“ขอโทษนะคะ... ไม่ทราบว่าที่นั่งตรงนี้มีคนจับจองหรือยังคะ?”
เสียงหวานใสที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมแบรนด์หรูโชยมากระทบจมูก มินนาที่กำลังก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับสมุดบันทึกเล่มโปรดชะงักมือที่กำลังจรดปากกาลงทันที เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนคนใหม่ด้วยความประหลาดใจ หญิงสาวร่างโปร่งในชุดนิสิตทรงเอเข้ารูปเน้นสัดส่วนดูสมบูรณ์แบบ ผมลอนยาวสลวยทิ้งตัวลงมาปรกไหล่ ใบหน้าสวยเฉี่ยวฉายแววความมั่นใจเกินร้อย เธอคือ ‘รินดา’ ดาวคณะบริหารฯ คนล่าสุดที่ใครๆ ต่างก็รู้จักดี
สายตาของรินดาไม่ได้หยุดอยู่ที่มินนา แต่ทอดมองข้ามไหล่ของเธอไปยังชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
คีย์เงยหน้าขึ้นจากหนังสือวิศวกรรมเล่มหนา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่เขาชอบใส่เวลาอ่านหนังสือดูเรียบเฉย ทว่ากลับมีความฉงนใจซ่อนอยู่ลึกๆ “ตรงนี้มินนั่งอยู่ครับ... เอ่อ หมายถึงมินนาเขานั่งอยู่ครับ”
“อ๋อ...” รินดาแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นอย่างมีจริต “แต่ข้างๆ มินนาว่างอยู่นี่คะ คีย์คงไม่ว่าอะไรถ้าเราจะนั่งคุยกันสักพัก พอดีรินมีเรื่องอยากปรึกษาเรื่องโปรเจกต์งานกลุ่มของคณะวิศวะฯ ที่ต้องทำร่วมกันนิดหน่อยน่ะค่ะ”
คำว่า ‘เรา’ และความสนิทสนมที่ดูเหมือนมีมากกว่าแค่เรื่องงาน ทำให้หัวใจของมินนารู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบจนแน่น ความเงียบงันที่เคยเป็นมิตรในมุมโปรดของห้องสมุดบัดนี้กลับกลายเป็นความอึดอัดที่ชวนให้อึดอัดจนหายใจไม่ออก มินนารีบก้มหน้าลงซ่อนแววตาไหวระริก เธอพยายามรวบรวมสมาธิอ่านตัวอักษรในบันทึกที่ตัวเองเขียนไว้ แต่ภาพสะท้อนของหญิงสาวคนสวยที่กำลังโน้มตัวลงมาใกล้คีย์จนแทบจะชิดไหล่กลับแย่งความสนใจไปจนหมดสิ้น
“โปรเจกต์ของคีย์น่าสนใจมากนะคะ รินได้ยินคนพูดถึงตลอดเลยว่าคีย์เก่งเรื่องการออกแบบโครงสร้าง” รินดาลดระดับเสียงลงเป็นโทนที่เบาและนุ่มนวล ราวกับตั้งใจให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน
คีย์ขยับตัวเล็กน้อย เขามองผ่านไปทางมินนาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันกลับมาหาคนมาใหม่ “งานนี้ผมทำคนเดียวครับ ไม่ได้รับงานกลุ่ม ใครที่ให้ข้อมูลคุณรินมา อาจจะเข้าใจผิดนะครับ”
“งั้นเหรอคะ...” รินดาหัวเราะร่าด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูรื่นหู “งั้นแสดงว่ารินมีข้ออ้างในการเข้ามาหาคีย์บ่อยๆ แล้วสินะคะ เพราะรินเองก็กำลังมองหาที่ปรึกษาที่เก่งที่สุดอยู่พอดี”
คำพูดนั้นชัดเจนเสียจนมินนาต้องกัดริมฝีปากตัวเองแน่น เธอเก็บปากกาลงกระเป๋าดินสออย่างเชื่องช้า เสียงกระทบกันของวัตถุพลาสติกในความเงียบของห้องสมุดฟังดูดังราวกับเสียงระเบิด มินนาไม่ได้อยากจะขัดจังหวะใคร แต่บรรยากาศที่นี่ไม่ใช่ที่ของเธออีกต่อไปแล้ว
“ขอตัวไปคืนหนังสือก่อนนะคะ” มินนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคีย์ในนาทีนี้
“มินนา... เดี๋ยวสิ” คีย์รีบเอ่ยเรียก น้ำเสียงของเขาดูร้อนรนขึ้นมาเพียงชั่วครู่จนมินนาต้องหยุดชะงัก แต่ก่อนที่เธอจะได้หันกลับไปหาเขา รินดาก็ขยับตัวเข้ามาขวางทางเล็กน้อย พร้อมกับหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะ
“เล่มนี้ใช่ไหมคะที่มินนาจะเอาไปคืน? แหม... อ่านหนังสือแนวเดียวกันเลยนะคะ” รินดาแกล้งทำเป็นมองปกหนังสือในมือมินนาด้วยสายตาที่ดูแคลนระคนแปลกใจ “แต่ว่านะคะคีย์... รินว่าเราคุยเรื่องสถาปัตยกรรมที่คีย์ชอบกันดีกว่า รินเตรียมข้อมูลที่คีย์น่าจะสนใจมาเยอะเลยล่ะค่ะ”
คีย์ชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาเขาสลับมองระหว่างมินนาที่ดูเปราะบางเหมือนแก้วที่กำลังจะแตก กับรินดาที่พยายามรุกเข้าหาเขาอย่างเปิดเผย ความลังเลในแววตาของคีย์ทำให้มินนารู้สึกเหมือนหัวใจถูกกรีดซ้ำ เธอไม่ได้รอฟังคำตอบจากเขาอีกต่อไป เธอรีบเดินกึ่งวิ่งออกจากมุมเงียบๆ ตรงนั้นไปทันที โดยทิ้งให้รินดาและคีย์อยู่ด้วยกันตามลำพัง
มินนาเดินตรงไปยังจุดคืนหนังสือด้วยหัวใจที่เต้นรัวด้วยความเจ็บปวด เธอไม่ได้อยากจะเป็นนางเอกที่ต้องยอมถอย แต่ความรู้สึกขี้ขลาดที่ฝังรากลึกอยู่ในใจมันสั่งให้เธอหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะวางหนังสือลงบนชั้น พาย เพื่อนสนิทตัวแสบก็โผล่มาจากไหนไม่รู้พร้อมกับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น
“หยุดเลยนะมินนา!” พายกระซิบเสียงเข้ม สายตาของเธอพุ่งตรงไปยังมุมที่คีย์นั่งอยู่ด้วยความโกรธจัด “จะปล่อยให้ยัยดาวคณะนั่นฉกคนของแกไปง่ายๆ แบบนี้เหรอ? ดูสิ นั่นมันกำลังเล่นละครตบตาชัดๆ คีย์น่ะไม่ได้ชอบคนสวยจัดจ้านแบบนั้นหรอก!”
“แต่เขาดู... เข้ากันได้ดีนี่นาพาย” มินนาพูดเสียงสั่น น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มเอ่อคลอ “ฉันมันก็แค่เด็กเรียนที่ชอบนั่งมุมห้องสมุด คีย์เขาควรจะอยู่กับคนที่ดูดีและมีความมั่นใจมากกว่าฉันไม่ใช่เหรอ?”
พายมองหน้าเพื่อนด้วยความระอาปนสงสาร เธอตัดสินใจฉุดมือมินนาให้หันกลับไปเผชิญหน้ากับความจริง “ถ้าแกไม่อยากเสียเขาไป ก็ต้องกล้าทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่หนีมาแอบร้องไห้แบบนี้ ไป! กลับไปที่โต๊ะ เดี๋ยวนี้!”
พายไม่ได้รอให้มินนาตอบรับ แต่กลับลากเพื่อนของเธอเดินย้อนกลับไปยังมุมห้องสมุดนั้นอีกครั้ง ทว่าเมื่อทั้งสองไปถึง ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่ภาพการจีบกันอย่างที่คาดไว้
รินดากำลังยื่นจดหมายสีชมพูใบหนึ่งให้คีย์ แต่คีย์ไม่ได้หยิบมันขึ้นมา เขาเพียงแต่นั่งพิงเก้าอี้กอดอก สายตาจ้องมองที่ว่างตรงข้ามเขาที่มินนาเพิ่งลุกจากไปอย่างเหม่อลอย เมื่อเขาเห็นมินนาเดินกลับมา คีย์ก็รีบผุดลุกขึ้นทันทีจนเก้าอี้ไม้เลื่อนกระทบพื้นดังสนั่น
“มินนา!” คีย์เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ดังพอจะทำให้ทุกคนในโซนนั้นหันมามอง และในวินาทีที่เขากำลังจะเดินผ่านรินดาไปหาคนตัวเล็ก รินดากลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น พร้อมกับกระซิบคำบางคำที่ทำเอาคนในห้องสมุดถึงกับต้องกลั้นหายใจ
“ถ้าคีย์เดินไปหาเธอตอนนี้... เรื่องที่คีย์ปกปิดไว้เกี่ยวกับความลับของห้องสมุดนี้ จะถูกเปิดเผยให้ทุกคนรู้เดี๋ยวนี้ค่ะ”
คีย์ชะงักกึกทันที สีหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความนิ่งเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศอีกครั้ง มินนายืนนิ่งงันอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว สายตาของเธอจับจ้องไปที่คีย์ด้วยความสับสนและหวาดหวั่น ว่าความลับที่เขาปกปิดมาตลอดคืออะไรกันแน่ และมันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในวันนี้อย่างไร
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ยี่สิบไปพร้อมกับความสั่นคลอนของหัวใจมินนานะคะ... ที่คั่นหนังสือสีชมพู
บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 20
ดาวคณะคนใหม่
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!