“รหัส 4022... ไม่มีที่ว่างสำหรับคนขี้ขลาดหรอกนะ มินนา”
ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะยืนจ้องมองตัวเลขบนบานประตูไม้บานใหญ่ของหอสมุดกลาง กลิ่นอายของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นน้ำยาขัดพื้นสะอาดๆ คือสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมความวุ่นวายในใจฉันได้ดีที่สุดเสมอ แต่วันนี้... วันเปิดเทอมวันแรกที่ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามแผน—ฉันต้องได้นั่งมุม ‘ใต้หน้าต่างฝั่งทิศตะวันออก’ จุดที่แสงแดดบ่ายจะส่องผ่านบานเกล็ดลงมาเป็นเส้นตรงสวยงามที่สุดเพื่อเขียนบันทึกลงในหน้ากระดาษว่างเปล่า
ฉันกระชับสายกระเป๋าเป้แน่น หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองชุดจังหวะเร่งเร้า ก่อนจะก้าวผ่านประตูบานนั้นเข้าไป
บรรยากาศในห้องสมุดเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ทุกย่างก้าวบนพื้นไม้ปาร์เกต์ส่งเสียงเบาๆ เป็นจังหวะ ฉันเดินผ่านชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่เรียงรายเหมือนป้อมปราการแห่งความรู้ กลิ่นกระดาษเก่าจางๆ แตะจมูกเป็นระยะ... ใช่แล้ว กลิ่นของวันเปิดเทอมที่ฉันหลงรัก
แต่วันนี้มีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ที่มุมประจำของฉัน... มุมที่มีเก้าอี้ไม้ตัวเก่าซึ่งขาข้างหนึ่งสั้นกว่าปกติจนต้องใช้กระดาษพับรองไว้เสมอ กลับมีร่างของใครบางคนนั่งอยู่
เขาเป็นผู้ชาย... สวมเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มที่ดูขัดกับบรรยากาศวิชาการของคณะอักษรฯ อย่างรุนแรง ผมสีเข้มของเขายุ่งเล็กน้อยจากการขยี้บ่อยๆ ไหล่กว้างนั้นดูเกร็งเครียดขณะที่มือเรียวยาวกำลังพลิกหน้าหนังสือในมืออย่างรวดเร็ว
ฉันชะงักฝีเท้า ความรู้สึกหวงแหนพื้นที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวในมหาลัยแห่งนี้ปะทุขึ้นจนใจสั่น ถ้าเป็นคนอื่น ฉันคงเดินเลี่ยงไปมุมอื่น แต่ที่นี่... มุมนี้... คือที่ที่ฉันเก็บ ‘หัวใจ’ เอาไว้ในทุกตัวอักษร
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้จนห่างเพียงไม่กี่ก้าว
“ขอโทษนะคะ...” เสียงของฉันแหบพร่าและเบาหวิวเกินไป
ชายคนนั้นไม่เงยหน้าขึ้น เขายังคงจดจ้องอยู่กับหนังสือเล่มหนาในมือ นิ้วโป้งของเขาคลึงที่ขอบกระดาษเป็นจังหวะ นี่เขาไม่ได้ยิน หรือแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินกันแน่? ความประหม่าที่เคยมีเริ่มเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคืองเล็กๆ ฉันขยับเข้าไปใกล้อีกนิดจนเงาของฉันทาบทับลงบนหนังสือของเขา
“ที่ตรงนี้... มันมีคนนั่งอยู่เป็นประจำนะคะ” ฉันพยายามรวบรวมความกล้าพูดใหม่อีกครั้ง คราวนี้เสียงของฉันนิ่งขึ้น
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ
นัยน์ตาคู่นั้นคมกริบแต่กลับดูเหนื่อยล้าอย่างเหลือเชื่อ ราวกับเขาเพิ่งแบกโลกทั้งใบเอาไว้บนบ่า เขาจ้องมองฉันนิ่งนานจนฉันเผลอกลั้นหายใจ ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูสมบูรณ์แบบจนน่าหมั่นไส้ในสายตาคนอื่น บัดนี้กลับดูแตกสลายและเปราะบางอย่างประหลาด
เขามองฉัน... มองทะลุผ่านความประหม่าของฉันไปราวกับจะค้นหาคำตอบอะไรบางอย่าง
“ห้องสมุดมีโต๊ะเป็นร้อย” เขาเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า “ถ้าคุณอยากได้ความเงียบ... คุณก็แค่ไปหาที่นั่งใหม่ ไม่จำเป็นต้องมาไล่คนอื่นที่ต้องการมันมากกว่า”
คำพูดเย็นชาของเขากระแทกใจฉันจนหน้าชา ความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าดังฉาดท่ามกลางความเงียบงัน แต่ทว่า... ทันใดนั้น สายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่ข้างหนังสือของเขา
มันคือสมุดบันทึกเล่มเล็กปกสีน้ำตาลมอมแมม เล่มเดียวกับที่ฉันเคยทำตกไว้เมื่อเทอมที่แล้ว และเป็นเล่มที่ฉันมั่นใจว่าฉันไม่มีทางทำหาย... เพราะฉันเก็บมันไว้ในช่องลับของชั้นวางหนังสือมุมนี้เสมอ
เขาสังเกตเห็นสายตาของฉันที่จ้องเขม็งไปยังบันทึกเล่มนั้น มือของเขาขยับไปปิดทับหน้าสมุดเล่มนั้นอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณ
“อย่ามายุ่งกับของของฉัน” เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่สายตานั้นวูบไหวอย่างเห็นได้ชัด
ฉันรู้สึกได้ว่าลมหายใจขาดห้วง หัวใจเต้นแรงจนเจ็บอก นั่นไม่ใช่สมุดของเขา... และนั่นแปลว่าเขารู้จักความลับในสมุดเล่มนั้น
“นาย... อ่านมันไปกี่หน้าแล้ว?” ฉันถาม เสียงสั่นเครือจนคุมไม่อยู่
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้หมายถึงความยินดี แต่เป็นยิ้มที่แฝงไปด้วยความลับดำมืด “คุณอยากให้ผมอ่านไปถึงหน้าไหนล่ะ... หน้าที่เขียนว่า ‘แอบชอบ’ คนคนหนึ่งมาตลอดสามปี หรือหน้าที่เขียนว่า ‘คนคนนั้น’ กำลังจะทำลายชีวิตของคุณในเร็วๆ นี้กันแน่?”
ที่คั่นหนังสือสีชมพูหวังว่าคุณจะร่วมเดินทางไปค้นหาคำตอบในบันทึกเล่มนี้พร้อมกับมินนาในตอนต่อไปนะคะ
บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 1
กลิ่นกระดาษในวันเปิดเทอม
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!