“ถ้าเธอไม่รีบเขียนลงไป เดี๋ยวฉันจะเขียนแทนให้ว่า ‘มินนาแอบมองคีย์มาสามชั่วโมงแล้ว’ นะ”
พายกระซิบเสียงต่ำพลางผลักสมุดปกหนังสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าในมือมินนาอย่างหมั่นไส้ สายตาเพื่อนรักเหลือบมองไปทางโต๊ะมุมอับของห้องสมุดคณะอักษรฯ ที่ซึ่งชายหนุ่มเจ้าของเสื้อช็อปสีเลือดหมูพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแข็งแรง เขากำลังจดจ่อกับกองตำราวิศวกรรมเล่มหนาโดยไม่รับรู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังแอบมองเขาอยู่
มินนาสะดุ้งสุดตัว รีบดึงสมุดกลับมาแนบอก หัวใจดวงน้อยเต้นรัวราวกับกลองเพล ความร้อนเห่อขึ้นมาบนใบหน้าจนต้องก้มหน้าหลบสายตาเพื่อน “พาย! อย่าพูดเสียงดังสิ... ที่นี่ห้องสมุดนะ แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ได้แอบมองสักหน่อย แค่... แค่หาข้อมูลอ้างอิงอยู่ต่างหาก”
“หาข้อมูลอ้างอิง? ด้วยการมองสันหนังสือที่วางอยู่ตรงหน้าคีย์เนี่ยนะ?” พายแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะคว้าหนังสือวรรณกรรมแปลเล่มเก่าที่มินนาวางไว้ข้างตัวขึ้นมา “เล่มนี้อีกแล้วเหรอ? ‘บันทึกลับเล่มที่ 4’ ที่เธอชอบมานั่งซ่อนความรู้สึกไว้น่ะ”
มินนาเม้มริมฝีปากแน่น นิ้วเรียวไล้ไปตามรอยเย็บของสันหนังสืออย่างแผ่วเบา มันเป็นนิสัยเสียที่แก้ไม่หาย เธอชอบทิ้งร่องรอยของความรู้สึกไว้ในหนังสือที่ชอบอ่าน โดยเฉพาะกับหนังสือเล่มนี้ที่มีรอยยับตรงหน้า 42 เสมือนเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่มีใครย่างกรายเข้ามา
“มันเป็นพื้นที่ปลอดภัยของฉัน... การได้เขียนระบายลงไป มันทำให้ฉันรู้สึกว่าความรักครั้งนี้มีตัวตนอยู่จริง” มินนาตอบเบาๆ ก่อนจะเปิดหน้ากระดาษที่เหลืองกรอบตามกาลเวลาขึ้นมา ปากกาลูกลื่นสีน้ำเงินในมือสั่นเล็กน้อยขณะเขียนประโยคสั้นๆ ลงไปข้างใต้ข้อความเก่าที่เธอเคยเขียนทิ้งไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน
*‘วันนี้เขายังคงนั่งที่เดิม กลิ่นหนังสือเก่าผสมกับกลิ่นสบู่อ่อนๆ ของเขามันทำให้ฉันลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ... ไม่รู้ว่าถ้าวันหนึ่งเขาเปิดมาเจอข้อความเหล่านี้ เขาจะเกลียดฉันไหมนะ’*
มินนาจดจ่ออยู่กับการเก็บรายละเอียดของลายเส้นตัวอักษร เธอไม่รู้เลยว่าคีย์ที่เคยเงียบขรึมเริ่มขยับตัว เขาวางปากกาลงแล้วหันมามองทางโต๊ะของเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เหมือนเขาสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจากคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ในมุมนั้นมานานแล้ว
“ฉันว่าคีย์เขารู้ตัวแล้วนะ” พายกระซิบอีกครั้ง คราวนี้มือไม้สั่นด้วยความตื่นเต้น
“อย่าพูดแบบนั้นสิ...” มินนาพึมพำ แต่ทว่าคีย์กลับลุกขึ้นยืนจริงๆ ร่างสูงโปร่งก้าวเดินตรงมาทางชั้นหนังสือที่เธอหลบอยู่ มินนารีบหุบหนังสือปิดลงอย่างรวดเร็ว เสียงกระดาษกรีดอากาศดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดราวกับเสียงฟ้าผ่า
คีย์หยุดเดินตรงหน้าชั้นวางหนังสือที่กั้นระหว่างเขากับเธอ เสียงทุ้มต่ำที่เป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้นเบาๆ “ขอโทษนะครับ... พอดีผมหาหนังสือเล่มนึงไม่เจอ เห็นว่าหมวดนี้คนนั่งน้อย เลยกะว่าจะมาหาดูเผื่อจะหลงวางไว้แถวนี้”
มินนาแทบหยุดหายใจ เธอทำได้เพียงนั่งตัวแข็งทื่อ หนังสือเล่มสำคัญถูกกดทับไว้ใต้แขนเสื้อกันหนาวตัวโคร่ง กลิ่นไอของกระดาษเก่าและกลิ่นหอมสะอาดของชายหนุ่มลอยมาปะทะจมูกอย่างจัง
“หนังสือ... หนังสือเล่มไหนเหรอคะ?” มินนาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น
คีย์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขากวาดสายตามองไปทั่วชั้นวาง ก่อนจะหยุดลงที่หน้าปกหนังสือที่มินนาถืออยู่ สายตาของเขามีประกายบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกวูบโหวงในช่องท้อง
“เล่มที่มีที่คั่นหนังสือสีชมพูน่ะครับ...” คีย์พูดพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก “ผมเห็นมันวางอยู่ตรงนี้ทุกวัน... สงสัยมานานแล้วว่าใครเป็นเจ้าของที่คั่นหนังสือเล่มนั้น”
มินนาเบิกตากว้าง ความลับที่เธอเพียรพยายามซ่อนไว้ดูเหมือนจะถูกรื้อถอนออกมาด้วยประโยคเพียงประโยคเดียว หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ในขณะที่พายทำหน้าเหมือนอยากจะกรีดร้องด้วยความลุ้นระทึก
คีย์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนเงาของเขาบดบังแสงไฟสลัวในห้องสมุด “หรือว่า... คุณคือคนที่เขียนข้อความพวกนั้นลงในหนังสือเล่มนี้?”
มินนาหน้าซีดเผือด เธอไม่ได้เตรียมใจที่จะต้องเผชิญหน้ากับคำถามนี้ ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง เธอจะโกหก หรือจะยอมรับในสิ่งที่หัวใจเพรียกหา
ที่คั่นหนังสือสีชมพูหวังว่าคุณจะร่วมเดินทางไปค้นหาคำตอบในบันทึกเล่มนี้พร้อมกับมินนาในตอนต่อไปนะคะ
บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 3
บันทึกลับเล่มที่ 4
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!