวดาบสลักลวดลายดวงดาวที่เคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิตจริง รัศมีแห่งความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนเอลิน่าต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความหวาดหวั่นปนทึ่ง
ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีแดงฉานก็เด้งขึ้นตรงหน้าของคาร์ล เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยโทนเสียงที่ผิดปกติ
[ติ๊ง! ผู้เล่นคาร์ลได้ทำการสร้าง ‘ศาสตราแห่งปฐพีและดารา’ สำเร็จเป็นคนแรกของเซิร์ฟเวอร์]
[ระบบตรวจพบไอเทมนอกเหนือจากขีดจำกัดมาตรฐาน กำลังทำการประเมินระดับ...]
[ประเมินสำเร็จ: ยกระดับไอเทมจาก ‘ระดับตำนาน’ สู่ ‘ระดับปฐมกาล’ (Mythic Grade)]
[ประกาศทั่วเซิร์ฟเวอร์: ผู้เล่นคาร์ลสร้างอาวุธระดับปฐมกาลชิ้นแรกของโลก ผู้เล่นทุกคนจะได้รับบัฟโชคดีเป็นเวลา 24 ชั่วโมง]
คาร์ลจ้องมองหน้าต่างระบบเหล่านั้นด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบ ทว่าในใจกลับเต้นรัวอย่างรุนแรง เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับด้ามดาบเย็นเฉียบ ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งไหลเข้าสู่กระแสเลือดทันที ราวกับดาบเล่มนี้มีชีวิตและกำลังยอมรับเขาเป็นนายเหนือหัว
ทว่า ความเงียบสงบในห้องใต้ดินกลับอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อจู่ๆ แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานในชั่วพริบตา เงาร่างนับสิบร่างปรากฏขึ้นบนหลังคาด้านนอก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก้าวเข้ามาล้อมรอบโรงตีเหล็กแห่งนี้เอาไว้ทุกด้านอย่างไร้ซุ่มเสียง
เอลิน่าหันขวับไปมองที่ประตูไม้เก่า พร้อมกับรวบรวมมานาไว้ที่ปลายนิ้ว ใบหน้าของเธอเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "คาร์ล... มีแขกที่ไม่ได้รับ mời มาเยือน และดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้มาเพื่อชื่นชมผลงานชิ้นเอกของคุณแน่ครับ"
คาร์ลค่อยๆ ดึงดาบยาวระดับปฐมกาลออกจากแท่นบูชาอย่างช้าๆ เสียงคมดาบเสียดสีกับอากาศเบาๆ แต่อัดแน่นไปด้วยจิตสังหารที่เยือกเย็น ดวงตาสีดำสนิทของเขาเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา
"ดีเสียอีก... ผมกำลังอยากทดลองความคมของมันพอดีเลยครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวเข้าสู่ความลับของเมืองลอยฟ้าไปพร้อมกับผมในตอนนี้นะครับ
ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน•ตอนที่ 15
การตีดาบภายใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!